วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กรมชลฯ เฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน รับมือแนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมวางแผนรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง และปรับการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

25 สิงหาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) พบว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 1-9 วันข้างหน้า คาดว่าในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,100 ลบ.ม./วินาที ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาจะมีประมาณ 60-100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1,100-1,200 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทาน จะบริหารจัดการน้ำ ด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก รวมทั้งพิจารณาปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากมีการปรับการระบายน้ำในอัตราประมาณ 700-1,000 ลบ.ม./วินาที อาจทำให้ระดับน้ำ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร โดยมีพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบ บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะติดตามและประเมินแนวโน้มปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน หากมีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นและจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

กรมชลประทาน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ที่อยู่ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

กรมชลฯ เฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน รับมือแนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กรมชลฯ เฝ้าระวังน้ำเหนือใกล้ชิด แจ้งเตือนล่วงหน้า 3 วัน รับมือแนวโน้มน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง