วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

เจาะลึก 'ค่าการกลั่น' ไม่ใช่กำไรสุทธิ! เปิดต้นทุนแฝง ช่วงพลังงานผันผวน

เจาะลึก 'ค่าการกลั่น' ไม่ใช่กำไรสุทธิ! เปิดต้นทุนแฝง ช่วงพลังงานผันผวน

เจาะลึก "ค่าการกลั่น" ไม่ใช่กำไรสุทธิ! เปิดต้นทุนแฝงโรงกลั่นพุ่งกระฉูด เซ่นพิษสงคราม "กำไรโรงกลั่น" ที่ถูกจับตาอย่างเข้มข้นในช่วงวิกฤติราคาพลังงานโลก

เจาะลึก "ค่าการกลั่น" ไม่ใช่กำไรสุทธิ! เปิดต้นทุนแฝงโรงกลั่นพุ่งกระฉูด เซ่นพิษสงครามท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง "กำไรโรงกลั่น" ที่ถูกจับตาอย่างเข้มข้นในช่วงวิกฤติราคาพลังงานโลก 

ข้อมูลเชิงลึกล่าสุดได้ฉายภาพอีกด้านของอุตสาหกรรม โดยชี้ชัดว่า “ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM)” ไม่ใช่กำไรสุทธิ อย่างที่สังคมจำนวนมากเข้าใจ แต่เป็นเพียง "ส่วนต่างเบื้องต้น" ที่ยังไม่หักต้นทุนสำคัญอีกหลายชั้น

สถานการณ์ล่าสุดยิ่งซ้ำเติม เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลาม กดดันต้นทุนพลังงานทั้งระบบ ส่งผลให้ ต้นทุนแฝงของโรงกลั่นพุ่งขึ้นพร้อมกันทุกมิติ ตั้งแต่วัตถุดิบ การขนส่ง ไปจนถึงค่าประกันภัยที่ทะยานในระดับ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

"ค่าการกลั่น" แค่ตัวเลขขั้นต้น ไม่ใช่กำไรจริง

ในเชิงโครงสร้าง ค่าการกลั่น (GRM) คือผลต่างระหว่าง "ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป" - "ต้นทุนน้ำมันดิบ" ดังนั้น เมื่อเราดูตัวเลขในเชิงโครงสร้างค่าการกลั่นนั้น จะยังไม่รวม “ต้นทุนแฝง” อีกจำนวนมาก ที่โรงกลั่นต้องแบกรับจริงในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ GRM ไม่สามารถสะท้อน “กำไรสุทธิ” ได้โดยตรง

กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ต่อให้ตัวเลขค่าการกลั่นจะดูสูง แต่หากต้นทุนแฝงพุ่งแรงกว่า ก็อาจทำให้ "กำไรจริงหดตัว" หรือบางช่วงอาจถึงขั้น "ขาดทุน" ได้เลย

เจาะลึก 'ค่าการกลั่น' ไม่ใช่กำไรสุทธิ! เปิดต้นทุนแฝง ช่วงพลังงานผันผวน

เปิด 3 ต้นทุน “น้ำมันดิบ” พุ่งแรงตามสงคราม

ข้อมูล ณ เดือนมี.ค. 2569 ชี้ให้เห็นว่า "ต้นทุนจัดหาน้ำมันดิบ" กลายเป็นจุดกดดันหลัก โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญที่เร่งตัวขึ้นพร้อมกัน ได้แก่

  1. Crude Premium พุ่ง 3-4 เท่า โดยส่วนต่างราคาน้ำมันดิบจริงเหนือราคาตลาดอ้างอิง (Benchmark) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันดิบจากสหรัฐที่เป็นที่ต้องการสูงในภาวะสงคราม ส่งผลให้โรงกลั่นต้องจ่ายแพงขึ้นทันที
  2. ค่าขนส่ง-ค่าระวางเรือ ดีด 5 เท่า จากความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งสำคัญ เช่น ตะวันออกกลาง ทำให้เกิดภาวะ “เรือขาดตลาด” และเสี่ยงภัยสูง ค่าระวางจึงปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. เบี้ยประกันภัยทะยาน 100 เท่า การขนส่งผ่านพื้นที่เสี่ยงสงคราม ทำให้บริษัทประกันภัยเรียกเก็บ War Risk Premium ในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นต้นทุนที่ “บีบกำไร” อย่างรุนแรง

"ต้นทุนในโรงกลั่น" ภาระที่มองไม่เห็น

นอกจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งขึ้นแล้ว โรงกลั่นยังต้องแบกรับ ต้นทุนการดำเนินงานภายใน อีกหลายรายการ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ GRM ไม่เท่ากับกำไรสุทธิ ได้แก่

  1. ค่าพลังงานและสาธารณูปโภค ค่าเชื้อเพลิงในกระบวนการกลั่น ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำมัน ซึ่งผันผวนตามราคาพลังงานโลก ซึ่งนอกจกานี้ยังมีต้นทุนอื่น ๆ อาทิ
  2. ต้นทุนบุคลากร ค่าแรง สวัสดิการ และค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรมนุษย์
  3. ค่าซ่อมบำรุง (Maintenance) การดูแลเครื่องจักรที่มีมูลค่าสูง เพื่อให้เดินเครื่องได้ต่อเนื่อง
  4. ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
  5. ดอกเบี้ยเงินกู้ ต้นทุนทางการเงินในภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
  6. ภาษีและภาระรัฐ ซึ่งเป็นต้นทุนปลายทางก่อนสรุปกำไรสุทธิ

"ภาพลวงตากำไร" กับความจริงที่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า การหยิบ "ค่าการกลั่น" มาใช้เป็นตัวชี้วัดกำไร อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนผันผวนรุนแรงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ในภาวะปัจจุบันที่สงครามยืดเยื้อและเส้นทางพลังงานโลกเปราะบาง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนใน GRM แต่สะท้อนเต็มๆ ในงบกำไรขาดทุน กล่าวได้คือ โรงกลั่นไทยอยู่ใน “แรงบีบสองด้าน” ซึ่งภาพรวมอุตสาหกรรมโรงกลั่นไทยกำลังเผชิญแรงกดดันแบบ “สองเด้ง” ประกอบด้วย

ด้านที่หนึ่ง ราคาน้ำมันผันผวนตามตลาดโลก และด้านที่สอง ต้นทุนแฝงพุ่งแรงจากสงครามและความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ “กำไรจริง” ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามค่าการกลั่นเสมอไป และในบางช่วงอาจถูกบีบจนแทบไม่เหลือส่วนต่าง

ข้อเท็จจริงนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจโครงสร้างราคาพลังงานไทยและสะท้อนว่า ภายใต้ตัวเลขที่เห็นบนหน้าปั๊มหรือรายงานตลาด แต่ยังมี “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ซ่อนอยู่จำนวนมาก ซึ่งกำลังเป็นตัวแปรชี้ชะตาอุตสาหกรรมพลังงานในยุควิกฤติโลกปัจจุบัน