"สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" สั่งกรมชลประทาน เร่งเดินหน้ามาตรการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการบรรเทาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม ควบคู่ดูแลพื้นที่เพาะปลูกและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและลดผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่หลายพื้นที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติมีน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก
ขณะที่บางพื้นที่กลับได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังจึงสั่งการให้กรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างรอบด้าน มีการส่งเครื่องจักรกลและเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร
ทั้งนี้ กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 12 ติดตามและสนับสนุนการปฏิบัติงานเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และจ.อุทัยธานีอย่างใกล้ชิด ซึ่งระดมเครื่องสูบน้ำเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมทั้งพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง หวังส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าโบสถ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโพธิ์พระยา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชันสูตร และโครงการชลประทานอุทัยธานี มีการติดตามการทำงานของเครื่องสูบน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปรับแผนการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"จะไม่ทอดทิ้งพี่น้องเกษตรกร พร้อมสั่งการให้ กรมชลประทาน เฝ้าระวังและติดตาม สถานการณ์น้ำ ใกล้ชิดตลอดฤดูฝน แม้หลายพื้นที่จะมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ยังคงมีบางพื้นที่ที่มีฝนตกน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอและมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ" นายสุริยะ กล่าว
ขณะเดียวกันได้กำชับให้บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขังอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อภาคการเกษตร และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง


