CICOT ลงนาม MOU ร่วม Saudi Halal Center วางรากฐาน “ฮาลาลดิจิทัล-มาตรฐานโลก” ดันสินค้าไทยสู่ตลาดมุสลิมสากลอย่างเต็มภาคภูมิ"
พิธีลงนามอันทรงเกียรติซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในระดับนานาชาติ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) นำโดย พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ พร้อมด้วย ดร.อาลี คาน รองเลขาธิการฯ/ประธานฝ่ายต่างประเทศ และ ดร.มูหัมหมัดอามีน เจะหนุ ผอ.สถาบันมาตรฐานฮาลาล ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านฮาลาลร่วมกับ Saudi Halal Center
โดยมี วิศวกร อับดุลอาซีส อัลรอชูดีย์ ประธานบริหารของศูนย์ฯ เป็นผู้แทนลงนามฝ่ายราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ความร่วมมือในครั้งนี้ได้รับเกียรติอย่างสูงสุดจากพยานผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศและระดับโลกมุสลิม ร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความสำเร็จ ได้แก่
- พณฯ มายิด บิน อับดุลลอฮ์ อัลกอซอบีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
- พณฯ เชค ดร.สะอัด บิน นาศิร อัลชาซารีย์ องคมนตรี
- พณฯ ดร.สะอัด บิน อุษมาน อัลกอซิบีย์ ผู้ว่าการ Saudi Standards, Metrology and Quality Organization (SASO)
- พณฯ ดร.ฮีชาม บิน ซาอัด อัลญัฎอี ผู้ว่าการ Saudi Food and Drug Authority (SFDA)
“วิสัยทัศน์แห่งความร่วมมือ: มากกว่าการรับรอง คือการสร้างมาตรฐานโลก”การลงนามในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงทวิภาคี แต่คือการวางรากฐาน "ระบบนิเวศฮาลาลยุคใหม่" ผ่าน 3 เสาหลัก
- Digital Innovation: การพัฒนาแพลตฟอร์มฮาลาลดิจิทัลและระบบ QR Code เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ทั่วโลก
- Global Recognition: การยอมรับมาตรฐานและเครื่องหมายฮาลาลร่วมกัน เพื่อเปิดประตูสู่ตลาดมุสลิมทั่วโลกอย่างเสรีและมั่นคง
- Human Capital: การร่วมพัฒนา Global Halal Academy เพื่อสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล
พลิกโฉมการส่งออก: ประโยชน์สูงสุดที่ผู้ประกอบการและประเทศไทยจะได้รับ
การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางการทูต แต่คือ "กุญแจทอง" ที่จะเปิดประตูโอกาสให้กับสินค้าไทยในระดับสากลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน:
สินค้าไทยส่งออกได้ทั่วโลกอย่างไร้อุปสรรค: การยอมรับมาตรฐานระหว่าง CICOT และ SFDA (ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดและน่าเชื่อถือที่สุดในกลุ่มประเทศ GCC) จะส่งผลให้สินค้าไทยที่ได้รับเครื่องหมายฮาลาล สามารถเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลางและตลาดมุสลิมทั่วโลกได้โดยตรง ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจสอบซ้ำซ้อน
การยอมรับมาตรฐาน "Halal Thailand" ในระดับสากลเป็นการการันตีว่าระบบการรับรองฮาลาลของไทยมีมาตรฐานเทียบเท่าระดับโลก (Global Standard) สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าในยุโรป อเมริกา และเอเชีย ส่งผลให้ "ฮาลาลไทย" กลายเป็นแบรนด์แห่งคุณภาพและความปลอดภัยที่ผู้บริโภคทั่วโลกไว้วางใจ
Digital Trade Accelerator: การนำเทคโนโลยี QR Code และแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ จะช่วยให้ผู้ซื้อทั่วโลกสามารถตรวจสอบใบรับรองฮาลาลของสินค้าไทยได้ทันที เพิ่มความโปร่งใสและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคการค้าดิจิทัล
Global Human Capital: การจัดตั้ง Global Halal Academy จะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และฝึกอบรมด้านฮาลาลในภูมิภาค สร้างบุคลากรไทยให้มีศักยภาพในการคุมมาตรฐานการผลิตเพื่อส่งออกได้อย่างมืออาชีพ
ในวันและเวลาเดียวกัน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้ร่วมลงนามความร่วมมือด้วยเช่นกัน สะท้อนถึงพลังแห่งเอกภาพของประชาชาติมุสลิม (Ummah) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลสู่ระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม มั่นคง และยั่งยืน
"จาก Local สู่ Global – ฮาลาลไทย พร้อมเป็นหัวใจสำคัญของครัวฮาลาลโลกอย่างเต็มภาคภูมิ"
นี่คือเครื่องยืนยันว่า ฮาลาลไทยคือมาตรฐานระดับสากลที่โลกให้การยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ





