วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

AOT กางโรดแมป 3 เสาหลักดัน ‘สุวรรณภูมิ’ ผงาด TOP10 โลก

AOT กางโรดแมป 3 เสาหลักดัน ‘สุวรรณภูมิ’ ผงาด TOP10 โลก

AOT วางเป้าหมายผลักดันท่าอากาศยานของไทยคงอันดับ TOP10 ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก หลังผลการจัดอันดับสำคัญล่าสุดในปี 2568

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT วางเป้าหมายผลักดันท่าอากาศยานของไทยคงอันดับ TOP10 ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลก หลังผลการจัดอันดับสำคัญล่าสุดในปี 2568 "สุวรรณภูมิ" ติดอันดับ 7 สนามบินที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางอากาศ และอันดับ 9 สนามบินที่มีการเชื่อมต่อทางอากาศสูงสุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง จากสภาสมาคมท่าอากาศยานระหว่างประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง (ACI APAC & MID)

รวมทั้งอันดับ TOP10 ท่าอากาศยานที่ดีที่สุดของโลกจาก Condé Nast Traveler และเว็บไซต์ Skytrax ประกาศให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยกระดับจากท่าอากาศยานระดับ 3 ดาว เป็นท่าอากาศยานระดับ 4 ดาว ตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการของท่าอากาศยาน และสร้างความเชื่อมั่นในฐานะศูนย์กลางการบินที่สำคัญของภูมิภาค มุ่งสู่การเป็นท่าอากาศยานระดับ 5 ดาวในอนาคต

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการมานาน 20 ปี ดังนั้นเป้าหมายรักษาระดับเป็นท่าอากาศยาน TOP10 ของโลก AOT จึงวางโรดแมปพัฒนา 3 เสาหลัก คือ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) บริการ (Service) และการตอบโจทย์ความต้องการเพิ่มเติมของผู้โดยสาร (Extra Needs) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของท่าอากาศยาน ควบคู่ไปกับการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกกลุ่ม

AOT กางโรดแมป 3 เสาหลักดัน ‘สุวรรณภูมิ’ ผงาด TOP10 โลก

โดยในด้านของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบัน AOT ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปพร้อมกับก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก เพื่อลดปัญหาคอขวด โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาให้บริการผู้โดยสาร หากพัฒนาส่วนนี้แล้วเสร็จจะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 75 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับสูงสุด 65 ล้านคนต่อปี

ขณะเดียวกัน AOT จะขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยการพัฒนาอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) เพิ่มพื้นที่รองรับผู้โดยสาร คาดว่าจะสามารถรองรับได้สูงสุด 120 ล้านคนต่อปี พร้อมทั้งก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) เพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินจาก 3 รันเวย์ ในปัจจุบันที่ 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง

นางสาวปวีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า "สำหรับแผนยกระดับด้านบริการ และ Extra Needs ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะตอบโจทย์กับพฤติกรรมผู้โดยสารยุคใหม่ AOT ได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้โดยสารทุกกลุ่มและอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ อาทิ เพิ่มโซนสนามเด็กเล่น (Playground) สำหรับครอบครัว Co-working space สำหรับคนทำงาน และพื้นที่พักคอย (Rest Area) สำหรับผู้โดยสารบางกลุ่มต้องการพื้นที่พักก่อนการเดินทาง" 

"ผู้โดยสารยุคนี้ไม่ได้แค่มาเพื่อรอขึ้นเครื่อง แต่ต้องการประสบการณ์การเดินทาง เราจึงปรับปรุงกายภาพหลายส่วนรองรับความต้องการ รวมไปถึงศึกษาความต้องการด้านอาหาร หรือสิ่งของที่ซื้อและยังไม่ได้ซื้อระหว่างการเดินทาง AOT กำลังเร่งศึกษาปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่เพื่อให้ธุรกิจ หรือความต้องการอาหารใหม่ๆ เข้ามาให้บริการในสนามบิน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีบริการผู้โดยสาร"

นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานแล้ว AOT ยังเล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน โดยมุ่งมั่นการลดใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน หันมาสนับสนุนการใช้พลังงานธรรมชาติ การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อบริการผู้โดยสาร รวมไปถึงการจัดการภายในท่าอากาศยานเพื่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด เช่น การจัดการหลุมจอด การใช้รันเวย์ โดยนำเทคโนโลยีมาคำนวณ บริหารเวลาและกำหนดให้เครื่องบินลงจอด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างมลพิษน้อยที่สุด

อีกทั้ง AOT พร้อมสนับสนุนสายการบินที่ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน SAF (Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งถือเป็นน้ำมันเครื่องบินที่มีความบริสุทธิ์สูง ดังนั้นการที่ทั่วโลกหันมาสนใจเรื่อง SAF เป็นเรื่องที่ดี โดย AOT มองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไทยต้องทำตาม โดยเรื่อง SAF ถือเป็นนโยบายระดับประเทศ ที่จะต้องกำหนดเรื่องสัดส่วนใช้น้ำมัน SAF ในส่วนของ AOT จะสนับสนุนเรื่องของการบริหารจัดการ และอำนวยความสะดวกแหล่งเติมน้ำมัน SAF ให้กับสายการบิน

"ประเด็นการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charges) หรือ PSC สืบเนื่องจากความไม่สมดุลระหว่างรายได้จากกิจการการบิน (Aero) กับรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aero) เพราะมีต้นทุนด้านมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงที่ต้องดูแลตลอดเวลา ดังนั้นการปรับ PSC ครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน โดย AOT ยืนยันว่าหลังการปรับ PSC ผู้โดยสารจะได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด" นางสาวปวีณา กล่าว

ทั้งนี้ จากโรดแมปพัฒนา 3 เสาหลักที่ AOT กำหนด รวมไปถึงการพัฒนาให้ AOT เติบโตอย่างยั่งยืนนั้น เพื่อให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของการบินโลก รองรับใน 3 มิติ คือ ผู้โดยสาร จากการเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน อาคารผู้โดยสาร รองรับสินค้า จากการพัฒนาคาร์โก้เพื่อรองรับ และบริการ จากการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก โดยไม่ได้เน้นเพียงแค่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่จะพัฒนาสนามบินภูมิภาคทั้ง 6 แห่งภายใต้โรดแมปนี้ เพื่อให้ท่าอากาศยานของไทยไปสู่ตำแหน่ง Top10 ของโลก