สสส. แจงรายงานประจำปี โชว์ 7 ผลงานเด่น เน้นลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ-ลดตายก่อนวัย-เพิ่มอายุคาดเฉลี่ยคนไทย สส.ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ชมพลิกโฉมการทำงานสร้างเสริมสุขภาพครอบคลุมกาย-จิต แนะเพิ่มการทำงานร่วมกับสภา เพิ่มความเข้มข้นป้องกันโรค NCDs และรองรับสังคมผู้สูงอายุ
12 ธ.ค. 2567 ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) มีวาระรายงานประจำปี 2566 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เป็นผู้ชี้แจง กล่าวถึงดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพของไทย อยู่ที่อันดับ 5 ของโลก แต่มีอายุคาดเฉลี่ยปี 2567 อยู่ที่ 76.56 ปี เป็นอันดับ 78 ของโลก ซึ่งข้อมูลล่าสุดในปี 2565 พบสาเหตุการตายในกลุ่มอายุน้อยและวัยทำงาน 170,000 คน เกิดจากอุบัติเหตุและ NCDs สสส. สานพลังภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนผลงานเด่น 7 เรื่อง 1. จัดการโรค NCDs 2. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3. ควบคุมยาสูบ 4. ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5. สังคมขับขี่ปลอดภัย 6. ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม 7. สานพลังเครือข่ายระดับสากล มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ป้องกันการตายก่อนวัยอันควร
จากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ร่วมอภิปรายและเสนอแนวทางการทำงานเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพแก่ สสส. โดย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส. จ.สุโขทัย เขต 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สสส. ได้วางอนาคตการสร้างเสริมสุขภาพอย่างชัดเจน ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย จนเกิดประโยชน์ทั้งในประเทศ และนานาชาติ สำหรับ 7 ผลงานเด่น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายอย่างชัดเจนในการสร้างสังคมสุขภาวะและสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการตื่นรู้สุขภาวะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสานพลังวิชาการและเครือข่าย ส่งเสริมให้ประชาชนห่างไกลจาก โรค NCDs ซึ่งรอบปีที่ผ่านมาคนไทยเป็น NCDs ถึง 33 ล้านเคส โดย 1 คนอาจจะเป็นหลายโรค และเสียชีวิต ถึง 400,000 คน นอกจากนี้ สสส. ได้ตั้งสถาบันการเรียนรู้สร้างเสริมสุขภาวะ Thai Health Academy พัฒนาภาคีเครือข่าย แต่มีผู้เข้าถึงโครงการเพียง 2,708 คน เสวนาผ่านสื่อออนไลน์อีก 16,000 คน จึงขอให้เพิ่มปริมาณผู้เข้าร่วมให้มากขึ้น โดยยกระดับบริการผ่านระบบดิจิทัล และคำนึงถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัลให้กับประชาชนด้วย
น.ส.กัลยพัชร รจิตโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ชื่นชม สสส. ภาคีเครือข่าย และนักสร้างเสริมสุขภาพทุกคน ที่ช่วยกันสร้างสังคมสุขภาวะ ดูแลคนทุกช่วงวัย รวมถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พร้อมเสนอให้เพิ่มการทํางานร่วมกับนักการเมืองระดับชาติ โดยเฉพาะรัฐสภา กรรมาธิการคณะต่างๆ เช่น กรรมาธิการสาธารณสุข ที่กําลังพิจารณาการลดความเหลื่อมล้ำของสิทธิการรักษา สสส. อาจมีนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ หรือสามารถเชื่อมโยงการทํางานข้ามหน่วยงาน หรือข้ามกระทรวงได้
“เรากําลังประสบปัญหากําลังคนด้านสุขภาพ แต่ สสส. พลิกโฉมด้วยแนวทางการบริหารจัดการแบบกองทุน สามารถทํางานร่วมกับมูลนิธิ องค์กรสาธารณะประโยชน์ องค์กรเอกชน หรือแม้แต่บุคคล ร่วมงานกับกําลังคนนอกภาคราชการกว่า 65% โดยมีคะแนนสูงด้านการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล สภาฯ ควรเรียนรู้และประยุกต์แนวทางการบริหารจัดการกองทุนสุขภาพลักษณะนี้มาใช้ส่งเสริมพลเมืองให้ตื่นรู้ด้านอื่น เช่น การพัฒนากระบวนการประชาธิปไตย วิจัยและพัฒนานวัตกรรม การกีฬา เพื่อให้ผลสําเร็จของ สสส. ไม่จํากัดอยู่เพียงการสร้างเสริมสุขภาพ แต่ยังสามารถสร้างเสริมการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ก้าวหน้าในทุกด้าน” น.ส.กัลยพัชร กล่าว





