INET ย้ำจุดยืน “Sovereign Cloud & Data Center” ของไทยดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส บริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคงให้ประเทศ
บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ผู้ให้บริการ Cloud และ Digital Platform สัญชาติไทย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศมากว่า 31 ปี ภายใต้แนวคิด “Sovereign Cloud & Data Center” โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผ่านการตรวจสอบและประเมินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดของประเทศอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
นายวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET กล่าวว่า บริษัทฯ เข้าใจถึงความกังวลของสังคมต่อการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล (Data Center) โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อชุมชน โดย INET ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบ พร้อมนำมาตรฐานสากลมาใช้ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด
Data Center ของ INET มุ่งเน้นการให้บริการ Cloud Data Center และ Digital Platform เป็นหลัก แตกต่างจาก Data Center ที่รองรับการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ในปี 2538 ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ Colocation และ Cloud Data Center เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของประเทศ
ปัจจุบัน INET มีศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล 3 แห่ง ได้แก่ INET-IDC1 และ INET-IDC2 ในกรุงเทพมหานคร และขยายสู่ INET-IDC3 จังหวัดสระบุรี เพื่อรองรับการให้บริการ Cloud ตามมาตรฐานสากล โดยออกแบบตามหลัก Uptime Tier III และตั้งอยู่บนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของ INET เพื่อให้สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเป็นระบบ โดยการบริหารจัดการความเสี่ยง ทั้งด้านภัยธรรมชาติ ระบบสาธารณูปโภค และความเสี่ยงจากปัจจัยที่เกิดจากมนุษย์
เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 3 แห่งเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงและความต่อเนื่องของบริการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลทั้ง 3 แห่งมีกำลังไฟฟ้ารวมกว่า 14.1 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็น INET-IDC1 ขนาด 0.7 เมกะวัตต์ INET-IDC2 ขนาด 1.2 เมกะวัตต์ และ INET-IDC3 ขนาด 3-4 เมกะวัตต์ต่อเฟส ซึ่งรองรับบริการ Cloud รวมกว่า 100,000 VMIs และอยู่ระหว่างการพัฒนา INET-IDC4 ที่จังหวัดขอนแก่น โดยคาดว่าจะใช้ไฟฟ้าประมาณ 5 เมกะวัตต์ในเฟสแรก และคาดการณ์ขยายการใช้งานสูงสุดไม่เกิน 24 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับการเติบโตของ Cloud และ Digital Platform ในอนาคต
ทั้งนี้ INET-IDC1 และ INET-IDC2 ผ่านการตรวจสอบจากกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรุงเทพมหานคร ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมด้านความปลอดภัยอาคาร ระบบไฟฟ้าและน้ำ การใช้พลังงาน สิ่งแวดล้อม การรองรับเหตุฉุกเฉิน และการป้องกันอัคคีภัย พร้อมให้บริการภายใต้มาตรฐานระดับสากล อาทิ ISO/IEC 27001, ISO/IEC 20000-1, ISO/IEC 27701 และ ISO/IEC 27017
ด้านสิ่งแวดล้อมศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลทั้ง 3 แห่งใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ ทำให้ WUE (Water Usage Effectiveness) ในกระบวนการระบายความร้อนเท่ากับศูนย์ ออกแบบตัวอาคารด้วย Passive Design และระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากรมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สำหรับพลังงานสำรอง มีการจัดเก็บน้ำมันรวม 50,545 ลิตร แบ่งเป็น IDC1 จำนวน 4,153 ลิตร IDC2 จำนวน 5,485 ลิตร และ IDC3 จำนวน 40,907 ลิตร ตามความจำเป็นและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและการทดสอบระบบ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน Uptime TierIII
ขณะเดียวกัน INET มุ่งสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประเทศผ่านการพัฒนา Innovation Hub ในภูมิภาค อาทิ ขอนแก่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ และนครราชสีมา เพื่อสร้างงานและพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้คนไทย ปัจจุบันมีบุคลากรกว่า 3,000 คน ปฏิบัติงานในภูมิภาคต่างๆ
“สำหรับ INET คำว่า Sovereign ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำข้อมูลมาเก็บไว้ภายในประเทศ แต่หมายถึงการมีโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ Digital Platform ที่ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการและพึ่งพาได้ ภายใต้กฎหมายไทย และมีบุคลากรคนไทยเป็นผู้บริหารจัดการระบบสำคัญ” วัลล์ชัย กล่าวเสริม
ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี INET มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและบริการที่ตอบโจทย์ประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับ Local Content การพัฒนาบุคลากรไทย และการสร้างองค์ความรู้ภายในประเทศ รวมถึงการนำเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ส (Open Source) มาพัฒนาต่อยอด เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในส่วนที่สามารถพัฒนาได้เอง
INET ในฐานะผู้ให้บริการ Cloud และ Digital Platfom สัญชาติไทยที่มีภาครัฐถือหุ้นกว่า 41% ยืนยันดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายไทยบนมาตรฐานสากล พร้อมให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจอย่างสุจริต ตลอด 31 ปี INET พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับบริการสำคัญของประเทศ ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ด้านสาธารณสุข การศึกษา และบริการดิจิทัลต่างๆ เพื่อความมั่นคงทางดิจิทัล และมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน





