"อีวาย" เปิดตัว Agentic AI ระดับองค์กร ยกระดับงานสอบบัญชีด้วย AI ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูล รับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคธุรกิจขับเคลื่อนด้วย AI
อีวาย (EY) ประกาศเปิดตัวใช้งาน Agentic AI ระดับองค์กรในสายงานบริการด้านการให้ความเชื่อมั่น (Assurance) ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญไปสู่การสอบบัญชีที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ การเปิดตัวใหม่นี้ ควบคู่กับแนวทางการสอบบัญชีที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านการสอบบัญชี ซึ่งดำเนินไปอย่างต่อเนื่องภายใต้กลยุทธ์ “All in” ของ EY
EY ได้ผสานกรอบการทำงานแบบ Multi agent framework รูปแบบใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อ Microsoft Azure, Microsoft Foundry และ Microsoft Fabric เข้ากับ EY Canvas แพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้าน Assurance ที่เป็นศูนย์รวมผสานการทำงานของ EY ทั่วโลก แพลตฟอร์มนี้ประมวลผลข้อมูล Journal Entry มากกว่า 1.4 ล้านล้านรายการต่อปี ครอบคลุมการทำงานประจำวันของบุคลากรสายงาน Assurance กว่า 130,000 คน ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีมากกว่า 160,000 งาน ในกว่า 150 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยให้ทีมตรวจสอบสามารถบริหารจัดการงาน กระบวนการทำงานและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างคล่องตัว และเข้าถึงแนวปฏิบัติด้านการสอบบัญชีและการบัญชีที่ทันสมัยได้อย่างต่อเนื่องในระดับและความรวดเร็วที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน
การผสาน Agentic AI เข้ากับ EY Canvas ทำให้ AI เข้ามาขับเคลื่อนทุกขั้นตอนในการปฏิบัติงานสอบบัญชีของ EY ทั่วโลกในทันทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากผ่านความสำเร็จในการทดสอบและการดำเนินโครงการนำร่องอย่างเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าระบบดังกล่าวจะสามารถรองรับกระบวนการปฏิบัติงานสอบบัญชีครบวงจรได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571
เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดการทำงานยุคใหม่สำหรับผู้สอบบัญชีของ EY ซึ่งมุ่งลดภาระงานเอกสารของลูกค้า เพิ่มคุณภาพการประเมินความเสี่ยง และคงบทบาทที่สำคัญของมนุษย์ในการใช้วิจารณญาณ การตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล และความรู้เชิงลึกทางวิชาชีพเอาไว้ แนวทางดังกล่าวช่วยปรับรูปแบบการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละงาน เพิ่มคุณภาพงานตรวจสอบ เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน ให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม และยกระดับความเชื่อมั่น รวมถึงประสบการณ์โดยรวมของลูกค้าและบุคลากรของ EY
Janet Truncale, EY Global Chair and CEO กล่าวว่า ในขณะที่เราช่วยองค์กรชั้นนำทั่วโลกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เราก็นำมาตรฐานเดียวกันมาใช้กับองค์กรเช่นกัน โดยเริ่มจากการเป็นลูกค้ารายแรกของเราเอง การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของข้อมูล และความซับซ้อนรูปแบบใหม่จากการสร้างความเชื่อมั่นด้าน AI ทำให้บุคลากรและเทคโนโลยีของเราต้องพัฒนาเร็วกว่าที่เคยเป็นมา การสอบบัญชียุคใหม่ของ EY ที่มี AI เป็นตัวขับเคลื่อน และผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำ AI ระดับองค์กรมาสู่การใช้งานจริง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ส่งมอบข้อมูลเชิงลึก และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ โดยได้รับแรงส่งจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องของเราตามกลยุทธ์ All in
วราพร ประภาศิริกุล หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชี อีวาย ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการริเริ่มด้าน Agentic AI ในระดับโลกครั้งนี้สะท้อนชัดเจนถึงสิ่งที่เราเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าเป็นอนาคตของงานสอบบัญชีในทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การผสาน AI เข้ากับบริการสอบบัญชีไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่เป็นการยกระดับบทบาทของผู้สอบบัญชีให้สามารถสร้างคุณค่าเชิงลึก เสริมสร้างความเชื่อมั่น และตอบโจทย์ความซับซ้อนของธุรกิจและตลาดทุนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยยังคงยึดหลักคุณภาพ ความโปร่งใส และดุลยพินิจทางวิชาชีพเป็นหัวใจสำคัญ
การผสานขีดความสามารถของระบบ Multi agent AI เข้ากับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีด้านการให้ความเชื่อมั่นระดับโลกอย่าง EY Canvas ช่วยเสริมศักยภาพงานสอบบัญชีให้มีความละเอียด แม่นยำ และสอดคล้องกับบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำหรับประเทศไทย แนวทางนี้สอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของตลาดทุน โดยช่วยให้ผู้สอบบัญชีสามารถใช้เวลาและความเชี่ยวชาญไปกับการวิเคราะห์เชิงลึก การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า และการสร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับการให้ AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนกระบวนการทำงานตรวจสอบอย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย
สนับสนุนองค์กรในการเดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
การยกระดับขีดความสามารถเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่องค์กรต่าง ๆ มุ่งหาทางใช้ประโยชน์จาก AI ให้เต็มศักยภาพ โดยผลสำรวจ CEO ของ EY เมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า องค์กรถึง 97% ได้เริ่มต้นดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์กรในภาพรวม หรือมีแผนที่จะดำเนินการดังกล่าวแล้ว
ระเบียบวิธีและกรอบการตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของ EY ยังช่วยยกระดับการตรวจสอบให้มีความละเอียดถี่ถ้วน ตรงประเด็น และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคสมัยที่การให้ความเชื่อมั่นด้าน AI ยังคงเป็นเรื่องซับซ้อนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กรอบแนวคิดและระเบียบวิธีดังกล่าวยังเป็นรากฐานสำคัญของบริการด้านการให้ความเชื่อมั่น (Assurance) สำหรับทั้งลูกค้าสอบบัญชีและลูกค้างานบริการอื่น โดยครอบคลุมตั้งแต่ระบบวิเคราะห์ด้วย AI การกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง ไปจนถึงการควบคุมภายใน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความพร้อม บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI และเอื้อให้เกิดความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ควบคู่ไปกับผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลในระหว่างการปรับปรุงและยกระดับองค์กรให้ทันสมัย
Marie Laure Delarue EY Global Vice Chair – Assurance กล่าวว่า ความมุ่งมั่นของ EY ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรของเรา ทำให้เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการช่วยสนับสนุนองค์กรทั่วโลกให้นำ AI ไปใช้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยึดบุคลากรของเราเป็นศูนย์กลาง และเสริมความแข็งแกร่งด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบริษัท Microsoft ทำให้ EY สามารถส่งมอบคุณค่าเชิงธุรกิจที่มากขึ้น เสนอมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าเดิม อีกยกระดับความเชื่อมั่นที่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้กับเรา พร้อมทั้งเดินหน้ากำหนดนิยามใหม่ของคุณค่างานสอบบัญชีในยุคของ AI อย่างต่อเนื่อง
ขับเคลื่อน AI อย่างมีความรับผิดชอบในทุกระดับ
การนำไปใช้งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ขององค์กร EY โดยเฉพาะกับ Microsoft ซึ่งได้ผนวกรวมเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI ของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของ EY ทั้งนี้ กรอบการทำงานแบบ Multi-agent ใน EY Canvas ได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Microsoft Foundry, Fabric และ Azure
EY เป็นหนึ่งในองค์กรกลุ่มแรกที่เข้าร่วมโครงการ Frontier Firm AI Initiative ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Microsoft และสถาบัน Harvard Digital Data Design Institute และยังเป็นหนึ่งในองค์กรเพียง 14 แห่งที่ได้รับการยอมรับในเรื่องการนำ AI ขั้นสูงมาใช้ในระดับองค์กร
Judson Althoff, CEO of Microsoft commercial business กล่าวว่า การที่ EY เป็นผู้บุกเบิกในการนำเทคโลโลยีคลาวด์ และ AI ของ Microsoft มาใช้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อถูกนำไปใช้งานในระดับองค์กร โดย EY ซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะ Frontier Firm นั้นเป็นองค์กรแนวหน้าที่นำ AI มาใช้ได้อย่างมีความรับผิดชอบและขยายขอบเขตไปสู่การใช้ในสายงาน Assurance พร้อมทั้งเร่งสร้างนวัตกรรมและช่วยให้องค์กร สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง
ความสามารถใหม่ ๆ ของ AI เหล่านี้ได้รับการพัฒนา ทดสอบ และนำไปใช้งานโดยยึดตามหลักการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบทั้ง 9 ประการของ EY อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ EY ยังได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านที่สำคัญนี้ด้วยการเข้าร่วมโครงการ Industrial Affiliates Program ของสถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลางแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University Institute for Human Centered Artificial Intelligence)
นอกเหนือจากการลงทุนอย่างมหาศาลในด้านเทคโนโลยีแล้ว EY ยังได้พัฒนาโครงการฝึกอบรมระดับโลกเพื่อยกระดับทักษะของบุคลากรด้านการสอบบัญชีและการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีทั่วโลกในปีนี้ โครงการฝึกอบรมดังกล่าวได้รับการออกแบบอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้เชิงลึกและการอบรมในสถานที่จริง และจะมีการปรับปรุงเนื้อหาอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับพัฒนาการด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี และระเบียบวิธีการทำงาน
Raj Sharma, EY Global Managing Partner – Growth & Innovation กล่าวว่า การเดินหน้าอย่างแน่วแน่ของ EY ในการผสาน AI กับบริการหลักอันเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของเรา นั่นคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดทุน เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงพลัง ศักยภาพ และความไว้วางใจได้ของเทคโนโลยีนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนานกับ Microsoft ซึ่งเป็นองค์กรที่มีเทคโนโลยีคลาวด์และ AI เป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำเทคโนโลยี AI ขั้นสูงไปใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย และสามารถขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมธุรกิจ Assurance ของ EY ทั่วโลก

