อีวาย ประเทศไทย จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี EY CFO Forum 2026 ในหัวข้อ “The Reset Advantage” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตของผู้นำทางการเงิน (CFO) ตั้งแต่การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับศักยภาพของ AI
อีวาย ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชีและให้คำปรึกษาทางธุรกิจระดับโลก จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี EY CFO Forum 2026 ในหัวข้อ “The Reset Advantage” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตของผู้นำทางการเงิน (CFO) ตั้งแต่การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับศักยภาพของ AI ให้สร้างคุณค่าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไปจนถึงการผลักดันกลยุทธ์สู่การลงมือปฏิบัติ เพื่อสร้างการเติบโตและความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก รัตนา จาละ Country Managing Partner กล่าวเปิดงานพร้อมต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
งานสัมมนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเจาะลึก 4 วาระสำคัญที่กำลังกำหนดอนาคตขององค์กร เริ่มต้นด้วยหัวข้อ “The Trust Agenda: From Reporting Results to Defending Trust” โดย วราพร ประภาศิริกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชี ซึ่งสะท้อนบทบาทของ CFO ที่กำลังก้าวจากผู้รายงานผลการดำเนินงานทางการเงิน สู่ผู้นำในการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ผ่านข้อมูลที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และสะท้อนภาพธุรกิจอย่างแท้จริง โดยเน้น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานบัญชี TFRS 18 การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล FTSE Russell’s ESG Scores การยกระดับคุณภาพข้อมูลทางการเงินในประเด็นที่นักลงทุนและผู้สอบบัญชีให้ความสำคัญมากขึ้น อาทิ การวัดมูลค่าสินทรัพย์ การตั้งสำรอง การด้อยค่าของทรัพย์สิน และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยเพิ่มความถูกต้อง รวดเร็ว และน่าเชื่อถือของข้อมูล ขณะที่ CFO ยังคงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลความเสี่ยง สร้างความไว้วางใจ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
จากมิติของความเชื่อมั่นและความโปร่งใส สู่ความท้าทายด้านนโยบายภาษีและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เกษม เกียรติเสรีกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานภาษีอากร ได้นำเสนอหัวข้อ “Tax Forward: Leveraging Tax Policy and Technology to Enable the Future” โดยชี้ให้เห็นว่าท่ามกลางแรงกดดันด้านการคลังที่เพิ่มขึ้น ประเทศไทยยังคงเผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณกว่า 800,000 ล้านบาทต่อปี และมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ราว 67% ของ GDP ส่งผลให้ภาครัฐเร่งนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี ทั้งผ่านมาตรการ Global Minimum Tax และ ระบบ e-Invoice ทำให้หน่วยงานภาษีขององค์กรต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการข้อมูลภายในให้มีความถูกต้อง เชื่อมโยง และพร้อมใช้งานมากขึ้น โดยนำเสนอแนวคิด Tax Forward ที่มุ่งยกระดับการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และ AI เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจและความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว ผ่านการขับเคลื่อนใน 3 เสาหลัก ได้แก่ Efficiency, Accuracy และ Visualization พร้อมยกระดับสายงานภาษีจากผู้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ สู่การเป็น Strategic Business Partner ที่มุ่งเน้นการวางกลยุทธ์และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้มากขึ้น
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกฎระเบียบที่ซับซ้อนขึ้น อรพรรณ เช็ง หุ้นส่วน EY-Parthenon ได้ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “Funding the Future: The CFO Agenda for Future-Ready Growth” ว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่จำเป็นต้องมาจากเงินทุนใหม่เสมอไป แต่เกิดจากการจัดสรรทรัพยากรและเงินทุนเดิมไปยังธุรกิจที่สร้างมูลค่าสูงสุด โดยแนะองค์กรควรทบทวนพอร์ตธุรกิจผ่าน 3 คำถามสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจนั้นมีความได้เปรียบในการแข่งขันหรือไม่ สอดคล้องกับกลยุทธ์การเติบโตในอนาคตเพียงใด และตลาดยังมีศักยภาพสร้างรายได้และกำไรหรือไม่ เพื่อนำไปสู่ทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Grow, Transform, Separate หรือ Divest พร้อมกำหนดแนวทางการเติบโตผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพภายใน การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ หรือการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้ อรพรรณเน้นย้ำว่า CFO ในยุคใหม่ต้องก้าวจากผู้รายงานผลทางการเงิน สู่ Strategic Partner ที่ใช้ข้อมูลและมุมมองเชิงธุรกิจในการจัดสรรทรัพยากร ขับเคลื่อนการตัดสินใจ และสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
ด้านการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ปาจรีย์ แสงคำ หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานที่ปรึกษาธุรกิจ ในหัวข้อ “Beyond AI: Why Technology Alone Will Not Deliver AI Returns” ฉายภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ที่เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่ยุคของ Agentic AI ที่สามารถวางแผน ประสานงาน และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติมากขึ้น องค์กรจึงต้องเปลี่ยนมุมมองจากการทดลองใช้ AI ในระดับโครงการนำร่อง (Pilot Case) ที่กระจัดกระจายและไม่สามารถขยายผลสู่ระดับองค์กรได้ ไปสู่การขับเคลื่อน Business Transformation ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ผ่านแนวคิด Value-based Thinking โดยเริ่มจากการกำหนด Strategic Outcome ที่ต้องการ ก่อนนำ AI ไปยกระดับกระบวนการทำงานที่สร้างคุณค่าได้จริง พร้อมเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล กระบวนการกำกับดูแล และบุคลากร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI ทั้งนี้ องค์กรที่จะได้รับชัยชนะในอนาคตอาจไม่ใช่องค์กรที่มี AI ที่ฉลาดที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถนำ AI มาเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด
ต่อด้วย Show and Share Session หัวข้อ “Resetting the Enterprise: How to Turn AI Ambition into Business Value” โดย ปาจรีย์ แสงคำ ร่วมด้วย พรอนันต์ กิจนะวันชัย หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนผ่านจาก Generative AI สู่ Agentic AI ที่สามารถทำงานแบบ End-to-End ผ่าน AI Orchestrator ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลและระบบต่างๆ ภายในองค์กร โดยการนำ AI มาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ควรเริ่มจากเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่เริ่มต้นจากเทคโนโลยีหรือ Use Case เพียงอย่างเดียว จากนั้นจึงปรับกระบวนการ บุคลากร และทักษะให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กร โดยมี Forward Deployed Engineer ช่วยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ทิศทางและการดำเนินงานของแต่ละองค์กร พร้อมยกระดับบทบาทของ Process Owner ให้กำกับดูแลได้ตลอดทั้งกระบวนการ ขณะที่มนุษย์ยังคงมีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในขั้นตอนที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ องค์กรควรวัดผลการลงทุนใน 3 มิติ ได้แก่ Productivity Impact, Decision-Making Impact และ Financial Impact เพื่อเปลี่ยน AI Ambition ให้เป็น Business Value และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายผู้เข้าร่วมสัมมนายังได้เลือกต่อยอดมุมมองในหัวข้อที่สอดคล้องกับความสนใจและโจทย์ขององค์กร ใน Breakout Sessions ผ่านกรณีศึกษาและประสบการณ์จริงจากผู้วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของ EY ครอบคลุมการกำหนดกลยุทธ์และขยายผล Agentic AI เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจ การประยุกต์ใช้ AI เพื่อเสริมความมั่นใจตลอดเส้นทางการเปลี่ยนระบบ ERP และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน ตลอดจนการยกระดับงานด้านภาษีและการบริหารความเสี่ยงให้มีความแม่นยำ รัดกุม และคล่องตัวยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในองค์กร
ความได้เปรียบในโลกธุรกิจยุคใหม่ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเพียงมิติใดมิติหนึ่ง หากแต่อยู่ที่ความสามารถของ CFO ในการเชื่อมโยงความเชื่อมั่น การเงิน ภาษี ข้อมูล เทคโนโลยี และบุคลากรเข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างเป็นระบบ พร้อมรับมือกับมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น ตลอดจนใช้ข้อมูลและ AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและการตัดสินใจ โดยเปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นโอกาส เปลี่ยนศักยภาพของเทคโนโลยีให้เป็นคุณค่าที่วัดผลได้ และขับเคลื่อน The Reset Advantage ให้เกิดขึ้นจริงทั่วทั้งองค์กร
งาน EY CFO Forum 2026 ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้บริหารและผู้นำสายการเงินร่วม 500 คน ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสำรวจแนวทางรับมือกับโอกาสและความท้าทายใหม่ของโลกธุรกิจ ในนามของ EY ขอขอบพระคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่านสำหรับการมีส่วนร่วม ตลอดจนความไว้วางใจและการสนับสนุนที่มอบให้แก่ EY ด้วยดีเสมอมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในโอกาสต่อไป
อนึ่ง งาน CFO Forum เป็นงานสัมมนาประจำปีของ EY ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้บริหารสูงสุดด้านการเงิน ได้มารับฟังข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญของ EY พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเชิงกลยุทธ์ร่วมกัน เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในแต่ละปี จะมีการคัดสรรหัวข้อที่หลากหลายและเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริหารได้อย่างแท้จริง





