วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปลดล็อคแนวทางจ่ายหนี้ 'สยามสปอร์ต' 360 ล้านบาท

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เดินหน้าปลดล็อกแนวทางการชำระหนี้จำนวน 360 ล้านบาท ที่มีต่อบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หลังสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่ายได้สำเร็จ นับเป็นความคืบหน้าสำคัญในการจัดการภาระหนี้และหาแนวทางดำเนินการที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวหลังการประชุมสภากรรมการ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ว่า สมาคมฯ สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแนวทางการชำระหนี้ของสมาคมฯ ที่มีต่อ บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท และบจก. ซีนิเพล็กซ์ (ทรูฯ)

ล่าสุด หลังจากสมาคมฯ ได้ชำระหนี้ให้กับ บริษัท สยามสปอร์ต ไปแล้วเป็นจำนวน 120 ล้านบาท สมาคมฯ ได้ขอรับโอนหนี้จำนวน 240 ล้านบาท (แทนที่สยามสปอร์ต ซึ่งเป็นหนี้ทรูฯ) ตามกรอบข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้สมาคมขอขอบคุณผู้บริหารของทั้ง ซีนิเพล็กซ์ (บริษัทในกลุ่มทรูฯ) ที่นำโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ และบมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่นำโดย ระวิ โหลทอง ที่เห็นแก่ประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทย

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปลดล็อคแนวทางจ่ายหนี้ 'สยามสปอร์ต' 360 ล้านบาท

ปัญหาหนี้สินดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2016 ภายใต้การบริหารงานของสมาคมฯ ชุดเก่า ที่ไปยกเลิกสิทธิ์ในการบริหารสปอนเซอร์และถ่ายทอดสดของสยามสปอร์ต เป็นผลให้มีการฟ้องร้องกันไปมา และต่อสู้คดีกันถึงสามศาลเป็นระยะเวลานานถึงสิบปี จนในที่สุดศาลฎีกาตัดสินให้สมาคมฯ แพ้คดี ต้องชำระหนี้จำนวน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้สยามสปอร์ต

แต่เมื่อ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ และสภากรรมการชุดปัจจุบัน เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 ก็ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ด้วยการเจรจาและทยอยชำระหนี้มาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ชำระหนี้ส่วนต่างให้กับ สยามสปอร์ต ไปแล้ว เป็นเงิน 120 ล้านบาทครบถ้วนตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เหลือเพียงจำนวนหนี้ ระหว่างบมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่มีต่อ บจก. ซีนิเพล็กซ์ จำนวน 240 ล้านบาท ซึ่งมีผลผูกพันต่อ สมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

ภายใต้ข้อตกลงสามฝ่ายดังกล่าว สมาคมฯ จะเป็นผู้ชำระหนี้ (แทน บมจ.สยามสปอร์ต) ให้แก่ บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 240 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางการชำระหนี้ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การชำระเป็นเงินสดตามงวดที่ตกลงกัน และการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย (Broadcasting Right) แบบ Exclusive ในการถ่ายทอดสด รวมถึงการออกอากาศซ้ำ (Rerun) ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการ โดยบริษัทในกลุ่มทรู หรือบริษัทในเครือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572 ให้บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นการทดแทนเงินจำนวนหนี้ที่เหลือบางส่วน และอีกส่วนคือการทยอยชำระเป็นเงินสด รายเดือน

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปลดล็อคแนวทางจ่ายหนี้ 'สยามสปอร์ต' 360 ล้านบาท

นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อมั่นว่าข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสมาคมฯ โดยกำจัดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกยึดและอายัดทรัพย์จากเจ้าหนี้ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยสมาคมฯ จะสามารถมุ่งมั่นพัฒนา และสร้างความสำเร็จให้กับ ฟุตบอลทีมชาติไทย ในทุกระดับ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่แฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนคาดหวังร่วมกันได้อย่างเต็มที่ต่อไป

ทั้งนี้ แม้ว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ จะเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน อย่างหนัก แต่ก็ยังพยายามเดินหน้าขับเคลื่อนสมาคมฯ ภายใต้ข้อจำกัดรอบด้านอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะแก้ไขปัญหาเรื่องนอกสนาม อาทิ เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ที่สามารถขายสิทธิ์ให้ AIS-GULF-JAS ได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาท ภายในระยะสัญญา 4 ปี (2025/26-2028/29) ปีละ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขต่อสัญญาอีก 2 ฤดูกาล, การเพิ่มเงินสนับสนุนสโมสรฯ ครบทั้ง 3 ลีก ประกอบด้วย ไทยลีก 1 จากเดิม 10 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท, ไทยลีก 2 จากเดิม 3 ล้านบาท เป็น 4 ล้านบาท และไทยลีก 3 จากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 1.25 ล้านบาท โดยแบ่งจ่าย 4 งวด ตรงเวลา, การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพทั้งชาย และหญิง ครบทุกระดับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์, การหาผู้สนับสนุนเข้ามาได้ครบทั้ง 3 ลีกอาชีพ ตั้งแต่ไทยลีก 1-3 และการขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทยให้ทั้งกับทั้ง ไทยรัฐ ทีวี แบบ Exclusive ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย และบจก. ซีนิเพล็กซ์ แบบ Exclusive ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยบริษัทในกลุ่มทรูหรือบริษัทในเครือ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ปลดล็อคแนวทางจ่ายหนี้ 'สยามสปอร์ต' 360 ล้านบาท