มาทำความรู้จักกับ CHOM CAFÉ & RESTAURANT ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังส่งตรงจากเชียงใหม่ ที่จะให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ผ่านอาหาร บรรยากาศ และความตั้งใจที่งดงาม ณ โครงการ The Chlorophyll @ Hua Hin
โครงการ The Chlorophyll @ Hua Hin คือไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรกของ บางจากฯ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหัวหิน พัฒนาขึ้นด้วยแนวคิด “Connect with Nature” มีหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ CHOM CAFÉ & RESTAURANT ร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังส่งตรงจากเชียงใหม่ ยกหัวใจของธรรมชาติและความอร่อยในสไตล์เดิมของร้านมาไว้ที่เมืองชายทะเลยอดนิยมลำดับต้นๆ ของประเทศ ให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ผ่านอาหาร บรรยากาศ และความตั้งใจที่งดงาม
จากความรักในธรรมชาติ ต่อยอดสู่ธุรกิจร้านอาหาร
ปิ่น อภิญญา อุปโย เจ้าของ CHOM CAFÉ & RESTAURANT เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดร้านชม ครอบครัวเราทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตร และพ่อมีโอกาสได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามและตรึงใจอยู่บนดอยเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว จึงมีแนวคิดที่อยากทำร้านอาหารเชิงอนุรักษ์ ที่มีสวนเป็นองค์ประกอบหลัก ยกธรรมชาติมาไว้ให้ใกล้ผู้คนมากขึ้น ให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารพร้อมกับสัมผัสประสบการณ์ธรรมชาติ โดยไม่ต้องเดินทางไกล โดยมีแนวคิดที่ว่า ทานอาหารท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ ผ่อนคลายภายใต้การอนุรักษ์ธรรมชาติ
สร้างแรงบันดาลใจ ให้คนรักธรรมชาติ
ร้านชม ที่หัวหิน ประกอบขึ้นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ในธีม “Tropical Thai Moss Garden” เช่นเดียวกับร้านสาขาแรกที่เชียงใหม่ โดยเลือกใช้พันธุ์ไม้ไทยทั้งหมด และมีมอสเป็นองค์ประกอบหลัก เป็นผลงานศิลปะที่มีชีวิต เติบโตและสวยงามแปรผันตามกาลเวลา ตราบใดที่ธรรมชาติงอกเงย ทุกครั้งที่กลับมาเยือนสวนแห่งนี้จะสวยขึ้นเสมอ ดั่งคำพูดที่ว่า “ยิ่งนาน ยิ่งสวย”
“เราไม่อยากให้ลูกค้า แค่มารับประทานอาหารแล้วกลับไป เราอยากให้เขาได้นั่งอยู่กลางธรรมชาติ ได้เดินดูต้นไม้ ใช้เวลากับครอบครัวและคนรักอย่างอบอุ่น เราจึงไม่เพียงทำอาหารรสชาติที่ดี มีคุณภาพ แต่เราอยากสร้างแรงบันดาลใจ ให้คนที่เข้ามาใช้บริการที่ร้าน ได้เห็นว่าธรรมชาติสวยงาม ถ้าหากเราใส่ใจดูแลสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ให้ดี ผู้คนที่เข้ามาชม มาเห็นเกิดความชื่นชอบและหวงแหน ก็อยากรักษาไว้ ไม่อยากทำลาย และหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น” ปิ่น กล่าว
ใส่ใจทุกเมนู คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า
นอกจากธรรมชาติที่พิเศษแล้ว เมนูอาหารทุกจาน ยังผ่านการรังสรรค์ร่วมกันระหว่างเชฟมืออาชีพและตัวเจ้าของร้านเองอย่างพิถีพิถันและตั้งใจ ทั้งเรื่องการทดสอบคุณภาพ รสชาติ และความสดใหม่ของวัตถุดิบ ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาด สถานที่ บุคลากร ในครัวเพื่อให้พร้อมต่อการออกอาหารที่ดีที่สุด ก่อนเสิร์ฟให้ลูกค้าเสมอ โดยเมนูขึ้นชื่อของทางร้าน ได้แก่ ไก่ห่อใบเตย และหลนปู ซึ่งได้รับการรับรอง Michelin Plate ที่บ่งบอกถึงร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ และปรุงอย่างพิถีพิถัน นอกจากนี้ยังมีอาหารเหนือ อย่าง ลาบหมูคั่ว ข้าวซอย และของทานเล่น อย่างปอเปี๊ยะมันม่วง ที่ทำจากเนื้อมันม่วงแท้ๆ รวมถึงเมนูท้องถิ่นหัวหินที่ปรุงในสไตล์เฉพาะของร้าน ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอันหลากหลายด้วย
พัฒนาร้านอาหาร พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้น
การพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เป็นแนวคิดที่อยู่คู่กับการทำร้านชมมาตั้งแต่เริ่มต้น "ปิ่น" เล่าว่า ร้านชมตั้งใจพัฒนาธุรกิจไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อไม่รบกวนธรรมชาติ ร้านชมมีการจัดสรรระบบบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยออกจากร้านเสมอ ส่วนเศษอาหาร ทางร้านร่วมโครงการกับหน่วยงานราชการ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อช่วยลดคาร์บอนในอากาศ กับมาตรการ zero waste นอกจากนี้ในทุกๆ ปี ที่ร้านชมยังแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งนำกลับไปพัฒนาชุมชน อาทิ สนับสนุนโครงการลดหมอกควันในเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจว่าทุกการสนับสนุนของลูกค้า มีส่วนช่วยให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคม และอยากให้ร้านชมเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่ให้ประโยชน์กับสิ่งรอบข้าง
เติมเต็ม Greenovative Destination ด้วยหัวใจของความยั่งยืน
การให้คุณค่ากับธรรมชาติ ถือเป็นจุดร่วมสำคัญของการร่วมมือระหว่างร้านชมกับบางจากฯ “ปกติแล้วหากเราจะต้องร่วมลงทุน เพื่อทำร้านอาหารโดยการใช้พื้นที่จำนวนค่อนข้างมากสำหรับงาน Landscape เขาอาจจะงงนิดหน่อย เพราะพื้นที่สีเขียวไม่ได้สร้างรายได้หลักให้แก่ธุรกิจ แต่บางจากฯ ให้ความสำคัญในสิ่งนี้ และอยากให้เรามาร่วมในโครงการที่ชื่อ The Chlorophyll ด้วยความตั้งใจของบางจากฯ ที่อยากให้สถานีบริการแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการทุกช่วงวัย บวกกับจุดยืนของบางจากฯ ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมาเสมอ ร้านชมจึงอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในนั้น และหากกล่าวถึงความยั่งยืนในด้าน Economic เราก็ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ร้านชมของเรา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างมั่นคง Double digit ในทุกปีตั้งแต่ปีแรกที่เปิดร้าน และมีรายได้สูงสุดคือในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราวางเป้าหมายไว้ว่าเราจะเติบโตขึ้นอีกเรื่อยๆ” ปิ่น กล่าว
ค่อยๆ เติบโตไปด้วยกัน เป็นต้นไม้เล็กเคียงข้างต้นไม้ใหญ่
ปิ่น กล่าวเพิ่มว่า ขอขอบคุณ บางจากฯ สำหรับโอกาสที่ทำให้ร้านชมได้เติบโตขึ้นทีละก้าว จากร้านเล็กๆ ที่เริ่มจากความตั้งใจ จนกลายเป็นธุรกิจที่แข็งแรงขึ้นในวันนี้ เราเปรียบเสมือนต้นไม้เล็กที่ได้รับโอกาสให้หยั่งรากและแผ่กิ่งก้านในผืนดินเดียวกับต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและหล่อเลี้ยงการเติบโตไปด้วยกัน หากร้านชมจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมพื้นที่สีเขียวให้สังคม เติบโตเคียงข้างธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจของเราทุกคน
โครงการ The Chlorophyll @ Hua Hin คือจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนและไลฟ์สไตล์ของผู้คนหลากหลายไว้ในที่เดียว ด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Pavilion ขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ รองรับบริการแบบ Fast Charge มากถึง 8 ช่องจอด พร้อมพื้นที่สีเขียว เป็น Greenovative Destination ที่ออกแบบมาเพื่อผู้คนทุกเพศทุกวัย





