background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

"พักตร์ธิดา คำทอง" ฝ่ายกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดทำบทความ "ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา" โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ในช่วงปี 2013-2022 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ หรือ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ไทยทั้งหมด 305 บริษัท แบ่งออกเป็นบริษัทที่ IPO ในตลาด SET และ mai ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (รูปที่ 1) และมีการกระจายตัวในเชิงกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย โดยมีความโดดเด่นในกลุ่ม Services และ Property & Construction ที่มีสัดส่วนจำนวน บจ. IPO มากที่สุด (รูปที่ 2) 

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เมื่อผ่านเกณฑ์ (กล่องที่ 1) และสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว พบว่าบริษัทที่เข้า IPO ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีค่าเฉลี่ยการเติบโตของกำไรสุทธิรายปีในช่วง 3 ปี หลังเข้า IPO ที่ค่อนข้างดี กล่าวคือ 65% มีกำไรเฉลี่ยเติบโตทุกปี โดยพบ 61% ของบริษัทในกลุ่ม SET100 49% ของบริษัทในกลุ่ม Non-SET100 และ 44% ของบริษัทในกลุ่ม mai ที่เติบโตเฉลี่ยในอัตราที่เกินกว่า 20% ต่อปีด้วย (รูปที่ 3) ทั้งนี้ บจ. ในกลุ่ม Financials และ Resources โดดเด่นที่สุด มีสัดส่วนบริษัท 75-80% ที่มีกำไรเฉลี่ยเติบโตทุกปี อนึ่งมี 25 บริษัท หรือคิดเป็นเพียง 8% ของ บจ. IPO ทั้งหมด ที่มีผลประกอบการรวมขาดทุนในช่วง 3 ปี หลังเข้า IPO

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

หากพิจารณาการเติบโตด้านรายได้หลังจากเข้า IPO พบว่า บจ. มีรายได้ 3 ปี หลังเข้า IPO เติบโตดีมาก เกือบ 80% มีรายได้เฉลี่ยเติบโตทุกปี อีกทั้ง ประมาณ 30% ของ บจ. ที่เข้า IPO ทั้งในตลาด SET และตลาด mai มีรายได้เฉลี่ยเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี โดยในระดับรายอุตสาหกรรมพบว่า 80-90% ของ บจ. ในกลุ่ม Financials Technology Services และ Agro & Food มีรายได้เฉลี่ย 3 ปี หลัง IPO เติบโตทุกปี (รูปที่ 4)

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

หลังจากที่ได้เห็นการเติบโตด้านผลประกอบการและรายได้กันมาแล้ว อีกมุมหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจคือ การเติบโตด้านมูลค่าและขนาดของบริษัทหลังเข้าจดทะเบียน IPO ซึ่งพบว่า หลังเข้ามาระดมเงินทุนและใช้ประโยชน์จากตลาดทุนเพื่อการขยายธุรกิจแล้ว ประมาณ 70% ของ บจ. ที่ IPO ในตลาด mai และประมาณครึ่งหนึ่งของ บจ. ที่จดทะเบียนในตลาด SET มี market cap เติบโตดีถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ หากพิจารณารายอุตสาหกรรม พบว่ากลุ่ม Technology และ Agro & Food มีความโดดเด่น โดยประมาณ 75% มี market cap ขยายตัวดีถึงปัจจุบัน รองลงมาคือกลุ่ม Services และ Financials ที่ประมาณ 65% มี market cap เติบโตดี (รูปที่ 5) ทั้งนี้ พบว่ามี 7 บริษัท คิดเป็น 2% ของ บจ. IPO ทั้งหมด ที่มูลค่า market cap ปัจจุบันหดตัวลงเกินกว่า 25% เมื่อเทียบกับ ณ IPO

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

นอกจากมูลค่า market cap เติบโตดีขึ้นแล้ว ยังพบ บจ. ที่เติบโตจนสามารถย้ายจากตลาด mai ไปที่ตลาด SET ได้ถึง 21 บริษัท คิดเป็น 14% ของ บจ. ที่เข้า IPO ในตลาด mai ทั้งหมดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เกินครึ่งหนึ่งของ บจ. ดังกล่าวใช้เวลาเพียงไม่เกิน 3 ปีเพื่อที่จะเติบโตและได้ย้ายตลาด โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Resources และ Services (รูปที่ 6)

การที่บริษัทเข้ามา IPO นอกจากตัวบริษัทได้ใช้กลไกตลาดทุนเพื่อระดมทุนไปขยายธุรกิจให้เติบโตได้แล้ว ในมุมผู้ลงทุน บริษัท IPO เหล่านี้ยังเป็นทางเลือกให้สามารถลงทุนในธุรกิจได้หลากหลาย เพื่อบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้ดีขึ้น

ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่ IPO ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา