background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ไต้หวัน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน

ไต้หวัน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน

"ไต้หวัน" ปักธง “ไทย” พื้นที่แห่งโอกาสการค้าและการลงทุน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน

Taiwan Expo ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ภายใต้นโยบายมุ่งใต้ใหม่ (New Southbound) ของ รัฐบาลไต้หวัน เพื่อหวังเป็นสะพานเชื่อมในด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งได้มีการจัดขึ้นในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้ชื่องาน “Taiwan Expo 2022” มหกรรมสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากไต้หวันที่ใหญ่ที่สุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม -  4 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โดย ดร.จวง ซั่ว ฮั่น ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงภาพรวมการจัดงานและแนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนไต้หวันที่มีต่อประเทศไทย

ดร.จวง ซั่ว ฮั่น กล่าวว่า งาน Taiwan Expo 2022 จัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid Event ผสานออนไลน์เข้ากับออฟไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการชาวไทยสามารถเข้าถึงสินค้าและนวัตกรรมจากไต้หวันได้อย่างครอบคลุม ช่วยส่งเสริมการค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ หรือ B2B โดยหวังว่าสินค้าและนวัตกรรมของ ไต้หวัน จะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชาวไทย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนการค้าและการลงทุน นำไปสู่การผลักดันความร่วมมือทางธุรกิจในระดับนานาชาติ ซึ่งการจัดงาน Taiwan Expo ในปี 2564 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยมีจำนวนการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 284 คู่ค้า และมีผู้จัดซื้อภายในงานกว่า 118 ราย จึงเชื่อว่าการจัดงาน Taiwan Expo 2022 จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเช่นกัน ด้วยจำนวนผู้ร่วมชมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และคาดว่าจะสร้างการเติบโตทางด้านมูลค่า 30% เมื่อเทียบกับการจัดงานในปี 2564 ที่จัดในรูปแบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว 

ไต้หวัน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน

สำหรับนวัตกรรมและสินค้าที่นำมาเข้าร่วมในงาน Taiwan Expo 2022 จะต้องได้รับตราสัญลักษณ์ Taiwan Excellence ซึ่งแสดงถึงการเป็นผลิตภัณฑ์สุดยอดของ ไต้หวัน ที่มีความคิดสร้างสรรค์และผ่านเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งเมื่อขยายสู่ตลาดไทยจะมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยด้วย โดยมีสินค้าที่ครอบคลุมจากผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มการแพทย์อัจฉริยะ (Smart Medical), กลุ่มการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing), กลุ่มการลดการผลิตก๊าซคาร์บอน (Low Carbon Economy), กลุ่มไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) และกลุ่มวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว (Culture & Tourism) โดยเป็นร่วมในรูปแบบออนไลน์จำนวน 240 ราย และเข้าร่วมในงานหรือออนไซต์จำนวน 46 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมในรูปแบบออนไลน์จำนวน 170 ราย โดยนวัตกรรมและสินค้าที่นำมาโชว์เคสในปีนี้จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีการผลิตอัจฉริยะ สมาร์ทแมนูแฟคตอริ่ง โดยเฉพาะอุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตนอกบ้าน  

“ผลสำเร็จจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นสนใจเข้าร่วมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจมากขึ้น ประกอบกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองเห็นโอกาสทางการทำธุรกิจ ซึ่งไต้หวันมีแผนดำเนินการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงาน Taiwan Expo ด้วยการจัดงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งเทรดโชว์ และพานักลงทุนไปร่วมเจรจาการค้าที่ไต้หวัน โดยหากนักลงทุนสนใจสั่งซื้อสินค้า ก็จะพาไปเยี่ยมชมโรงงานให้ได้เห็นกระบวนการการผลิต เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิตในโรงงาน”

ไต้หวัน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน

ผู้แทนรัฐบาลไต้หวันประจำประเทศไทย กล่าวว่า มูลค่าการค้าระหว่างไต้หวันและไทยเติบโตอยู่ในจุดที่ค่อนข้างสมดุลและมีความยั่งยืน โดยในปี 2564 ไต้หวัน ส่งออกสินค้ามาไทยมีมูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 32% ซึ่งสินค้าที่ส่งออกสูงสุด ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ รองลงมาเป็นอะไหล่รถยนต์ เครื่องจักรสำหรับการผลิต เซมิคอนดัคเตอร์ รวมถึงแผ่นโลหะและแผ่นเหล็ก ส่วนสินค้าไทยส่งออกไปไต้หวันมีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 31% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนที่ชาวไต้หวันชื่นชอบ ยกให้เป็นราชาแห่งผลไม้ (King of fruits) 

ขณะที่ทางด้านการลงทุนตั้งแต่เดือน มกราคม - มิถุนายน 2565 ไต้หวันกลายเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งในไทย ด้วยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังมีนักลงทุนอีกจำนวนไม่น้อยที่เตรียมปรับแผนธุรกิจใหม่หันมาลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากเห็นโอกาสของไทยที่เป็นประเทศแห่งอนาคต โดยมีจุดเด่นหลากหลายด้าน อาทิ เรื่องวัฒนธรรม อาหาร มีความเป็นประชาธิปไตย การเมืองค่อนข้างนิ่ง มีกฎเกณฑ์ทางการค้าที่เสรี การดำเนินนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model และประเทศไทย 4.0 รวมถึงการผลักดันระเบียงเศรษฐกิจ EEC

“ประเทศไทยเป็นแหล่งแห่งโอกาสและการลงทุน ถือเป็นดาวดวงใหม่ของอาเซียน จากการที่มีห่วงโซ่อุปทานครบถ้วน โดยนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 สอดคล้องกับนักลงทุนไต้หวันที่เน้นอุตสาหกรรมทางด้านเทคโนโลยี ในฐานะเป็นผู้ผลิตชั้นนำทางด้านเซมิคอนดัคเตอร์ อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก ทำให้เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าในอุตสาหกรรมไฮเทคต่างๆ ไต้หวัน และ ไทย สามารถจับมือกัน เพื่อทำให้ไทยเป็นผู้นำการผลิตสินค้าเทคโนโลยีของภูมิภาคอาเซียน ในยุคศตวรรษที่ 20 จากที่ไทยเป็นครัวของโลกอยู่แล้ว โดยปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มที่นักลงทุนเบนเข็มมาลงทุนในไทยมากขึ้น นับเป็นช่วงเวลาทองของไทย” ดร.จวง ซั่ว ฮั่น กล่าวสรุป
ไต้หวัน ชู Taiwan Expo เชื่อมความร่วมมือ สู่ผู้นำการผลิตสินค้าไฮเทคของอาเซียน