วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เจาะลึกผลตอบแทนพันธบัตรสองมหาอำนาจ 'สหรัฐ ญี่ปุ่น' ขยับสูง ทำไมชาวคริปโตต้องจับตา

เจาะลึกผลตอบแทนพันธบัตรสองมหาอำนาจ 'สหรัฐ ญี่ปุ่น' ขยับสูง ทำไมชาวคริปโตต้องจับตา

เจาะลึกสัญญาณเตือนจากตลาดการเงินโลก เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 2 มหาอำนาจอย่าง "สหรัฐ-ญี่ปุ่น" พุ่งสูง สะเทือนทั้งตลาดทุน ค่าเงิน และสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโต นักลงทุนต้องจับตาอะไรต่อจากนี้?

ในโลกการเงินเชิงมหภาค (Macroeconomics) ไม่มีสินทรัพย์ใดที่ทรงอิทธิพลไปกว่าพันธบัตรรัฐบาลอีกแล้ว ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ได้เห็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อายุ 10 ปี ของสองมหาอำนาจโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น พุ่งทะยานขึ้นพร้อมกัน การพุ่งนี้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตลาดการเงินดั้งเดิมและตลาด คริปโทเคอร์เรนซี

ทำไม Bond Yield สหรัฐ และญี่ปุ่นถึงพุ่งสูงขึ้น?

หากเปรียบเทียบง่ายๆ Bond Yield จะแปรผกผันกับราคาพันธบัตร เมื่อนักลงทุนพร้อมใจกันเทขายพันธบัตรราคาจะร่วงลง และส่งผลให้ Yield (ผลตอบแทน) พุ่งสูงขึ้นทันที ซึ่งชนวนเหตุในเดือนพฤษภาคม 2026 ของทั้งสองประเทศมีที่มาต่างกัน

ฝั่งสหรัฐ (US 10Y แตะ 4.67% เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2026) : เกิดจากภาวะเงินเฟ้อพื้นฐาน (PCE) ที่ยังฝังลึก ประกอบกับ "Bond Vigilantes" หรือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่รวมตัวกันเทขายพันธบัตรเพื่อกดดันรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากความกังวลเรื่องการขาดดุลการคลังและหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต้องคงดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนาน (Higher for Longer)

ฝั่งญี่ปุ่น (Japan 10Y พุ่งทุบสถิติที่ 2.79% ในรอบ 30 ปี เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2026) : ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ เมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยุติยุคดอกเบี้ยติดลบอย่างถาวรและส่งสัญญาณ สายเหยี่ยว (Hawkish) เพื่อสู้กับเงินเฟ้อในประเทศ ประกอบกับรัฐบาลอัดฉีดงบประมาณอุดหนุนพลังงาน ยิ่งเร่งให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมานานหลายทศวรรษ

อัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกอย่างไร?

การพุ่งขึ้นของยิลด์ทั้งสองฝั่งส่งผลให้ ต้นทุนทางการเงินของโลก (Cost of Capital) สูงขึ้นทันที สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้คือการบีบตัวของ US-Japan Yield Spread (ส่วนต่างดอกเบี้ย) ที่แคบลงเหลือราว 1.88% ปรากฏการณ์นี้กำลังทำลายระบบ "Yen Carry Trade" หรือการที่นักลงทุนกู้เงินเยนดอกเบี้ยต่ำไปไล่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก เมื่อยิลด์ญี่ปุ่นสูงขึ้น เงินทุนไหลกลับประเทศญี่ปุ่น (Repatriation) สภาพคล่องในตลาดโลกจึงเริ่มตึงตัว และค่าเงินเยนเริ่มแข็งค่าขึ้น

โดมิโนเอฟเฟกต์บททดสอบครั้งใหญ่ต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี

เมื่อผลตอบแทนไร้ความเสี่ยง (Risk-free rate) จากการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.5% - 5% สินทรัพย์เก็งกำไรอย่างคริปโทฯ จึงได้รับผลกระทบโดยตรงผ่าน 3 ประเด็น คือ

  • เงินทุนจากสถาบันไหลออก เนื่องจากทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าให้ผลตอบแทนที่จับต้องได้นักลงทุนสถาบันจึงเลือก ลดความเสี่ยง (Risk-off) ซึ่งข้อมูลจาก CoinShares ระบุว่าในสัปดาห์นี้มีเงินไหลออกจากกองทุนคริปโต และ ETP ทั่วโลกรวมกันสูงถึง 1,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะ Bitcoin ที่โดนแรงขายทำกำไรอย่างหนักเพื่อย้ายเม็ดเงินไปล็อกผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรแทน
  • ภาวะขาดสภาพคล่องและซึมตัว เมื่อราคา Bitcoin ในเดือนนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะพักฐาน แกว่งตัวในกรอบแคบราว $76,000 - $77,000 ดัชนีความผันผวนคาดการณ์ (Implied Volatility) ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 9 เดือน สะท้อนว่า Hot Money ในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนรายใหญ่ชะลอการเก็งกำไรเพราะต้นทุนการกู้ยืมเงินเยน (Carry Trade) เพื่อมาซื้อคริปโทนั้นแพงขึ้นและไม่คุ้มค่าอีกต่อไป
  • กระแสเงินทุนย้ายไปที่ AI ในสภาวะที่สภาพคล่องตึงตัว เงินทุนจะเลือกไหลไปสู่สิ่งที่มีกระแสการเติบโตชัดเจนที่สุด ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ เม็ดเงินเก็งกำไรส่วนใหญ่เลือกที่จะวิ่งเข้าหาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นที่เกี่ยวกับ AI และหน่วยความจำชั้นนำ แย่งความสนใจไปจากตลาดคริปโท 

การทะยานขึ้นของ Bond Yield ทั้งสองฝั่งในเดือนพฤษภาคม 2026 คือภาพสะท้อนว่าโลกกำลังปรับฐานเข้าสู่ยุคต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านหนี้สินและเงินเฟ้อ ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังก้าวข้ามผ่านทศวรรษแห่งการฝืดเคือง สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงถูกรีดออกชั่วคราว ตราบใดที่กำแพงผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลยังคงปักหลักสูงเด่น ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีก็จำเป็นต้องผ่านช่วงเวลาพักฐานและทดสอบความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนที่สภาพคล่องระลอกใหม่จะไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง

ที่มา 

คำเตือน

  • คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง อาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต