วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต ผลักดันการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือภายในประเทศ

ท่ามกลางความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดทางการค้า กลุ่มบริษัท บ๊อช มุ่งมั่นสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม สำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน

บ๊อช ยังคงรักษาระดับการลงทุนที่สำคัญต่ออนาคตในสัดส่วนที่สูงเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา เฉพาะในปี พ.ศ. 2568 เพียงปีเดียว Bosch ได้ทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 12 พันล้านยูโร สำหรับการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายสำหรับปี พ.ศ. 2569 อยู่ระหว่างร้อยละ 2 ถึง ร้อยละ 5 ในส่วนอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน ร้อยละ 4 ถึง ร้อยละ 6 จากผลประกอบการประจำปี

สเตฟาน ฮาร์ตุง ประธานคณะกรรมการบริหารของ Robert Bosch GmbH กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก เรามุ่งมั่นที่จะกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีสำคัญ ทั้งระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจและสามารถสร้างผลกำไรได้ เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บ๊อช เป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่ยื่นขอจดสิทธิบัตรมากที่สุดในยุโรป โดยในปี พ.ศ. 2568 บ๊อช ได้ยื่นจดสิทธิบัตรกว่า 6,300 รายการ และยังคงครองตำแหน่งผู้นำอย่างต่อเนื่องในประเทศเยอรมนี แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ บ๊อช ยังคงสามารถสร้างรายได้จากผลประกอบการในปี พ.ศ. 2568 ด้วยยอดขาย 91.0 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2567: 90.3 พันล้านยูโร) เมื่อปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเติบโตร้อยละ 4.1 ขณะที่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ ร้อยละ 2 ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 3.5)

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

การพัฒนาธุรกิจในประเทศไทย

แม้ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย บ๊อช ประเทศไทย ยังคงสามารถรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2568 โดยมียอดขายจากการดำเนินงานของบริษัทในเครือทั้งหมด อยู่ที่ 463 ล้านยูโร หรือ 17.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 บ๊อช ประเทศไทย มีจำนวนพนักงานกว่า 1,850 คน สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนและสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศอย่างมั่นคง และตอกย้ำถึงวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ จึงได้รับการรับรองให้เป็น "Great Place to Work" ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดย Great Place to Work Institute ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ประเมินวัฒนธรรมในองค์กรผ่านกระบวนการที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของพนักงานอย่างเป็นความลับผ่านแบบสำรวจ Trust Index™ และการพิจารณาแนวปฏิบัติด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกในการทำงานและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราในการเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย ด้วยการขยายการดำเนินงานในประเทศ เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร และการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต เรากำลังดำเนินธุรกิจเชิงรุก เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน แม้ในช่วงที่ตลาดยังคงเปลี่ยนแปลงก็ตาม

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

บ๊อช ประเทศไทยก้าวสู่ปี พ.ศ. 2569 ด้วยมุมมองเชิงรุกและมุ่งสู่อนาคต โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ศักยภาพภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และการให้ความสำคัญกับการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง

ในปีที่ผ่านมา การดำเนินงานแผนกวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ของ  บ๊อช ครบรอบ 10 ปี ตอกย้ำบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ในฐานะศูนย์กลางการผลิตระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานสำคัญด้านวิศวกรรมขั้นสูงและการพัฒนาเทคโนโลยีอีกด้วย ขณะเดียวกัน ธุรกิจโซลูชันระบบขับเคลื่อน ยังประสบความสำเร็จโดยบรรลุเป้าหมายสำคัญด้านการผลิต ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง บริษัทฯ ได้ส่งมอบคอนเนคเตอร์รวมกว่า 500 ล้านชิ้น และหัวฉีดน้ำมันเบนซินกว่า 50 ล้านชิ้น ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

กลยุทธ์ปี พ.ศ. 2573: นวัตกรรมและความแตกต่างคือกุญแจสู่การเติบโต

ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนกำลังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานระดับราคา ดังนั้น ฮาร์ตุง เล็งเห็นว่าการขยายบทบาทความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในการขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะในตลาดยานยนต์ รวมถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ของบริษัทฯ ซึ่งตั้งเป้าให้ บ๊อช ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามผู้จัดจำหน่ายชั้นนำในตลาดหลักของบริษัท อุปสรรคทางการค้าและความคาดหวังของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค นับเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาโซลูชันเพื่อตอบสนองในแต่ละระดับภูมิภาค

“ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความแตกต่าง” ฮาร์ตุง กล่าว

พร้อมชี้ว่าเครือข่ายการดำเนินงานระดับโลกของ บ๊อช คือข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน “เราสามารถปรับข้อเสนอและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของแต่ละภูมิภาค ขณะเดียวกัน ก็ยังคงส่งมอบคุณภาพในมาตรฐานระดับสากลได้”

ในปีนี้ บ๊อช ก้าวสู่วาระครบรอบ 140 ปี ความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อกำเนิดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ  และตอกย้ำความตั้งใจในการรักษาบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผลการดำเนินงานปีธุรกิจ พ.ศ. 2568: ความแข็งแกร่งทางการเงิน สภาพคล่อง และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา 

ในปีธุรกิจ พ.ศ. 2568 บ๊อช สามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระในระดับบวกประมาณ 300 ล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: ประมาณ 900 ล้านยูโร) ขณะที่สัดส่วนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอยู่ที่ ร้อยละ 8.7 ของยอดขาย (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 8.6) โดยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนารวมกว่า 7.9 พันล้านยูโร Markus Forschner สมาชิกคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO)

บริษัท Robert Bosch GmbH กล่าวว่า แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทาย บ๊อช ยังคงพร้อมที่จะลงทุนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการลงทุนล่วงหน้าในหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ในด้านยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีระบบควบคุมเบรกขั้นสูง ด้วยอัตราส่วนเงินทุนที่ร้อยละ 41.6 หุ้นส่วนของทุนยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงรักษาความมั่นคงทางการเงินไว้ได้ แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 7,400 ล้านยูโร เทียบกับ 8,200 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า

กลยุทธ์ปี 2573: Bosch ต่อยอดนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตสู่อนาคต

ทั้งนี้ บ๊อช ได้ดำเนินการลงทุนเชิงรุกในหลายภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่ออนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และระบบควบคุมเบรกขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สัดส่วนเงินทุน ของบ๊อชยังคงอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 41.6 (ปี พ.ศ. 2567: ร้อยละ 44.3) โดยกลุ่มบริษัท บ๊อช ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างมั่นคง แม้ว่าสภาพคล่องตามงบกระแสเงินสดรวมจะลดลงมาอยู่ที่ 7.4 พันล้านยูโร (ปี พ.ศ. 2567: 8.2 พันล้านยูโร)