กระทรวงพาณิชย์เมียนมา ประกาศตั้งคณะทำงานร่วมรัฐเอกชน ออกใบรับรอง Burn-Free Certification รับมือมาตรการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตได้และต้องปลอดการเผา
สื่อท้องถิ่นของเมียนมา รายงานว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์เมียนมา ได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดำเนินการออกใบรับรอง Burn-Free Certification หรือใบรับรองการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยปราศจากการเผา สำหรับผลผลิตที่ส่งออกไปยังประเทศไทย สอดคล้องกับมาตรการใหม่ของไทยที่กำหนดให้ข้าวโพดนำเข้าต้องมาจากแหล่งผลิตที่ปลอดการเผา ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนของเมียนมาภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์แห่งเมียนมาได้เริ่มออกใบรับรอง ข้าวโพดปลอดการเผาเพื่อการส่งออกไปไทย ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
รายงานข่าว ระบุว่า ใบรับรองดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าข้าวโพดที่ส่งออกไม่ได้มาจากการทำเกษตรแบบเผาไร่ (slash-and-burn) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวโน้มมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก
สำหรับนโยบายการนำเข้าของไทย เปิดให้มีการ นำเข้าข้าวโพด ภายใต้อัตราภาษี 0% (Form D) ในช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม ของทุกปี แต่ทั้งนี้ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของไทยจะมีการจัดเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดถึง 73% เพื่อคุ้มครอง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ในประเทศ
ข้าวโพด ถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับสองของภาคเกษตร เมียนมา รองจากข้าว และเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งมีความต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันข้าวโพดจากเมียนมามีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ไทย จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวมถึงอินเดียและบังกลาเทศ
ข้อมูล ระบุว่า เมียนมาส่งออกข้าวโพดไปยังตลาดต่างประเทศมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี จากผลผลิตรวมทั้งประเทศประมาณ 2.5–3 ล้านตัน โดยพื้นที่เพาะปลูกหลักอยู่ในรัฐฉาน รัฐคะฉิ่น รัฐคะยา และรัฐกะเหรี่ยง รวมถึงเขตมัณฑะเลย์ สะกาย และมะกเว ซึ่งมีการปลูกข้าวโพด 3 ฤดูหลัก ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน
ที่มา : นสพ.Global New Light of Myanmar





