BGC เผยผลงานไตรมาส 2/2569 รายได้โต 13% รับรู้ BCM หนุนพอร์ตบรรจุภัณฑ์ครบวงจร เดินหน้าบริหารต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพ รองรับการเติบโตครึ่งปีหลัง
บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรใน กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส (BG) เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมี นายวิศาล ลออเสถียรกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร และนางสาวศิริกุล มังกรกนก รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงานและทิศทางธุรกิจ โดย BGC มีรายได้จากการขาย 3,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน และ 8% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีรายได้ 7,407 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจและการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจกระป๋องอะลูมิเนียม
ด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 8% QoQ พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 16.1% แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานในช่วงต้นไตรมาส ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY และ 20% QoQ สะท้อนผลจากการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างธุรกิจของ BGC มีความแข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น โดยธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วยังคงเป็นธุรกิจหลัก มีรายได้ 2,664 ล้านบาท คิดเป็น 69% ของรายได้รวม โดยตลาดในประเทศยังเติบโตได้ดี ขณะที่ธุรกิจ Trading เติบโตโดดเด่น 89% YoY มีรายได้ 237 ล้านบาท จากการจำหน่ายทั้งสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อื่นมีรายได้ 515 ล้านบาท โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนยังเติบโตได้ดีต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การเข้าลงทุนใน บริษัท บางกอกแคน แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (BCM) เริ่มสะท้อนผลต่อโครงสร้างธุรกิจของ BGC อย่างเป็นรูปธรรม โดยไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสแรกที่บริษัทรับรู้ผลการดำเนินงานของ BCM รวม 2 เดือน มีรายได้ 461 ล้านบาท และกำไรขั้นต้น 70 ล้านบาท หรืออัตรากำไรขั้นต้น 15.2% พร้อมช่วยเติมเต็มพอร์ตบรรจุภัณฑ์ของ BGC ให้ครอบคลุมทั้งแก้ว กระดาษ พลาสติก และอะลูมิเนียม รองรับโอกาสทางธุรกิจจากฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
สำหรับครึ่งปีหลัง BGC คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตต่อเนื่องจากการรับรู้รายได้ BCM ที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจเดิม โดยมุ่งดำเนินกลยุทธ์ Operational Excellence เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมบริหาร Product Mix ไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและอัตรากำไรสูง รวมถึงบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนด้วยการล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้า และบริหารแหล่งพลังงานให้เหมาะสมกับต้นทุน
BGC เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในธุรกิจแก้ว การขยายตลาดในธุรกิจบรรจุภัณฑ์อื่น การต่อยอดธุรกิจบรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม และการใช้ธุรกิจ Trading เป็นช่องทางขยาย New S-Curve เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว





