วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

จากศิลปินคู่แฝดชื่อดัง "ฝันเด่น" สู่หัวหน้ากู้ภัยจิตอาสา ทุ่มชีวิตช่วยผู้ประสบภัยทั่วไทย จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของความเสียสละ ที่อุทิศตนแนวหน้าเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ใครจะนึกว่า “ศิลปินหนุ่มน้อยหน้าใส” ในวันนั้น หนึ่งในคู่แฝดที่เคยโด่งดังระดับประเทศ จะก้าวเข้าสู่บทบาทของ “จิตอาสาเต็มตัว” ในวันนี้ นายกองตรี ฝันเด่น จรรยาธนากร หรือเล็ก ฝันเด่น อดีตนักร้องนักแสดงจากคู่ดูโอพี่น้องฝันดี–ฝันเด่น ที่หลายคนคุ้นเคยในยุคหนึ่งของวงการบันเทิง ปัจจุบันคือหัวหน้ากลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย "ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน" ผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในหลากหลายสถานการณ์ทั่วประเทศ

เมล็ดพันธุ์แห่งการให้ เริ่มต้นจากครอบครัว สู่หัวใจจิตอาสา

หลายครั้งที่การช่วยเหลือและแบ่งปันไม่ได้เริ่มต้นจากเหตุวิกฤติที่ใหญ่หลวง แต่เริ่มจากเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ในบ้าน  บางจากหลากมุมมอง ฉบับนี้ อยากชวนผู้อ่านมาร่วมซึมซับเรื่องราวของการเป็นจิตอาสาที่จริงใจ ถ่ายทอดโดย   นายกองตรี ฝันเด่น จรรยาธนากร หรือเล็ก ฝันเด่น ศิลปินนักแสดง และหัวหน้ากลุ่มอาสาสมัครกู้ภัย “ใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” อาสาสมัครภาคประชาชนที่มารวมตัวกันเพื่องานจิตอาสาโดยใช้เวลาว่าง ความสามารถ ความชำนาญเท่าที่มีของแต่ละคนมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน 

เล็ก เล่าว่า เขาซึมซับเรื่องการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจากพ่อแม่ที่เป็นคนจีน สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมเขาให้มองการให้เป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน กระทั่งช่วงวัยรุ่น เขาและใหญ่ ฝันดี พี่ชายฝาแฝดได้พบเจออุบัติเหตุบนท้องถนนในระหว่างการเดินทางทำงานในฐานะนักแสดงบ่อยครั้ง กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พาพวกเขาสู่บทบาท อาสาสมัครกู้ภัย เรื่องราวจิตอาสา จึงเดินทางจากครอบครัว สู่ถนน สู่ชุมชน และสู่พื้นที่วิกฤติที่ต้องการความช่วยเหลือ 

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

เริ่มจากการช่วยผู้คนบนท้องถนน สู่สึนามิเป็นจุดเปลี่ยนสู่การทำงานจิตอาสา

จากการช่วยเหลืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน สู่เหตุสึนามิครั้งใหญ่ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2547 ประสบการณ์ภาคสนามครั้งใหญ่นั้นผลักดันให้พวกเขาเติบโตจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้า สู่การปฏิบัติการเชิงระบบ ตั้งแต่กู้ซาก เก็บศพ ประสานงานกับผู้คนมากมาย จนทีม “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ถือกำเนิดในฐานะ “กลุ่มอาสาฯ แบบไม่จดมูลนิธิ” เพราะเป้าหมายไม่ใช่การสร้างโครงสร้างเพื่อระดมทุน แต่คือการลงมือทำด้วยทรัพยากรที่มี ทำเท่าที่ไหว และรับผิดชอบในขอบเขตที่คุมได้จริง ตามความตั้งใจส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อคำชื่นชมของใคร

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลืออย่างพอดี เริ่มที่ตนและจบที่ตน

เล็ก ยกตัวอย่างถึงความจริงของหน้างานที่ต้องการความช่วยเหลือว่า เมื่อทรัพยากรมีจำกัด กลุ่มใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ยึดหลักการช่วยเหลืออย่าง “พอดีตัว” เริ่มที่ตน และจบที่ตน รู้จักตัวเอง ไม่ใช่เห็นคนอื่นทำแล้วเราต้องทำเหมือนเขา เพราะทรัพยากรและศักยภาพแต่ละคนไม่เท่ากัน และมองว่าหัวใจสำคัญของการช่วยที่ยั่งยืนคือ “ให้แล้วจบ” ปิดภารกิจเป็นครั้งๆ อย่างสมบูรณ์ ไม่เลือกรับปากต่อการช่วยเหลือในอนาคตที่ไม่มีความแน่นอน ช่วยจบแล้วปล่อยมือ การช่วยเหลือรูปแบบนี้ดีต่อทั้งผู้รับและผู้ให้ และเปิดทางให้ความช่วยเหลือครั้งต่อไป เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเบาสบาย

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

รู้ศักยภาพตัวเอง ตัดสินใจให้เร็วและชัดเจน เพื่อประโยชน์ต่อผู้ที่เดือดร้อน

“เราไม่อาจทำได้ทุกเรื่อง” คือความจริงที่เขายอมรับ หากภารกิจไหนพอทำได้ จะรับปากและลงมือช่วยเหลือทันที แต่หากเกินศักยภาพ จะปฏิเสธให้เร็ว เพื่อเปิดทางให้ผู้เดือดร้อนพบความช่วยเหลือที่เหมาะสมกว่า ซึ่งการปฏิเสธอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกไม่ใช่ความใจร้าย แต่คือความรับผิดชอบต่อชีวิตคนและความปลอดภัยของทีมจิตอาสา เปรียบเหมือนลิฟต์ที่บอกชัดว่ารับน้ำหนักได้เท่าไหร่ คนเกินเมื่อไหร่ต้องออก การรู้ขีดจำกัดของตนเองและพูดความจริง ทำให้งานเดินหน้าเร็วขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้ประสบภัย และช่วยปกป้องทุกชีวิตในภารกิจนั้น

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

จากจิตอาสาสู่ความเชี่ยวชาญ สร้างทีมจิตอาสาที่ทำงานอย่างคล่องตัว

ในพื้นที่วิกฤติ น้ำใจอย่างเดียวไม่เพียงพอ กลุ่มใจถึงใจฯ จึงยกระดับทีมสู่ “First Responder” ผ่านการฝึกอย่างเป็นระบบ ลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช่ และสร้างเครือข่ายจิตอาสาทั่วประเทศ เปิดอบรมปีละหลายรุ่นให้ความรู้ไหลเวียน เข้าใจสภาพปัญหาและบริบทความท้าทายที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ที่ลงไปช่วยเหลือ

การมีเครือข่ายในหลายพื้นที่ช่วยทำให้การลงมือช่วยเหลือมีความคล่องตัว ทั้งเรื่องข้อมูล เส้นทาง ช่วยลดต้นทุน ลดเวลาตัดสินใจ และเสริมกำลังกันได้พอดี พร้อมด้วยสิ่งสำคัญคือ “ทีมต้องกลับบ้านครบ” ถ้าเกิดเหตุเล็กที่ทีมท้องถิ่นรับมือได้ กลุ่มใจถึงใจฯ ก็จะไม่ไป เพื่อไม่แย่งทรัพยากรและไม่เพิ่มความซับซ้อนในการช่วยเหลือ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การไปทุกที่ แต่คือการรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรไป และควรไปอย่างไร” เพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด

ร่วมส่งต่อพลังเล็กๆ เพื่อเพิ่มระยะทางของการช่วยเหลือ

บางจากฯ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมมาโดยตลอด และยึดมั่นในการอยู่เคียงข้างสังคมไทยทั้งในยามปกติและยามเผชิญวิกฤติ โดยเชื่อว่าการช่วยเหลือที่มีความหมาย คือการสนับสนุนในสิ่งที่สอดคล้องกับศักยภาพขององค์กร และสามารถส่งต่อความช่วยเหลือไปถึงพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที หนึ่งในรูปแบบการช่วยเหลือที่ทำได้อย่างรวดเร็วในยามวิกฤติ คือการสนับสนุนบัตรเติมน้ำมันบางจาก เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานจิตอาสาที่ลงพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในภาวะวิกฤตโควิด-19 ภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว เหตุไฟไหม้ ฯลฯ รวมถึง “โครงการเติมสุข สู่สังคม” เมื่อปี 2567

โดยบางจากฯ ได้ร่วมสนับสนุนหน่วยงานจิตอาสาต่างๆ รวมถึง กลุ่มใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน เป็นหนึ่งในกำลังใจที่ช่วยต่ออายุภารกิจให้ทีมจิตอาสาไปต่อได้ไกลขึ้น ถึงพื้นที่ได้เร็วขึ้น และส่งความช่วยเหลือได้ทันเวลา

และในวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เล็ก ฝันเด่น ได้ร่วมกิจกรรมกับบางจากฯ เชิญชวนผู้บริหาร พนักงานบางจากฯ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ใกล้เคียงสำนักงานใหญ่ อาคารเอ็ม ทาวเวอร์ ร่วมใจกันซื้อดอกป๊อปปี้ เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายดอกป๊อปปี้และเงินบริจาค นำไปสมทบมูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน

สังคมจิตอาสา เริ่มต้นจากคนทุกคน 

เมื่อถามเล็กถึงบทบาทขององค์กรในการสร้างสังคมจิตอาสา เราได้รับมุมมองว่า สำหรับองค์กร “คนดี” สำคัญไม่แพ้ “คนเก่ง” การคัดกรองพนักงานได้ดี จะทำให้องค์กรนั้นเข้มแข็ง เมื่อสังคมภายในองค์กรดี พนักงานมีทัศนคติดี บรรยากาศการช่วยเหลือแบ่งปัน ก็จะขยายผลสู่สังคมได้

ซึ่งบางจากฯ ยึดวัฒนธรรมพนักงาน “เป็นคนดี มีความรู้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น” มาโดยตลอด จากกิจกรรมจิตอาสาในอดีต วันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน คือรากฐานของความยั่งยืน

หากศักยภาพและความเก่งของพนักงานคือสิ่งที่ผลักดันธุรกิจให้ก้าวหน้า หัวใจแห่งการแบ่งปันก็คือสิ่งที่ทำให้องค์กรเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและยั่งยืน บางจากฯ จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ในการทำงาน แต่ยังเป็นอีกพื้นที่ที่หล่อหลอม “หัวใจจิตอาสา” ให้เติบโต ผ่านการลงมือทำเล็กๆ ที่สร้างคุณค่าทั้งต่อสังคมและต่อการเติบโตของพนักงานจากภายใน เล็ก ยังทิ้งท้ายว่า ขอบคุณบางจากฯ ที่ช่วยสนับสนุนให้ทีมงานสามารถลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

การให้ที่พอดี กับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน