วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

กฟผ. ขึ้นเวที Gastech 2026 ชูไฟฟ้าสะอาด–Smart Grid รับเศรษฐกิจยุค AI

กฟผ. ชู “Electrification” เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เสริมความมั่นคงไฟฟ้าไทย พร้อมเร่งพัฒนา Smart Grid และโครงข่ายรองรับพลังงานหมุนเวียน Data Center และ AI โดยไม่กระทบผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น

ในการประชุมระดับโลก Gastech 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ EGAT ได้ขึ้นแสดงทัศนวิสัยบนเวทีระดับสากลผ่านผู้บริหารระดับสูง 2 ท่าน เพื่อนำเสนอทิศทางพลังงานแห่งอนาคต โดย กฟผ. ได้ชูประเด็นสำคัญเรื่องการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า (Electrification) การยกระดับความมั่นคงทางพลังงานให้เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ตลอดจนการสร้างหลักประกันในการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน

กฟผ. ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ผ่าน 2 เวทีหลัก โดย ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. บรรยายในหัวข้อ "How electrification is reshaping Asia's strategic position" ซึ่งเน้นย้ำเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าสร้างอธิปไตยและความยืดหยุ่นทางพลังงานเพื่อรับมือความผันผวนของเชื้อเพลิงฟอสซิล ขณะที่ นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. ร่วมเสวนาในหัวข้อ "Power for all: Delivering universal energy access in an electrifying world" ซึ่งมุ่งเน้นการใช้พอร์ตโฟลิโอพลังงานที่หลากหลายและการปรับปรุงโครงข่ายเพื่อกระจายการเข้าถึงไฟฟ้าอย่างเท่าเทียม

ชูไฟฟ้าสะอาด เสริมความมั่นคงพลังงาน

ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ชี้ให้เห็นว่า ระบบพลังงาน เศรษฐกิจ และสังคมโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งทำให้พลังงานไฟฟ้ากลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

กฟผ. ขึ้นเวที Gastech 2026 ชูไฟฟ้าสะอาด–Smart Grid รับเศรษฐกิจยุค AI

“วิกฤติความผันผวนด้านพลังงานในปี 2026 แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ประเทศที่มีฐานพลังงานสะอาดผลิตใช้เองภายใน สามารถปกป้องระบบเศรษฐกิจจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานได้ดีกว่าประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมาก ยิ่งเมื่อเจอความเสี่ยงจากการปิดเส้นทางขนส่งทางทะเลสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง ทำให้การปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อสร้างอธิปไตยทางพลังงานของแต่ละประเทศ”

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของการดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงแค่การผลิตไฟฟ้าที่สะอาดขึ้นเท่านั้น แต่คือการสร้างหลักประกันว่าพลังงานไฟฟ้าจะยังคงมีความเสถียร เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และมีความมั่นคง

"ในฐานะหน่วยงานสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าและผู้ควบคุมระบบไฟฟ้าของประเทศไทย กฟผ. มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โดยการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย รองรับพลังงานหมุนเวียน และเตรียมระบบไฟฟ้าให้พร้อมรองรับความต้องการใหม่ๆ จากอุตสาหกรรม AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่"

ดร. นรินทร์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนถึง 60–80% ในอนาคต กฟผ. มีแผนขยายโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำบนผิวน้ำในเขื่อน กฟผ. ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูง ตลอดจนการส่งเสริมพลังงานชีวมวลจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และการสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป

กฟผ. ขึ้นเวที Gastech 2026 ชูไฟฟ้าสะอาด–Smart Grid รับเศรษฐกิจยุค AI

นอกจากนี้ เพื่อรองรับนโยบายการเปิดเสรีไฟฟ้า เช่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) และการเปิดให้บุคคลที่สามใช้ระบบโครงข่าย กฟผ. ได้เร่งลงทุนในระบบโครงข่ายไฟฟ้าและเครื่องมือพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความแม่นยำสูง เพื่อบริหารจัดการความเสถียรและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เร่ง Smart Grid รับดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่กระทบผู้ใช้รายอื่น

นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กฟผ. ได้ถ่ายทอดแนวคิดการส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าอย่างทั่วถึงโดยอธิบายว่า แม้เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หลายพื้นที่ยังจำเป็นต้องใช้พอร์ตโฟลิโอพลังงานที่หลากหลาย ทั้งการขยายระบบโครงข่าย ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ ก๊าซธรรมชาติ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน เพื่อให้เหมาะกับบริบทความเป็นจริงและลำดับความสำคัญของการพัฒนาในแต่ละท้องถิ่น

กฟผ. ขึ้นเวที Gastech 2026 ชูไฟฟ้าสะอาด–Smart Grid รับเศรษฐกิจยุค AI

“ภารกิจหลักของ กฟผ. คือการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในส่วนของระบบการผลิต และระบบส่งไฟฟ้า”

ในด้านระบบส่งไฟฟ้า กฟผ. ได้ดำเนินการขยายโครงข่ายเพื่อเพิ่มความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าอย่างมั่นคง โดยเฉพาะการพัฒนาระบบส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างประเทศภายใต้โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เช่น เชื่อมโยงสายส่งระหว่างไทยและมาเลเซีย

พร้อมกันนี้ยังได้เร่งพัฒนาระบบโครงข่ายให้มีความทันสมัยผ่านการจัดทำระบบพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการมองเห็นและบริหารจัดการพลังงานสะอาดหมุนเวียน เช่น โซลาร์รูฟท็อปและโซลาร์ลอยน้ำ ทำให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานได้อย่างแม่นยำ

นายศุภชัย กล่าวถึง แนวทางรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี AI ที่กำลังเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ว่า กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมด้านกำลังการผลิตและระบบส่งเพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้นวัตกรรมใหม่เหล่านี้ พร้อมทั้งเร่งศึกษาวิจัยพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของ Data Center โดยเฉพาะในช่วงที่มีการฝึกสอนปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งใช้พลังงานสูง

"เราได้ทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรมแผนการใช้ไฟฟ้าของ Data Center เพื่อเตรียมโซลูชันรองรับการใช้ไฟฟ้าในช่วงการฝึกสอน AI โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการบริหารจัดการระบบให้สามารถรองรับความต้องการที่ผันผวนได้ โดยไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นในระบบ"

กฟผ. สะท้อนให้เห็นว่า เหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพลังงานสะอาดภายในประเทศได้ยกระดับจากเพียงมิติด้านสิ่งแวดล้อม ไปสู่ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งทิศทางดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจลงทุน ที่จะชี้ทิศทางอนาคตทางพลังงานของประเทศต่อไป

กฟผ. ขึ้นเวที Gastech 2026 ชูไฟฟ้าสะอาด–Smart Grid รับเศรษฐกิจยุค AI