วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ไทยเบฟ สานต่อความร่วมมือกับ กรุงศรี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเงินเพื่อความยั่งยืน

ไทยเบฟ สานต่อความร่วมมือกับ กรุงศรี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเงินเพื่อความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน ในวงเงิน 6,500 ล้านบาท

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) ("ไทยเบฟ" หรือ "บริษัท") ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย เดินหน้าผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 6,500 ล้านบาท จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ("กรุงศรี") โดยมีกรุงศรี และ MUFG ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน (Joint Sustainability Structuring Advisors)

ธุรกรรมในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินธุรกรรมสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนระหว่าง ไทยเบฟ และ กรุงศรี ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ต่อยอดจากสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนวงเงิน 10,000 ล้านบาทในปี 2567 และ 5,000 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการผสานความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือกับกรุงศรีในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน

สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนดังกล่าว เชื่อมโยงต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เข้ากับผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance Targets: SPTs) โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะปรับตามระดับการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงร้อยละ 42 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 50 ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2573

ไทยเบฟ กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัทฯ โดยเป้าหมายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเบฟที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ และสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้แต่งตั้ง Morningstar Sustainalytics เป็นผู้จัดทำรายงานความเห็นโดยผู้สอบทานภายนอกที่เป็นอิสระ (Second Party Opinion: SPO) เพื่อประเมินว่ากรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัทฯ มีความสอดคล้องกับหลักการ Sustainability-Linked Loan Principles (SLLPs) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งประเมินว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) และเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ของไทยเบฟมีความเหมาะสม มีนัยสำคัญ และสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลยุทธ์ด้าน ESG ของบริษัทฯ

ต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนจาก กรุงศรี ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของ ไทยเบฟ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมาย การสรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน (Enabling Sustainable Growth) การกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ให้สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเดินหน้าขยายการใช้สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน จะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรุงศรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนไทยเบฟบนเส้นทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง การออกสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงศรีในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญของกรุงศรี ผสานกับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ MUFG เราพร้อมสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจของลูกค้าและเศรษฐกิจโดยรวม