BBGI กำไรไตรมาส 2 แกร่ง โต 1,318% ขายไบโอดีเซล-เอทานอลพุ่ง เดินเครื่อง SAF เชิงพาณิชย์ เสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศ
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยรายได้จากการขาย และการให้บริการ 6,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และ 32% จากไตรมาสก่อน (QoQ) มีกำไรสุทธิ 485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,318% YoY และเพิ่มขึ้น 83% QoQ คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.33 บาท สะท้อนศักยภาพ ความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ทดแทนการนำเข้า ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของทั้งธุรกิจไบโอดีเซลและไบโอเอทานอล ตามความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) มียอดจำหน่าย 115.47 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 39% YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากการที่ภาครัฐคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 (ถึงวันที่ 13 กันยายน 2569) รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้อย่าง Refined Glycerin ในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ไบโอเอทานอลมียอดจำหน่าย 67.28 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 45% YoY จากแผนบริหารจัดการการผลิต และการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับมาตรการส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 นอกจากนี้ บีบีจีไอ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด (BSGF) ในสัดส่วน 20% ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญสนับสนุนผลการเติบโตของผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้
แม้ผลจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน และต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับสูง แต่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการห่วงโซ่ธุรกิจอย่างครบวงจร ควบคู่กับการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Operational Excellence ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งบีบีจีไอให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง การติดตามสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความผันผวนของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ บีบีจีไอ สามารถวางแผน และปรับตัวตามความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการรองรับความต้องการของตลาดได้ในระยะยาว เพื่อให้สามารถรักษาเสถียรภาพของกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนเชิงรุก พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และรองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องหลังการเติบโตในไตรมาสนี้เกิดจากการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างจากความต้องการใช้ในประเทศตามนโยบายภาครัฐ และประสิทธิภาพการผลิตที่มีการพัฒนาตามแนวคิด Operational Excellence อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน SAF ที่เริ่มมีการผลิตเชิงพาณิชย์ และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวให้กับบริษัทฯ ตามความต้องการเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำ อีกทั้งบริษัทฯ มีการทบทวนแผนการใช้ประโยชน์สินทรัพย์ เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ และแผนการเติบโตของธุรกิจในอนาคต



