สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดตัวโครงการ EEC Select Best Service 2026 เพื่อยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนใน EEC ให้มีมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพระดับสากล
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถูกกำหนดให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งมีกรอบการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งภาคการผลิต ภาคเกษตรและภาคบริการ โดยมี พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน
สำหรับเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ความยั่งยืนของชุมชน จะเป็นการส่งเสริมคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความมั่นคงอาชีพและรายได้เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และชุมชน เชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนใน EEC ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลถึงขยายตัวภาคอุตสาหกรรม การสร้างอาชีพ และการพัฒนาสาธารณูปโภค ดังนั้นการเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนกับนิคมอุตสาหกรรมใน EEC จะได้ประโยชน์หลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดตัวโครงการ EEC Select Best Service 2026 เพื่อยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนใน EEC ให้มีมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคผ่านเครื่องหมายตรารับรองมาตรฐาน
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ.เปิดเผยว่า เป็นการชูแนวคิด “SERVICE + SMART & SMILE” สร้างความแตกต่างที่เน้นการส่งต่อความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้บริโภคภายใต้ความหมายของตัวอักษร E-E-C รูปแบบใหม่ ได้แก่
- E (Expert) ผู้ผลิตต้องมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความโดดเด่นที่แตกต่าง
- E (Excellence) ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
- C (Certainty) ผู้บริโภคต้องได้รับความมั่นใจ เชื่อใจ และได้รับสินค้าที่เป็นธรรม
ทั้งนี้ได้วางเป้าหมายในการเจาะลึกยัง 5 กลุ่มธุรกิจบริการ เป้าหมายหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ สำหรับการคัดเลือกในปี 2026 นี้ ครอบคลุมผู้ประกอบการใน 5 กลุ่มประเภทบริการสำคัญ ได้แก่
- ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
- ธุรกิจสปาและสุขภาพ
- ธุรกิจที่พักและโรงแรม
- ธุรกิจสถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน
- ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ
สำหรับการดำเนินการจะเน้นความยั่งยืนและศักยภาพรอบด้าน เพื่อให้โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) เพื่อให้ประชาชนพร้อมรับมือกับการขยายตัวของเมือง
ทั้งนี้ มีเกณฑ์การประเมินศักยภาพ 5 ด้าน คือ ด้านปัจจัยการผลิต, การสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (ESG), ขั้นตอนกระบวนการบริการ, ความโดดเด่น และการตลาด โดยผนึกผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศสู่เป้าหมาย "Local Roots to Global Reach" การยกระดับศักยภาพให้พร้อมสู่การแข่งขันระดับสากล
รวมทั้งการดำเนินงานร่วมมือผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงานครบทุกมิติ เช่น สกพอ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอนามัย โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนจากภาคเอกชนที่มาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เช่น เครือนายเลิศกรุ๊ป จำกัด
"จากพลังความร่วมมือของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนทุกมิติเพื่อให้ผู้ประกอบการภายใต้โครงการ EEC select Best Service ผลักดันมาตรฐานทั้งในด้านการบริการและคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสำหรับโครงการ EEC Select Best Service 2026 จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และนักลงทุน เพื่อเชื่อมโยงโอกาสและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากใน EEC อย่างยั่งยืน" นายจุฬา กล่าว


