วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

"ท้องทะเล" เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตนับล้าน ทั้งสัตว์น้ำน้อยใหญ่และพืชพรรณ การดูแลท้องทะเลจึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่คือการรักษาบ้านหลังใหญ่ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลให้คงอยู่ต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมา ทรัพยากรทางทะเลกำลังเผชิญความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ปะการังซึ่งอ่อนไหวต่อความร้อนจะฟอกขาวหากอุณหภูมิน้ำทะเลเกิน 30 องศาเซลเซียสเพียง 2-3 สัปดาห์ ขณะเดียวกันแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหลายแหล่งต้องรองรับจำนวนนักดำน้ำและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบนิเวศฟื้นตัวไม่ทัน จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติในระยะยาว

หนึ่งในวิธีที่ถูกนำมาใช้อนุรักษ์ ฟื้นฟู และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศใต้ทะเล คือ การจัดสร้างปะการังเทียม ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนบ้านหลังเล็กที่เป็นแหล่งอาศัย แหล่งหลบภัย และพื้นที่อนุบาลของสัตว์น้ำ ช่วยทดแทนพื้นที่ธรรมชาติที่เสื่อมโทรม และเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแนวคิดการทำปะการังเทียมนี้ เริ่มต้นหลังเกิดวิกฤตการปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ในปี 2553 และเคยผ่านการทดลองที่เกาะมัลดีฟส์จนเห็นผลมาแล้ว โดยบ้านหลังเล็กนี้ สามารถสร้างขึ้นได้จากวัสดุที่หลากหลาย อาทิ คอนกรีต เหล็ก รวมถึงวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุนำกลับมาใช้ใหม่ 

การอนุรักษ์ท้องทะเล ไม่ได้เป็นภารกิจของภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชนหลายแห่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในการดูแลทรัพยากรทางทะเลมากขึ้น ทั้งการทำโครงการฟื้นฟูปะการัง การสร้างแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ หนึ่งในองค์กรที่ขยับตัวอย่างจริงจังในการดูแลท้องทะเล คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. เล่าว่า ปตท.สผ. มีพื้นที่ปฏิบัติการส่วนใหญ่ในทะเล จึงมีความผูกพันกับท้องทะเลและตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล ปตท.สผ. จึงขอมีส่วนร่วมในการดูแลท้องทะเลอย่างจริงจัง โดยได้มีแนวคิดทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) เพื่อดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเล และหนึ่งในนั้น คือ การจัดสร้างปะการังเทียมในรูปแบบต่าง ๆ

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ปตท.สผ. ได้ริเริ่มการจัดสร้าง ปะการังเทียม หลายโครงการในพื้นที่อ่าวไทย ได้แก่ โครงการแหล่งเรียนรู้ใต้ทะเลซึ่งร่วมกับกองทัพเรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และชุมชนในพื้นที่ โดยเป็นการนำเรือรบหลวงที่ปลดประจำการมาวางเป็นแนวปะการังเทียมเมื่อปี 2554 ได้แก่ เรือหลวงปราบ ที่เกาะง่ามน้อย จ.ชุมพร และเรือหลวงสัตกูด ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี โครงการนี้ช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยการสำรวจในปี 2554-2556 พบสัตว์เกาะติดบริเวณเรือหลวงปราบ จำนวน 25 ชนิด และพันธุ์ปลา 27 ชนิด ซึ่งจากการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2565-2566 จำนวนสัตว์เกาะติดเพิ่มขึ้นเป็น 38 ชนิด พันธุ์ปลาเพิ่มขึ้นเป็น 58 ชนิด นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังกลายเป็นแหล่งดำน้ำที่ได้รับความนิยมจากนักดำน้ำทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมงจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม บริเวณนอกชายฝั่ง จ.ปัตตานี โดยจะวางในช่วงครึ่งหลังปี 2569 อีกด้วย จนมาถึงโครงการประติมากรรมใต้ทะเล Ocean for Life ในครั้งนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลไทย โดยเป็นการผสานศิลปะเข้ากับการอนุรักษ์ ด้วยการสร้างสรรค์งานประติมากรรมเป็นรูปสัตว์ทะเลน้อยใหญ่ รวม 9 ชิ้น ได้แก่ ประติกรรมชุดคู่เต่าตนุ ครอบครัวเต่า ม้าน้ำ กระเบนจุดฟ้า ฉลามวาฬ ฉลามหูดำ กระเบนนก ซุ้มเต่า ปลาโรนัน ซึ่งแต่ละชิ้นมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 2.5 เมตร นอกจากนี้ยังมีการวางปะการังเทียมรูปแบบใหม่ (Coral ball) และปะการังเทียมแบบโดม ผสมผสานในลานประติมากรรมนี้ด้วย รวมชิ้นงานทั้งหมด 93 ชิ้น

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ประติมากรรมทั้งหมดนี้ จะถูกนำไปวางบริเวณพื้นที่ Buoyancy World ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ระดับความลึก 16 เมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ซึ่งก่อนที่จะนำประติมากรรมไปวางเป็นลานปะการังเทียมครั้งนี้ ได้ทำการศึกษามากว่า 1 ปี ทั้งการออกแบบประติมากรรม การศึกษากระแสน้ำ ความปลอดภัยต่อการสัญจรทางเรือ และการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการทาสีที่ชิ้นงานประติมากรรม เพื่อทำให้ลานประติมากรรมเป็นบ้านให้สัตว์น้ำอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

การอนุรักษ์ทะเลอันกว้างใหญ่ให้ประสบผลสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การดูแลบ้านหลังนี้เกิดผลได้จริง โครงการประติมากรรมใต้ทะเลครั้งนี้เช่นกัน ได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในการดูแลท้องทะเลไทยโดยตรง เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ รวมทั้งภาคชุมชน หนึ่งในพันธมิตรสำคัญซึ่งสนับสนุนภารกิจนี้อย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งให้คำปรึกษากับ ปตท.สผ. ในการอนุรักษ์ท้องทะเล เพื่อให้ลานประติมากรรมรูปสัตว์ทะเลเป็นมิติใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ในการอนุรักษ์ทะเลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ผศ.ดร.ธรณ์ อธิบายว่า ภายใน 3 ชั่วโมงหลังวางประติมากรรมใต้ทะเล ปลาเล็ก ๆ จะเข้ามาเกาะ จากนั้นภายใน 24-48 ชั่วโมงจะเริ่มมีปลาเข้ามาอาศัยราว 9-10 ชนิด และจะเพิ่มเป็น 15-20 ชนิดในช่วง 2 สัปดาห์ ก่อนจะเริ่มเห็นปะการังเล็ก ๆ ฟองน้ำ ปะการังอ่อน และในช่วง 6 เดือน ถึง 1 ปี ประติมากรรมใต้ทะเลจะส่งผลดีรอบด้าน ช่วยลดความหนาแน่นของนักดำน้ำในบริเวณแหล่งดำน้ำตามแนวปะการังธรรมชาติ ทำให้ธรรมชาติได้รับการพักฟื้น และเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์ทะเล คืนความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งยังช่วยสร้างแรงดึงดูดใหม่ให้การท่องเที่ยวเกาะเต่าคึกคักขึ้น เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่นำวิทยาศาสตร์และศิลปะมาผสมผสานกันอย่างแนบสนิท กลมกลืนกับโลกใต้ทะเล

ประติมากรรม "Ocean for Life" เพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืน หากไม่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานะ ไทวัฒนกุล หัวหน้าภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมครั้งนี้ของ ปตท.สผ. ได้เชิญชาวเกาะเต่ามาร่วมกันคัดเลือกรูปทรงประติมากรรมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ของสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น และเมื่อผสมผสานแรงบันดาลใจจากการดำน้ำครั้งแรกของอาจารย์มานะที่เกาะเต่า จึงนำมาสู่ไอเดียใหม่ ๆ ในการใช้เซรามิกสีสันสดใสประดับบนประติมากรรม จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นแปลกตาให้ประติมากรรม ขณะเดียวกันก็ไม่ส่งผลกระทบต่อท้องทะเล เพราะเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ ใช้ปูนโลว์คาร์บอน มีปริมาณคาร์บอนต่ำ ต้านการกัดกร่อน และมีความแข็งแรงทนทาน 

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล

ภายหลังการวางลานประติมากรรมเสร็จสิ้นแล้ว ปตท.สผ. และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะติดตามและสำรวจว่าลานปะการังเทียมแห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่ในการเป็นบ้านให้สัตว์น้ำและพืชพรรณได้ดีเพียงใด เพิ่มปริมาณสัตว์น้ำได้มากน้อยขนาดไหน และระบบนิเวศโดยรอบฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างไร รวมถึง การประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว และช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่ได้มากเพียงใด ผลลัพธ์เหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการต่อยอดการอนุรักษ์ในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความงดงามและอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยคือทรัพยากรล้ำค่าที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล เพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไป 

ประติมากรรม Ocean for Life ลานศิลปะใต้ทะเลแห่งใหม่เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเล