สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

"อายิโนะโมะโต๊ะ" กับเส้นทางสู่เป้าหมาย มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความยั่งยืนของโลก ชูพันธกิจลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2030

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในประเทศไทยขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2503 "อายิโนะโมะโต๊ะ" ในฐานะผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตภัณฑ์จากกรดอะมิโนระดับโลก ได้ทำการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ความอร่อยที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมาโดยตลอด ทั้งยังให้ความสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมและสร้างคุณค่าผ่านธุรกิจ ภายใต้แนวคิด "อายิโนะโมะโต๊ะสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (ASV)" เพื่อก้าวสู่การเป็นกลุ่มบริษัทผู้ส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหาและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพระดับโลก  

สำหรับการดำเนินกิจกรรม ASV กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสังคมใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การสร้างสังคมสุขภาพดี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างความยั่งยืนของโลก เพื่อมุ่งสู่การประสบความสำเร็จในเป้าหมายหลัก 2 ประการคือ การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมทางธุรกิจของอายิโนะโมะโต๊ะให้ได้ 50% ภายในปี 2030 หรือ พ.ศ. 2573 มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ให้สำเร็จภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593  

สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

โดยแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ อายิโนะโมะโต๊ะ ในประเทศไทยนั้น ได้ทุ่มเทเพื่อร่วมป้องกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของโลก ผ่านการบูรณาการแนวคิด เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน อาทิ การผลิตพลังงานโดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิล, การอนุรักษ์พลังงาน และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้พลังงานลดลง ด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า พัฒนานวัตกรรมด้านเครื่องจักร รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือกและ พลังงานหมุนเวียน ต่างๆ ในกระบวนการผลิต ดังจะเห็นตัวอย่างต้นแบบการบริหารจัดการ โรงงานสีเขียว ได้จากโรงงานอายิโนะโมะโต๊ะกำแพงเพชรที่สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ ผ่าน "แพลตฟอร์มการเยี่ยมชมโรงงานเสมือนจริงแห่งใหม่" ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โรงงานผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ที่จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียวของกลุ่มบริษัทฯ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านทางแพลตฟอร์มการเยี่ยมชมโรงงานเสมือนจริงในรูปแบบออนไลน์ผ่านมุมมอง 360 องศา ให้ความรู้สึกเสมือนได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานจริงๆ ชูจุดเด่น "สะดวก สนุก และเรียนรู้ได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกเวลา" สะท้อนภาพลักษณ์การเป็นบริษัทฯ ผู้ผลิตอาหารที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และเพื่อตอกย้ำในเจตนารมณ์ที่จะดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  

สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

ตัวอย่างการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน อายิโนะโมะโต๊ะ กำแพงเพชร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสีย และการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสบความสำเร็จในการติดตั้งเทคโนโลยี "โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมจากชีวมวล" ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะสามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มได้กว่า 50,000 ตัน/ปี 

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง อาทิ เทคโนโลยีหม้อต้มไอน้ำพลังงานชีวมวล โดยใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงทางชีวภาพในการผลิตไอน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันเตา การติดตั้ง Solar Rooftop บนพื้นที่หลังคาอาคารโรงงาน ฯลฯ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 130,000 ตันต่อปี  

ทั้งนี้ เพื่อเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม "อายิโนะโมะโต๊ะ" ได้มีการจัดการกับของเหลือจากกระบวนการผลิตผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ให้เกิดเป็น "ผลิตภัณฑ์ร่วม" ที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร โดยนำน้ำหมักที่เหลือจากกระบวนการผลิตผงชูรสซึ่งอุดมไปด้วยคุณค่าและสารอาหารที่จำเป็นจำนวนมาก มาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยน้ำ อามิ-อามิ® สำหรับใช้ในการเกษตร นั่นเอง เพื่อทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2544

แนวทาง "การจัดการด้านบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน" ที่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด นำมาบูรณาการกับผลิตภัณฑ์ภายใต้เครืออายิโนะโมะโต๊ะ เป็นอีกหนึ่งในการลงมือทำอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกระบวนการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปสู่ผู้บริโภค ที่มีการใช้พลาสติกเป็นจำนวนมาก อายิโนะโมะโต๊ะจึงนำแนวคิดเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ โดยลดปริมาณการใช้พลาสติกสำหรับห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ของสินค้าบางชนิดลง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงสามารถรักษาคุณภาพของสินค้าไว้ได้ดีเช่นเดิม เช่น การยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกพอลิเอทิลีน (PE Bag) ที่ใช้ในการห่อหุ้มแพ็กบรรจุภัณฑ์ของสินค้า "ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ" ขนาด 1 กิโลกรัม และวัตถุปรุงแต่งอาหาร "รสดี" ขนาด 850 กรัม ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ถึง 127 ตัน/ปี หรือเทียบเท่ากับขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 4.2 ล้านขวด รวมถึงการใช้กลไกการจัดซื้ออย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่มีแนวทางที่เป็นมิตรหรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด อาทิ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผลิตตามมาตรฐาน FSC เป็นต้น 
 
สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

ข้อมูลจาก Food Waste Index Report ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UN Environment Program) เปิดเผยว่า ในแต่ละปี อาหารกว่า 1,300 ล้านตัน หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโลก ต้องกลายเป็นขยะอาหารที่ถูกทิ้งไปอย่างสูญเปล่าและสร้างก๊าซเรือนกระจกถึง 8% ซึ่ง อายิโนะโมะโต๊ะ ได้เดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการทุกกิจกรรมทางธุรกิจเพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างสูง มุ่งลดการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้แนวคิด "TOO GOOD, TOO WASTE" ซึ่งถูกริเริ่มโดย กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ โดยตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปีงบประมาณที่ผ่านมา อายิโนะโมะโต๊ะ ประเทศไทย สามารถลดปริมาณการสูญเสียอาหารและขยะอาหารได้แล้วถึง 43% (หรือ 843 ตัน) จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 50% ภายในปี 2568 และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ด้วยการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุด อาทิ การบริหารจัดการกระบวนการผลิตโดยไม่ก่อให้มีของเสีย การจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เหมาะสมโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีที่ทันสมัย การมุ่งลดของเสียในกระบวนการจัดจำหน่าย เป็นต้น  

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำตลอดกระบวนการผลิตให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ขับเคลื่อนผ่านทุกกิจกรรมทางธุรกิจในทุกโรงงานและสถานประกอบการ มุ่งสู่การเป็น "โรงงานสีเขียว" ที่มีส่วนร่วมรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงในการบำบัดน้ำที่เหลือจากกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพที่สูงกว่าที่กฏหมายกำหนดก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ รวมถึงการนำมาหมุนเวียนใช้ภายในโรงงานอีกด้วย ปัจจุบัน บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตลงได้ถึง 91% 

"อายิโนะโมะโต๊ะ" ยังเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ ภายใต้แนวคิด "Thai Farmer Better Life Partner" โดยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กับเกษตรกร ให้ความรู้ด้านการปรับปรุงดิน พัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลัง ผลักดันให้เกิดการคุ้มครองความเสี่ยงในด้านสภาวะอากาศ (Weather Insurance System) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเริ่มจากจังหวัดกำแพงเพชร และยังได้จัดตั้งห้องวิเคราะห์โรคใบด่างฯ ด้วยวิธี DAS-ELISA ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันได้มีการสนับสนุนท่อนพันธุ์และต้นพันธุ์มันสะอาดปราศจากโรคใบด่างฯ กว่า 150,000 ต้น โดยได้จัดทำแปลงทดลองภายในบริษัทฯ และจัดทำแปลงร่วมกับเกษตรกรสำหรับขยายต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่สะอาด ปราศจากโรคใบด่าง และทนทานต่อโรค ให้กับเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าในการจะทำแปลงร่วมกับเกษตรกรในจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 500 ไร่ ในปีนี้ และเพิ่มอีกจำนวน 1,000 ไร่ ในปีถัดไป 

พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมมือกับเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรและพาณิชย์ จังหวัดกำแพงเพชร ในการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการตัดวงจรการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังไม่ให้ขยายตัวไปยังพื้นที่อื่นๆ และดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าวอีกด้วย ทั้งนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ มีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้ผลิตผลมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยมากถึง 520,000 ตันต่อปี ด้วยการใช้แป้งมันสำปะหลังจำนวนมากเพื่อเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

สำรวจเส้นทางสู่เป้าหมาย สร้างสังคม สร้างสุข ภายในปี 2030 ของ "อายิโนะโมะโต๊ะ"

นอกจากพันธกิจด้านความยั่งยืนในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลง 50 เปอร์เซ็นต์ ภายใน พ.ศ. 2573 แล้ว ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ ยังเน้นการช่วยส่งเสริมสุขภาพดีของประชากรโลกจำนวนหนึ่งพันล้านคน ด้วยการสนับสนุนความพยายามที่จะคงความอร่อยและความสมดุลในมื้ออาหาร โดยใช้รสชาติ "อูมามิ" ส่งเสริมการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงผงชูรสมีส่วนช่วยในการลดการใช้เครื่องปรุงรสที่มีรสเค็ม เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

อายิโนะโมะโต๊ะ ยังให้ความสำคัญในการเข้าถึงสินค้าของผู้บริโภค ทั้งในด้านการจัดจำหน่ายและราคา อีกทั้งในการดำเนินธุรกิจทั่วโลกของกลุ่มบริษัทฯ ยังได้ปรับใช้และคำนึงถึงวัฒนธรรม รสชาติและอาหารประจำท้องถิ่นเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม

ทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ กลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะ มุ่งมั่นสู่การเป็น "กลุ่มบริษัทผู้ส่งมอบแนวทางการแก้ปัญหาและนวัตกรรมที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพ" ตลอดจนทุ่มเททำงานเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวทาง "การสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมของอายิโนะโมะโต๊ะ" หรือ "The Ajinomoto Group Creating Shared Value: ASV" เพื่อสร้างสังคม สร้างสุขให้เกิดขึ้นจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โดย คลิกที่นี่