วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

กลุ่มบริษัทบางจาก เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก

กลุ่มบริษัทบางจาก เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก ผนึกธุรกิจครบวงจร เสริมความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือความผันผวน ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่าภายในปี 2573 และสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท ภายในปี 2574

24 สิงหาคม 2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กำหนดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี โดยมีความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการรับมือความผันผวน (Energy Security and Resiliency) เป็นแกนสำคัญ ใช้ความแข็งแกร่งจากการผนึกธุรกิจครบวงจรที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและบริหารสมดุลด้านพลังงานเมื่อเกิดวิกฤติ หรือการชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่า ภายในปี 2573 พร้อมมุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลกพร้อมอันดับเครดิตสากลระดับ Investment Grade และสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2574 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มบริษัทบางจาก มีฐานธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ความแข็งแกร่งดังกล่าวสะท้อนจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมี EBITDA 43,763 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท ได้แรงสนับสนุนจากทุกๆ กลุ่มธุรกิจ ทั้ง SAF ธุรกิจการค้า ธุรกิจต้นน้ำ และธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ Bangchak Hong Kong (BHK) จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในภูมิภาค

ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความติดขัดของห่วงโซ่อุปทาน และความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ ความมั่นคงทางพลังงาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีทรัพยากรเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมความสามารถในการเข้าถึงแหล่งพลังงาน แปรรูป และส่งมอบถึงตลาดอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจึงยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านแหล่งพลังงาน (Energy Security) เนื่องจากโลกยังต้องการน้ำมันจากแหล่งผลิตใหม่อย่างน้อย 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในปี 2578 ขณะที่โรงกลั่นมีบทบาทในการแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์พลังงานที่ตลาดต้องการอย่างเพียงพอและมั่นใจ (Energy Reliability) โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังการกลั่นโลกตึงตัว ส่วนเครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ช่วยกระจายแหล่งจัดหาและเส้นทางขนส่ง เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบเมื่อเกิดความผันผวนหรือวิกฤติ (Energy Resiliency)

ทั้งนี้ ด้วยการเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ และโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่งที่มีกำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรลต่อวัน เข้ากับเครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ กลุ่มบริษัทบางจาก จึงสามารถบริหารพลังงานได้ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงตลาดพร้อมทั้งมีความคล่องตัวในการปรับแผนตามสถานการณ์ (Agility) และความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องของการดำเนินงานเมื่อเกิดวิกฤติ (Resiliency) เห็นได้จากความสามารถในการรักษาการขนส่งและส่งมอบสินค้าในช่วงที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญข้อจำกัดในช่วงปลายไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2 ปี 2569 

ภายหลังการปรับโครงสร้างเป็น 5 กลุ่มธุรกิจเมื่อต้นปี กลุ่มบริษัทฯ มุ่งสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่จากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ พลังงานสะอาด โดยมีธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง ใช้สินทรัพย์และระบบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่สามารถใช้ร่วมกับระบบเดิมได้ เช่น SAF และกรีนดีเซล (HVO) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ลดทอนความมั่นคงของระบบ และเพิ่มความพร้อมรับวิกฤติในอนาคต

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ เพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Optimization) ด้วยการเชื่อมโยงสินทรัพย์และเครือข่ายตั้งแต่โรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงช่องทางตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมี SAF เป็นธุรกิจสำคัญที่รองรับการเติบโต หลังเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 และสร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาทในไตรมาส 2 ขณะที่ความต้องการ SAF ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 11 เท่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จากข้อกำหนดการใช้ SAF ในหลายประเทศ สำหรับธุรกิจการตลาดในประเทศภายในปี 2574 ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% เพิ่ม EBITDA ของธุรกิจ non-oil และอินทนิลเป็น 3 เท่า และของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นเป็น 2 เท่า ส่วน BHK ซึ่งมีเครือข่ายสถานีบริการ 31 แห่งและคลังน้ำมัน จะเป็นฐานธุรกิจในฮ่องกงและรองรับการเติบโตในภูมิภาค ครอบคลุมตลาดค้าปลีก ลูกค้าธุรกิจ เชื้อเพลิงเรือ ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และน้ำมันหล่อลื่น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือจาก 13% เป็น 25% ภายในปี 2574

กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน สร้างความยืดหยุ่นและคล่องตัว รวมถึงขยายเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ โดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ไปจนถึงธุรกิจโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และธุรกรรมอนุพันธ์ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการค้าระดับสากลของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกับลูกค้าภายนอกกลุ่มบริษัทฯ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและวิเคราะห์ตลาด เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาและความต้องการในแต่ละภูมิภาค อีกบทบาทสำคัญคือช่วยให้กลุ่มบริษัทฯ บริหารแหล่งจัดหาและกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว รักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบพลังงานเมื่อเส้นทางขนส่งหรือห่วงโซ่อุปทานเกิดข้อจำกัด โดยตั้งเป้า EBITDA ประมาณ 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2574

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มความมั่นคงในการเข้าถึงแหล่งพลังงาน โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญของ OKEA ในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมช่วงกลางถึงปลายอายุการผลิตในประเทศนอร์เวย์ เน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์เดิม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการเดิมและลงทุนใหม่อย่างมีวินัย พร้อมวางฐานการดำเนินงานในอ่าวไทยและขยายพอร์ตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระจายแหล่งผลิต พร้อมสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดระยะยาว และตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวัน (เทียบเท่าน้ำมันดิบ) ภายในปี 2574

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานของกลุ่มบริษัทฯ โดยยกระดับธุรกิจผลิตไฟฟ้าสู่แพลตฟอร์มด้านพลังงานและสาธารณูปโภค โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะนำประสบการณ์และฐานการดำเนินงานในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกามาพัฒนารูปแบบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถขยายผลได้ ตั้งเป้าขยายกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2574 ควบคู่กับการพัฒนาบริการคลังและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อใช้สินทรัพย์ให้เต็มศักยภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน พร้อมพัฒนาโอกาสด้านการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายให้ EBITDA ในปี 2574 เป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568

กลุ่มธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ บ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มบริษัทฯ โดยจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์

ด้านการเงิน กลุ่มบริษัทบางจาก จะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน โดยเลือกลงทุนในธุรกิจหลักและโอกาสที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง ควบคู่กับการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก และนำเงินทุนกลับไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อรักษาสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นทางการเงิน ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน พร้อมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปีและการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6% ​

“แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของกลุ่มบริษัทบางจากไม่ได้ตั้งเป้าไว้ที่เพียงรายได้ 1 ล้านล้านบาท ในปี 2574 เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการเติบโต ทั้งโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสดที่มั่นคง และวินัยทางการเงิน กลไกสำคัญคือการประสานจุดแข็งของทั้ง 5 กลุ่มธุรกิจให้ทำงานเป็นแพลตฟอร์มพลังงานเดียวกัน เพื่อสร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ จากองค์กรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 21 ใน Fortune Southeast Asia 500 ในวันนี้ เรากำลังมุ่งสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก ที่ติดอันดับ Fortune Global 500 ควบคู่กับการได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ Investment Grade จาก S&P และ Moody’s ในปี 2574” นายชัยวัฒน กล่าวสรุป