วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

'ไทยออยล์' ส่งไฟฟ้าสู่รอยยิ้ม ให้พลังงานทางเลือกเปลี่ยนชีวิตชุมชนห่างไกล

'ไทยออยล์' ส่งไฟฟ้าสู่รอยยิ้ม ให้พลังงานทางเลือกเปลี่ยนชีวิตชุมชนห่างไกล

ไทยออยล์ส่งมอบ "แสงสว่างแห่งหวัง" สู่โรงพยาบาลพนม ด้วยพลังงานสะอาดที่เปลี่ยนชีวิตชุมชนห่างไกล

ลึกเข้าไปในทิวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่การเดินทางขนส่งก็ลำบาก นี่คือที่ตั้งของ "โรงพยาบาลพนม" สถานพยาบาลขนาด 40 เตียงที่ดูแลผู้คนกว่า 40,000 ชีวิต กินพื้นที่บริเวณรอยต่อสามจังหวัด พังงา-กระบี่-สุราษฎร์ธานี โดยอยู่ระหว่างการขยายศักยภาพเป็นขนาด 60 เตียงเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น
 
นับตั้งแต่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2528 โรงพยาบาลชุมชนแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงสุขภาพของชุมชนมาอย่างไม่เคยหยุดพัก ปัจจุบันมีผู้รับบริการสูงถึง 90,000 รายต่อปี และยังรับหน้าที่เป็น "ธนาคารอุปกรณ์" ในการให้ยืมเตียงผู้ป่วย และผู้พิการ รถเข็น ถังออกซิเจน เบาะลม ให้กับประชาชนในพื้นที่
 
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดให้บริการหน่วยล้างไตในปลายปี รวมถึงมีแผนที่จะเพิ่มบริการ CT Scan ในอนาคต เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการเดินทางเข้าตัวเมืองจ.สุราษฎร์ธานี ทว่าเบื้องหลังการขยายศักยภาพเพื่อดูแลผู้คนให้ดีขึ้นนั้น โรงพยาบาลต้องเผชิญความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะ "ภาระค่าไฟฟ้า" ที่สูงถึงปีละประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาบริการทางการแพทย์
 
แต่วันนี้ แสงสว่างแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นด้วยความตั้งใจของ “กลุ่มไทยออยล์” ที่ตัดสินใจนำ โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับหน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ "Sustainable Energy for Healthcare & Education" เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ที่ไม่ใช่เพียงการส่งมอบพลังงาน แต่คือ การมอบอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชน

"พลังงาน" ที่มี "หัวใจ"

ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลพนมเท่านั้นที่ได้รับแสงสว่างภายใต้โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์โดย กลุ่มไทยออยล์ เนื่องจากนี่เป็นโครงการที่ไทยออยล์ทำมาตั้งแต่ปี 2561 ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว จุดเริ่มต้นของโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานมาร่วมสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด "Sustainable Energy for Healthcare & Education" เพื่อให้พลังงานเป็นมากกว่าแค่เทคโนโลยี แต่เป็นพลังที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกลที่จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของหน่วยงาน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเพื่อออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ พร้อมฝึกอบรมบุคลากรในพื้นที่ให้สามารถดูแลและใช้งานระบบได้อย่างยั่งยืนถือเป็นภาพสะท้อนถึงวิสัยทัศน์หลักของไทยออยล์ที่ว่า "สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงาน และเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน" ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมิติของธุรกิจ แต่หมายรวมถึงการพัฒนาสังคมไปพร้อมกันโดยหากนับเฉพาะตั้งแต่ปี 2561-2567 ติดตั้งไปแล้ว 17 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้ารวม 371 กิโลวัตต์และสำหรับปี 2568 นี้ 

นอกจาก "โรงพยาบาลพนม" แล้วยังได้มีการติดตั้งระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเลตองคุ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่จันทะ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหม่องกั๊วะ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่กลองคี, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านนุโพ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านหม่องกั๊วะ รวมขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 122.10 กิโลวัตต์จากการติดตั้งทั้งหมด 7 แห่งในปี 2568 ในส่วนภาระค่าไฟฟ้าที่ลดลงไปได้นั้น หน่วยงานฯ สามารถนำเงินไปจัดสรรใช้จ่ายเพื่อต่อยอดพัฒนาบริการที่จำเป็นต่อชุมชนได้โดยตรง ทั้งยกระดับบริการทางการแพทย์ และการเรียนการสอน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ

แสงสว่าง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การตัดสินใจเลือก "โรงพยาบาลพนม" เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของโครงการในปี 2568 เนื่องจากเล็งเห็นถึงบทบาทและความสำคัญของโรงพยาบาลฯ ที่มีต่อประชาชนในพื้นที่ แต่เนื่องด้วยสภาพภูมิอากาศที่ฝนตกชุกของภาคใต้ ที่ถือเป็นความท้าทายทางเทคนิคที่ทีมวิศวกรไทยออยล์ต้องเอาชนะ ด้วยความเชี่ยวชาญและความตั้งใจอย่างจริงจัง จึงได้มีการออกแบบเลือกใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยในระยะยาว ทั้งการเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่รองรับและกักเก็บพลังงานได้รวดเร็วในช่วงเวลาที่มีแสงแดดน้อย การเลือกใช้อินเวอร์เตอร์รุ่นประสิทธิภาพสูงเหมาะต่อสภาพพื้นที่ในราคาที่ไม่แตกต่างจากปกติ

นอกจากนี้ ยังเพิ่มการติดตั้ง Power Optimizer เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้ได้สูงสุด พร้อมระบบรายงานความผิดปกติแบบอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชันช่วยให้บำรุงรักษาได้ง่ายในพื้นที่ห่างไกล และติดตั้ง ระบบ Rapid Shutdown ที่สามารถหยุดการจ่ายไฟฟ้า DC ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าหน้าที่ทุกเทคโนโลยีที่คัดสรรมาอย่างดีนี้ คือการวางรากฐานพลังงานที่มั่นคง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การผลิตไฟฟ้า แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะสร้างหลักประกันให้แก่ทุกชีวิต

เปลี่ยน "พลังงาน" เป็น "โอกาส"

แม้ผลลัพธ์ที่วัดผลได้จากการดำเนินโครงการระหว่างปี 2561-2567 รวมทั้งสิ้น 17 แห่ง สามารถสร้างผลประหยัดรวมได้ประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 346 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี แต่ “คุณค่าที่แท้จริง” ของโครงการนี้ไม่ได้วัดกันที่หน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ แต่คือ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 

ที่สำคัญกว่านั้น เงินที่ประหยัดได้ไม่ได้หายไปไหน แต่ว่าถูกเปลี่ยนเป็นโอกาสในการพัฒนาบริการสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับโรงพยาบาล การมีไฟฟ้าที่มั่นคงทำให้โรงพยาบาลพนมสามารถยกระดับการรักษาพยาบาล ขยายงานบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นอื่นๆ เช่น แผนสร้างห้อง CT Scan ในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงตัวจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขณะเดียวกันก็ยังสามารถนำเงินไปจัดซื้อครุภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องมือตรวจจอประสาทตา เพื่อตรวจภาวะเบาหวานขึ้นตาและอุปกรณ์สำหรับหน่วยล้างไต เพื่อให้บริการคนในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงได้วางแผนขยายงานดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) งานทันตกรรม และงานอุบัติเหตุฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับสถานศึกษา เงินที่ประหยัดได้ถูกนำไปยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนจัดซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารกลางวันที่มีคุณภาพสำหรับนักเรียน รวมถึงการจัดซื้อเครื่องทำน้ำแข็ง ตู้เย็น และเครื่องกรองน้ำ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลโดยตรง

ไทยออยล์ และก้าวต่อไป ที่ไม่หยุดยั้งเพื่อสังคมไทย

ยิ่งไปกว่านั้น ไทยออยล์ไม่ได้แค่ ติดตั้งระบบแล้วจากไป แต่มุ่งสร้างความยั่งยืนด้วยมือของชุมชน ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ และจัดอบรมให้บุคลากรในพื้นที่ให้สามารถดูแลและใช้งานระบบได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง ถือเป็นการสร้างพลังแห่งการพึ่งพาตนเองในชุมชน เพื่อให้แสงสว่างแห่งพลังงานนี้สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้หลักคิดที่กลุ่มไทยออยไล์เชื่อมั่นเสมอว่า “พลังงานทางเลือกคือรากฐานของความยั่งยืน”

ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ขับเคลื่อน โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับหน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ "Sustainable Energy for Healthcare & Education" ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความตั้งใจอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ การใช้ความรู้ที่มี เพื่อสร้างโอกาสให้สังคม โดยไทยออยล์จะยังคงทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง และเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำคัญของ “พลังงาน” ว่าไม่เพียงแต่หมายถึงการผลิตไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการจุดประกายความหวัง สร้างโอกาส และการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง