วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15%

PTG มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15% หลังปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทำสถิติสูงสุดใหม่ 3 ไตรมาสติดต่อกัน เร่งเครื่องธุรกิจ Non-Oil รับเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจกลุ่มพลังงานครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตเพียง 3.2% โดยยอดการใช้น้ำมันดีเซลเติบโตเพียง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการใช้น้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นกว่า 6.6% แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจภาคขนส่งเชิงพาณิชย์ชะลอตัว โดยมีปัจจัยมาจากภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศสะท้อนปริมาณการใช้รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคลที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด  

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยอดขายของ PTG มีอัตราการเติบโตที่ 14.3% ถือว่าสูงกว่าอุตสาหกรรมค้าปลีกน้ำมันดังกล่าว และสามารถทำยอดขายสูงสุด 3 ไตรมาสติดต่อกัน เห็นได้จากยอดขายน้ำมันไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,534 ล้านลิตร เติบโต 12.2% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การจำหน่ายก๊าซ LPG อยู่ที่ 154 ล้านลิตร เติบโต 28.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 

"จากภาวะราคาน้ำมันที่ยังคงกดดันสูง เศรษฐกิจที่ตึงตัว ทำให้กำไรที่ออกมายังดีไม่เท่าที่ควร จากการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาหน้าโรงกลั่น แม้การขายเติบโตอย่างโดดเด่น เป็นผลมาจากผู้บริโภคให้การตอบรับในแบรนด์ PTG มากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสิทธิประโยชน์ที่ PTG มอบให้กับลูกค้าสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดคือยอดขายแต่ละสาขาเพิ่มขึ้น"

นายรังสรรค์ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่าภายหลัง PTG เปิดบริการ PT Service Master ผู้ชำนาญที่มีคุณวุฒิทางการศึกษา เพื่อคอยดูแลและให้บริการลูกค้าในรูปแบบของ Total Solution Services ในการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก รวมถึงแนะนำสินค้าและบริการให้ลูกค้าให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด เกิดความประทับใจ พร้อมรอยยิ้มกลับไปเมื่อเข้ามาใช้บริการ โดยปัจจุบันมีพนักงาน 200-300 คน ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ที่ 500 คน อย่างไรก็ตาม จากภาวะความกดดันด้านราคาน้ำมันข้างต้น PTG ได้ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่ธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น ปัจจุบันมีสาขารวม 1,805 สาขา ประกอบด้วย กาแฟพันธุ์ไทย 703 สาขา ธุรกิจก๊าซ LPG 527 สาขา เป็นสถานีบริการ 234 สาขา ร้านจำหน่ายก๊าซ LPG บรรจุถัง 293 สาขา ร้านสะดวกซื้อ Max Mart 325 สาขา ร้านกาแฟ Coffee World 24 สาขา ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs 53 สาขา จุดเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง Maxnitron 55 สาขา Max Camp 72 จุด และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) Elex by EGAT Max 46 สาขา

"ปีนี้จะขยายธุรกิจ Non-Oil เป็น 2,448 สาขา โดยเน้นหนักที่ LPG ที่มีการเติบโต 40-60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือ กาแฟพันธุ์ไทย จะขยายสิ้นปีที่ 1,200 สาขา ใช้มาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นในการคัดเลือกสถานที่ โดยเรายังคงมุ่งมั่นขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยอย่างเป็นสาระสำคัญ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 135% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากแนวคิดสร้างการเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ซึ่งเมล็ดกาแฟจะเป็นอาราบิกาแท้ 100% พร้อมผนวกกาแฟกับผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น กาแฟน้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา กาแฟส้มมะปี้ดจากจันทบุรี และกาแฟตาลโตนดจากสงขลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังร่วมมือพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาทิ กาแฟข้าวโพดจากไร่สุวรรณ โดยนำน้ำนมและเมล็ดข้าวโพดจากไร่สุวรรณ มาเป็นส่วนผสมในเมนูใหม่ 3 เมนู ในร้านกาแฟพันธุ์ไทย ได้แก่ โพดลาเต้ โพดชาเขียว และโพดโกโก้ เป็นต้น

นายรังสรรค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับทิศทางด้านพลังงานของประเทศปี 2566-2567 มองว่าจะยังมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น จากรายได้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สูงขึ้น อีกทั้งมีความต้องการที่รวดเร็วและสะดวกสบาย จึงต้องอาศัยเครื่องมือที่ต้องใช้พลังงานในลักษณะต่างๆ ดังนั้น จากนี้ไปในช่วง 10 ปี พลังงานปิโตรเลียมจะยังคงเป็นพลังงานหลัก ทาง PTG ยังคงขยายต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียนซึ่งกำลังเริ่มเข้ามาอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยเช่นกัน ยอดขายน้ำมันในครึ่งปีหลัง ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว และการเก็บเกี่ยวสินค้าการเกษตร ดังนั้น การบริโภคในช่วงไตรมาสที่ 4 จะยังคงเป็นไตรมาสที่ใช้พลังงานค่อนข้างสูง ทั้งนี้อยากให้ทุกภาคส่วน ผลักดันการค้าเสรีเพื่อให้เกิดศักยภาพการแข่งขันของประเทศที่ดียิ่งขึ้น

"สำหรับการวาง Positioning ของ PTG เพื่อการเติบโตอย่างยืน สิ่งสำคัญคือ การเป็นผู้นำ เพราะการเป็นผู้นำจะสร้างผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและชุมชน สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้ ซึ่ง PTG มีวิสัยทัศน์ เชื่อมโยงทุกคนให้เข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข ในทุกด้านของช่วงชีวิต ทั้งนี้ สถานีบริการ PT จะต้องไม่เป็นเพียงแค่สถานีบริการน้ำมัน แต่จะเป็นสถานีบริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 20 ล้านสมาชิก โดย PTG ได้พัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้า จากการนำข้อมูลการเข้ารับบริการ เพื่อเปลี่ยนสถานีบริการตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ตรงจุด ส่วนธุรกิจด้านอื่น จะต้องสร้างธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ พลังงานสะอาด เพื่อให้ PTG เติบโตไปข้างหน้าพร้อมกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน"

นายรังสรรค์ กล่าวทิ้งท้ายว่า PTG ตั้งเป้าการเติบโตปี 2566 ที่ 10-15% ส่วน EBITDA ตั้งเป้าเติบโต 8-12% ในขณะที่เงินลงทุนทั้งปี 4,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากยังจะต้องดูเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจ เพราะช่วงที่ผ่านมาประชาชนยังคงรัดเข็มขัด ทั้งนี้อยากฝากถึงทุกคน "ให้มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ PT ของเราที่ใส่ใจและเข้าใจความต้องการของลูกค้า ให้ทุกท่านได้มีโอกาสเข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านได้เข้ามาใช้บริการกับทาง PTG"

PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15% PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15% PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15% PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15% PTG เดินหน้ารุกธุรกิจ Non-Oil เต็มสูบ มั่นใจยอดขายน้ำมันทั้งปีโต 10-15%