การสร้างวัฒนธรรมการมีด้านการศึกษา3ภาคส่วนหลัก ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคมและ33 องค์กรภาคเอกชนสู่การสร้างเด็กดี-เด็กเก่ง ของประเทศอย่างยั่งยืน
“ประวัติศาสตร์ ปฏิรูปการศึกษา และปาฏิหาริย์” เป็น 3 คำกล่าวของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี CONNEXT ED ซึ่งเป็นการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษาของ 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และ 33 องค์กรภาคเอกชน เพื่อร่วมยกระดับการศึกษาไทย สู่การสร้างเด็กดี-เด็กเก่ง ของประเทศอย่างยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นของการรวมตัว 12 องค์กรเอกชนชั้นนำ และต่อมาขยายเครือข่ายพันธมิตรใหม่อีก 21 องค์กร รวมเป็น 33 องค์กรในปัจจุบัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐ และภาคประชาสังคม ตามแนวทางยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วม 4,781 แห่ง ทั่วประเทศ และมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการถึง 1,047,660 คน ซึ่งภาคเอกชนได้สนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 3,153 ล้านบาท ครอบคลุม 77 จังหวัด และด้วยความร่วมมือที่เข้มแข็ง ได้เห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยปีที่ผ่านมา ผลคะแนน O-NET ของนักเรียนโรงเรียนประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการสูงขึ้น 9.85% เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2560 และถือว่าสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศอีกด้วย
ทั้งนี้ หนึ่งในพลังที่มีส่วนสำคัญซึ่งเป็นตัวเชื่อมโยงกับผู้บริหารและครูในโรงเรียนประชารัฐ คือ ผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner ซึ่งเป็นบุคลากรจิตอาสาจากแต่ละองค์กร ซึ่งล่าสุด คณะทำงานโครงการฯ ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน ประจำปี 2562 (CONNEXT ED WORKSHOP 2019) ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมแก่เหล่าผู้นำรุ่นใหม่ จำนวนกว่า 900 คน ที่จะลงพื้นที่ปฏิบัติงานและร่วมผลักดันยุทธศาสตร์การดำเนินงานไปสู่โรงเรียนประชารัฐทั่วประเทศตลอด 1 ปีการศึกษานี้
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวเปิดงานอบรมฯ ด้วยการขอบคุณทุกองค์กรที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนการศึกษาไทย ซึ่งโครงการนี้ ได้ดำเนินการมาก่อนตนเองรับตำแหน่ง ดังนั้น เมื่อมารับหน้าที่ตรงนี้ จึงมาเชื่อมต่อสิ่งดีๆ ที่เกิดแล้วให้ดำเนินต่อไป และในขณะเดียวกัน ก็จะขยายผลและแก้ไขเรื่องต่างๆ เพื่อให้การทำงานระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชนมีความรวดเร็วและเกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้ ก่อให้เกิดคำสำคัญ 3 คำ คือ ประวัติศาสตร์ ปฏิรูปการศึกษา และปาฏิหาริย์ ตอนนี้ทุกคน กำลังร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการปฏิรูปการศึกษาไทย และทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริงในการแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาได้ในระยะเวลาไม่นาน แม้ภาครัฐจะเข้มแข็งขนาดไหน แต่ภาคเอกชนยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือด้านการศึกษา ขณะนี้ศธ.กำลังผลักดันทั้งเรื่องภาษาอังกฤษ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่ให้เด็กท่องจำเพียงอย่างเดียว ซึ่งศธ.ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นายณัฏฐพล กล่าว
ด้านนายศุภชัย เจียรวรนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน กล่าวว่า “หากลองนึกภาพ ทำอย่างไรที่จะสามารถปรับเปลี่ยนสังคมไทยในอนาคต 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า ให้เป็นสังคมที่เข้มแข็ง อุดมปัญญา มีการสร้างนวัตกรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ต้องเริ่มที่โรงเรียน การศึกษา ขอขอบคุณท่านนายก รมว.ศธ.ที่ให้ความสำคัญกับโครงการนี้อย่างมาก ลงพื้นที่ติดตามดูด้วยตนเอง ร่วมการประชุม สนับสนุนโครงการเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ CEO ทุกท่านที่เข้าร่วมโครงการ ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลักดันให้ผู้นำรุ่นใหม่ หรือ School Partner มีกำลังใจ รวมถึงภาคประชาสังคม โรงเรียนต้นแบบ นักวิชาการ นักพัฒนาการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้สามารถแบ่งปันและขยายองค์ความรู้ออกไปให้ได้มากที่สุด ความเข้มแข็งของ 3 ภาคส่วน เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ด้านการศึกษาอย่างยั่งยืน เรามีหัวใจเดียวกัน คือ อยากขับเคลื่อนสังคมไทยให้ลูกหลานมีอนาคตที่ดี มีความสุขและความเป็นอยู่ที่ดี” นายศุภชัย กล่าวสรุป
โครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED กำลังเข้าสู่ระยะที่ 3 (2562-2563) โดยมีแผนงานจัดทำโครงการสมุดพกดิจิทัล ระบบการบริจาคออนไลน์ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED และขยายโอกาสความร่วมมือไปยังองค์กรเอกชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
น.ส.จุฑามาศ เอียดแก้ว ผู้นำรุ่นใหม่จาก บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ตนรับผิดชอบพื้นที่ในภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี มองว่าเป็นโครงการที่ดี มีโอกาสทำงานร่วมกับผอ. ครู หารือถึงสภาพปัญหาและร่วมกันแก้ไขเพื่อพัฒนาโรงเรียน ช่วยเหลือเด็กนักเรียน รวมถึงชุมชนด้วย ซึ่งตนเองทำหน้าที่เชื่อมต่อกับโรงเรียนในการเขียนโครงการ แผนการสอนต่างๆ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กๆ ทั้งด้านการใช้ชีวิต การอยู่ร่วมในสังคม ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เยาวชน”
“ครูและผอ.แต่ละโรงเรียน ยินดีมากที่ภาคเอกชนเข้าไปช่วยสนับสนุนทั้งด้านการเรียนการสอน เทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาชีวิตในด้านต่างๆ มีการสร้างอาชีพให้นักเรียนและครอบครัว ซึ่งทุกครั้งที่ลงพื้นที่ ตนเองได้เห็นถึงพัฒนาการของเด็กๆ และเห็นได้ชัดเจนว่าโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น สิ่งที่อยากเห็นมากขึ้น คือ การช่วยเหลือไปถึงด้านสาธารณสุข มีหน่วยงานทางการแพทย์มาดูแลให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนของเด็กๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” น.ส.จุฑามาศ กล่าว
การศึกษา ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ความเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้จริงด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งวันนี้ โครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี CONNEXT ED ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้พัฒนาและเกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ สำหรับองค์กรที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะทำงานสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED โทร. 02-069-2101 ต่อ 1003-1004 หรืออีเมล : [email protected]
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่:
สายงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์การตลาด กลุ่มทรู
อีเมล [email protected]
ชนกพิมพ์ สุริยจันทร์ โทร. 02-858-2774 / 081-859-5686
อีเมล [email protected]
ฐาปนี นันทวิสัย โทร. 02-254-1315 / 091-7904-519
อีเมล [email protected]
กลุ่มทรู มุ่งมั่นปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทยในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด โดยมีนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นหลักปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truecorp.co.th





