วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

สกพอ. ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 'EEC Select' หนุนมาตรฐานสากล

สกพอ. ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 'EEC Select' หนุนมาตรฐานสากล

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดตัวโครงการ EEC Select Best Service 2026 เพื่อยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนใน EEC ให้มีมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพระดับสากล

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถูกกำหนดให้เป็นต้นแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งมีกรอบการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งภาคการผลิต ภาคเกษตรและภาคบริการ โดยมี พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

สำหรับเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ความยั่งยืนของชุมชน จะเป็นการส่งเสริมคุณค่าและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความมั่นคงอาชีพและรายได้เพื่อพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และชุมชน เชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนใน EEC ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 

นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลถึงขยายตัวภาคอุตสาหกรรม การสร้างอาชีพ และการพัฒนาสาธารณูปโภค ดังนั้นการเชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนกับนิคมอุตสาหกรรมใน EEC จะได้ประโยชน์หลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดตัวโครงการ EEC Select Best Service 2026 เพื่อยกระดับผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนใน EEC ให้มีมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพระดับสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคผ่านเครื่องหมายตรารับรองมาตรฐาน

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ.เปิดเผยว่า เป็นการชูแนวคิด “SERVICE + SMART & SMILE” สร้างความแตกต่างที่เน้นการส่งต่อความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้บริโภคภายใต้ความหมายของตัวอักษร E-E-C รูปแบบใหม่ ได้แก่

  • E (Expert) ผู้ผลิตต้องมีทักษะ ความรู้ และความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความโดดเด่นที่แตกต่าง 
  • E (Excellence) ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ 
  • C (Certainty) ผู้บริโภคต้องได้รับความมั่นใจ เชื่อใจ และได้รับสินค้าที่เป็นธรรม 

สกพอ. ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 'EEC Select' หนุนมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ได้วางเป้าหมายในการเจาะลึกยัง 5 กลุ่มธุรกิจบริการ เป้าหมายหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ สำหรับการคัดเลือกในปี 2026 นี้ ครอบคลุมผู้ประกอบการใน 5 กลุ่มประเภทบริการสำคัญ ได้แก่

  1. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
  2. ธุรกิจสปาและสุขภาพ
  3. ธุรกิจที่พักและโรงแรม
  4. ธุรกิจสถานประกอบการท่องเที่ยวชุมชน
  5. ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อการบริการ

สำหรับการดำเนินการจะเน้นความยั่งยืนและศักยภาพรอบด้าน เพื่อให้โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) เพื่อให้ประชาชนพร้อมรับมือกับการขยายตัวของเมือง 

ทั้งนี้ มีเกณฑ์การประเมินศักยภาพ 5 ด้าน คือ ด้านปัจจัยการผลิต, การสร้างคุณค่าและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (ESG), ขั้นตอนกระบวนการบริการ, ความโดดเด่น และการตลาด โดยผนึกผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศสู่เป้าหมาย "Local Roots to Global Reach" การยกระดับศักยภาพให้พร้อมสู่การแข่งขันระดับสากล

รวมทั้งการดำเนินงานร่วมมือผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงานครบทุกมิติ เช่น สกพอ. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอนามัย โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนจากภาคเอกชนที่มาแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เช่น เครือนายเลิศกรุ๊ป จำกัด

"จากพลังความร่วมมือของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนทุกมิติเพื่อให้ผู้ประกอบการภายใต้โครงการ EEC select Best Service ผลักดันมาตรฐานทั้งในด้านการบริการและคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนสำหรับโครงการ EEC Select Best Service 2026 จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค นักท่องเที่ยว และนักลงทุน เพื่อเชื่อมโยงโอกาสและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากใน EEC อย่างยั่งยืน" นายจุฬา กล่าว