อาร์วี คอนเน็กซ์ กับอนาคตเทคโนโลยีความมั่นคงไทยจาก “โดรน” สู่ “ระบบอำนวยการรบ” การพัฒนา “สมองของระบบความมั่นคง” ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางภูมิทัศน์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว "ข้อมูล" ได้กลายเป็นหัวใจของอำนาจการรบยุคใหม่ จากเดิมที่วัดกันด้วยจำนวนกำลังและยุทโธปกรณ์ วันนี้ "ใครมองเห็นและตัดสินใจได้เร็วกว่า" คือผู้ได้เปรียบอย่างแท้จริง บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด คือหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีของไทยที่ได้ก้าวข้ามจากผู้พัฒนา "อุปกรณ์" ไปสู่การสร้าง "ระบบสมองของการรบ" ครอบคลุมตั้งแต่ระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV), Cybersecurity, ศูนย์ปฏิบัติการข่าวกรอง (IOC), ไปจนถึงระบบป้องกันภัยคุกคามจากโดรน (Anti-Drone) แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการขยับขึ้นสู่การพัฒนา ระบบระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิบัติการทางทหารสมัยใหม่
จาก "โดรน" สู่ "สมองของกองทัพ"
รศ. ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ ประธาน บริษัท อาร์ วี คอนเน็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า หลายคนมองว่า อาร์วี คอนเน็กซ์ ทำโดรนเป็นหลัก ซึ่งจริงๆ แล้วโดรนเป็นเพียง "ส่วนหนึ่ง" ของระบบทั้งหมด สิ่งที่เรามุ่งพัฒนาคือระบบครบวงจร ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ การตัดสินใจ ไปจนถึงการสั่งการ พร้อมเน้นย้ำว่า ในโครงสร้างการรบยุคใหม่ นอกจากใช้โดรนเป็นอาวุธแล้ว โดรนยังทำหน้าที่เป็น Sensor หรือแหล่งรวบรวมข้อมูล ขณะที่หัวใจที่แท้จริงอยู่ที่
- ระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล
- ระบบเชื่อมโยงข้อมูล
- และระบบสั่งการแบบเรียลไทม์
ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกหลอมรวมอยู่ในระบบอย่าง C2 (Command and Control), CMS (Combat Management System), TDL (Tactical Data Link) และ OFP (Operational Flight Program)
"นี่คือการก้าวจากอุปกรณ์ไปสู่ระบบที่กำหนดการตัดสินใจของกองทัพ" รศ. ดร.สุเจตน์ กล่าว
ระบบอำนวยการรบ: สมองและระบบประสาทของสนามรบ
นายณทัต ราชเวชชพิศาล ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาระบบและซอฟต์แวร์ อธิบายภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ถ้าจะให้เข้าใจง่าย CMS หรือ Combat Management System ก็คือ สมองของเรือรบทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากเรดาร์ โซนาร์ และเซนเซอร์ต่างๆ แล้วสร้างเป็นภาพสถานการณ์เดียว เพื่อช่วยผู้บังคับบัญชาตัดสินใจและควบคุมการใช้อาวุธ ขณะที่ Tactical Data Link (TDL) ทำหน้าที่เป็น "เครือข่ายประสาท" เชื่อมโยงทุกหน่วยเข้าด้วยกัน
"TDL ทำให้เรือรบ เครื่องบินรบ และโดรน สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแบบเรียลไทม์ ทุกหน่วยจะเห็นภาพเดียวกันและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้พร้อมกัน" นายณทัต กล่าว
เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน จะก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Network-Centric Warfare หรือการรบแบบเครือข่าย ซึ่งเป็นรูปแบบการรบหลักของโลกยุคปัจจุบัน
เมื่อ "ข้อมูล = อำนาจการยิง"
อีกหนึ่งระบบสำคัญคือ Fire Control System (FCS) สำหรับปืนใหญ่สนาม ซึ่งสามารถคำนวณการยิงจากข้อมูลเป้าหมายแบบเรียลไทม์ โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อม เช่น ลม อุณหภูมิ และภูมิประเทศ เมื่อเชื่อมโยงกับ UAV และ TDL ข้อมูลจากอากาศสามารถส่งตรงไปยังหน่วยยิงภาคพื้นดิน และทำให้เกิดความแม่นยำตั้งแต่นัดแรก นี่คือการเปลี่ยนผ่านของสนามรบ ที่ “ข้อมูล” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็น ตัวกำหนดอำนาจการโจมตี
อธิปไตยทางเทคโนโลยี: ประเด็นที่มองข้ามไม่ได้
แม้ระบบ CMS และ Data Link ในปัจจุบันของหลายประเทศ-รวมถึงไทย-ยังพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศเป็นหลัก แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ
- ไม่สามารถเข้าถึง Source Code
- ไม่สามารถปรับปรุงระบบได้เอง
- ต้องพึ่งพาผู้ผลิตเดิมตลอดอายุการใช้งาน
“ระบบเหล่านี้ไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ แต่คือ ขีดความสามารถจริงของกองทัพ หากเราไม่สามารถควบคุมได้เอง ก็เท่ากับเราจำกัดศักยภาพของตัวเอง" เน้นย้ำว่า "ประเด็นนี้คือเรื่องของอธิปไตยทางเทคโนโลยีโดยตรง” นายณทัตกล่าว
พัฒนาโดยคนไทย เพื่อความมั่นคงของไทย
อาร์วี คอนเน็กซ์ เชื่อว่า การสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคง ต้องเกิดจากความร่วมมือระยะยาวระหว่าง
- กองทัพ (กำหนดความต้องการ)
- อุตสาหกรรมไทย (พัฒนาและดูแลระบบ) "เราไม่ได้มองแค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการสร้าง ecosystem ของประเทศ ทั้งบุคลากร อุตสาหกรรม และองค์ความรู้" รศ. ดร.สุเจตน์ กล่าว
แนวทางนี้จะนำไปสู่
- การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- การปรับตัวตามสถานการณ์จริง
- และการลดการพึ่งพาต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ก้าวต่อไปของความมั่นคงไทย
ในยุคที่สงครามไม่ได้วัดกันที่จำนวนอาวุธ แต่คือความเร็วในการ “มองเห็น เข้าใจ และตัดสินใจ” การพัฒนาเทคโนโลยีความมั่นคงจึงไม่ใช่เพียงการจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่คือการ
“ควบคุมสมองของระบบการรบทั้งหมด” และสำหรับประเทศไทย ก้าวสำคัญต่อไปคือการสร้างระบบเหล่านี้ด้วยคนไทย ใช้งานจริงในประเทศไทย และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ชัยชนะในสนามรบยุคใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่ใครมีอาวุธมากกว่าแต่อยู่ที่ใคร "ตัดสินใจได้เร็วกว่า-และแม่นยำกว่า"





