BITKUB ผนึกกำลัง RAPIDZ ให้บริการชำระสินค้าและบริการด้วย Cryptocurrency และบริการเปลี่ยนการรับชำระเป็น Fiat
BITKUB และ RAPIDZ ลงนามความร่วมมือขยายฐาน Ecosystem รับชำระสินค้าและบริการด้วย cryptocurrency และให้บริการเลือกรับชำระเป็นเงินบาท
การลงนาม MOU ในครั้งนี้เกิดขึ้นกับใน วันที่ 24 เมษายน 2562 ที ออฟฟิส แรพิดซ์ ประเทศไทย เมเจอร์รัชโยธินชั้น 3 โดยนาย สกลกรย์ สระกวี ตำแหน่ง CEO บริษัท บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี จํากัดและ นาย วิศรา โชคดีทวีอนันต์ ตำแหน่ง Managing Director บริษัท แรพิดซ์ ประเทศไทย จำกัด
RAPIDZ
RAPIDZ ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิตัลที่สามารถรับชำระซื้อขายสินค้าและบริการด้วย cryptocurrency ในสกุลเงินเช่น Bitcoin, Bitcoin Cash, Ethereum, และ Litecoin ผ่านทาง Application บนมือถือของผู้ใช้ และ Rapidz POS ที่ร้านค้าใช้เพื่อรับ Crypto สกุลต่างๆด้วยเทคโนโลยี Blockchain ที่มีความรวดเร็วและปลอดภัยสูง
และเมื่อไม่นานมานี้ ทาง Rapidz ในประเทศไต้หวัน ได้มีการจับมือกับทาง Bittoexchange เพื่อเป็นตัวกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการโดยการเปลี่ยน cryptoasset ให้เป็นเงินดอลลาร์ไต้หวันให้กับร้านค้าที่เข้าร่วม
ในประเทศไทยได้มีการร่วมมือกันระหว่าง RAPIDZ และ BITKUB โดยมีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่มี cryptoasset ได้สามารถใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
โดยก่อนหน้านี้ร้านค้าที่เข้าร่วมรับชำระสินค้าและบริการด้วย cryptocurrency กับทาง Rapidzนั้น ต้องแบกรับภาระกับความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน และมูลค่าที่ไม่คงที่จากการรับเป็น cryptocurrency ส่งผลถึงการคำนวนต้นทุน และความยุ่งยากกับการจัดการภาษี Rapidz จึงได้มีการผนึกกำลังกับ BITKUB เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับชำระสินค้าให้เป็นเงินบาท ในมูลค่าคงที่ เพื่อแก้ปัญหาที่ได้กล่าวมา และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเพิ่มจำนวนร้านค้าที่จะมาเข้าร่วมใน crypto ecosystem ของ RAPIDZ และสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานให้กับ BITKUB อีกด้วย
BITKUB.COM
ก่อตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 Bitkub.com พร้อมให้บริการเป็นตัวกลางการซื้อขาย Cryptocurrency และสินทรัพย์ดิจิตอลรุ่นใหม่ที่ให้บริการแลกเปลี่ยน เหรียญดิจิทัลคุณภาพให้แก่ผู้มีความประสงค์จะซื้อขายและจัดเก็บ สินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆไว้บนระบบ
Bitkub ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระทรวงการคลัง และได้รับอนุญาตจาก กลต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission : SEC) แห่งประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา









