BDE เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อปรับปรุง (ร่าง) นโยบายและแผน DE วางทิศทางประเทศสู่ Global Digital Leadership
โลกทุกวันนี้ หมุนไวเกินกว่าที่คิด การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ AI, Cloud, Data Center รวมถึงความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีบทบาทในทุกมิติของเศรษฐกิจ สังคม และการดำเนินชีวิตของประชาชน ทำให้ประเทศไทยจึงต้องมีการทบทวนและปรับปรุง นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือนโยบายและแผน DE ถือเป็นแผนแม่บทหลักในการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ เพื่อให้สามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลที่ชัดเจน ทำให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) จึงดำเนินงานจัดประชุมสัมมนาเพื่อนำเสนอและเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561–2580) ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นการทบทวนและปรับปรุงนโยบายและแผน DE ครั้งที่ 2 (การทบทวนและปรับปรุงแผนฯ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2565) เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จำนวน 5 ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ละ 3 ครั้ง เพื่อจัดทำภาพอนาคต (Future Scenario) แผนงานทบทวนเป้าหมายตัวชี้วัด ตลอดจนการจัดทำมาตรการเชิงปฏิบัติโครงการขับเคลื่อนสำคัญ และมีการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ (Public Hearing) จำนวนมากกว่า 200 คน ก่อนนำไปปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ และสามารถใช้เป็นกรอบการพัฒนาดิจิทัลของประเทศในระยะต่อไป
ปรับแผนดิจิทัลให้ทันโลก วางรากฐานประเทศไทยในระยะยาว
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า นโยบายและแผน DE เป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การปรับปรุงการทำงานและการให้บริการของภาครัฐ การพัฒนากำลังคน ตลอดจนการสร้างความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน
นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การทบทวนแผนในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตมาประกอบการพิจารณา เพื่อประเมินว่าประเด็นใดดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประเด็นใดยังมีข้อจำกัด และเรื่องใดควรเร่งผลักดันต่อไป
"เป้าหมายสำคัญคือ การกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และก้าวสู่ภูมิทัศน์ดิจิทัลระยะที่ 4 (Global Digital Leadership) หรือการเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งในการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนประเทศ"
5 ยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศด้วยดิจิทัล
(ร่าง) นโยบายและแผน DE ฉบับปรับปรุง กำหนดการพัฒนาผ่าน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่
- ยุทธศาสตร์ที่ 1: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
- ยุทธศาสตร์ที่ 2: สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
- ยุทธศาสตร์ที่ 3: พัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล
- ยุทธศาสตร์ที่ 4: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
- ยุทธศาสตร์ที่ 5: ปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล
แต่ละยุทธศาสตร์ได้กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด แนวทางดำเนินงาน และโครงการสำคัญ (Flagship Projects) เพื่อใช้เป็นกรอบในการผลักดันการพัฒนาดิจิทัลของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป
เปิดรับทุกมุมมอง เพื่อให้ “นโยบายและแผน DE” ตอบโจทย์ประเทศ
นายเวทางค์ กล่าวว่า การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้เข้าร่วมจากแต่ละภาคส่วนต่างมีประสบการณ์และมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านโอกาส ข้อจำกัด และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจริง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มข้อมูลที่ภาครัฐอาจยังมองไม่ครอบคลุม จึงเป็นที่มาของการเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาและเสนอข้อคิดเห็น เพื่อให้ (ร่าง) นโยบายและแผน DE มีความครบถ้วน เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศ และสามารถนำไปใช้ได้จริง อันจะนำไปสู่การกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลที่ตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านนโยบายดิจิทัลของประเทศ BDE มีบทบาทสำคัญในการศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของประเทศไทยให้สอดคล้องกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมผลักดันความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
"การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) นโยบายและแผน DE ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการวางรากฐานการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็น ผู้นำด้านดิจิทัลในระดับโลก (Global Digital Leadership) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน" นายเวทางค์ กล่าว





