‘การศึกษาหาความรู้นั้น เป็น หน้าที่จำเป็นสำหรับมุสลิม ทุกคน’ (บันทึกโดย อิบนุมาญะฮฺ :224 ดูญามิอุศเศาะฆีร ของสุญูตียฺ :5266 ดูเศาะฮีฮุลญามิอฺของ อัลบานียฺ :3914) หลักคิดหนึ่งของศาสนาอิสลามที่ถูก นำไปสู่การปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายนั้น “ความรู้” ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงไม่แต่เฉพาะภายในตัว ของผู้ศรัทธาเอง หากยังหมายถึงผู้คน รอบข้าง ชุมชน และสังคมด้วย การหลอมรวมเอาวิถีวัฒนธรรม และความเชื่อมาประสานเข้ากับความ เปลี่ยนแปลงของสังคมได้กลายเป็นหนึ่งใน อัตลักษณ์สำคัญและกุญแจสู่ความสำเร็จ ของชาว ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ในการ ส่งเสริมสุขภาวะชุมชนอีกทั้งยังสามารถ ยกระดับตัวเองจากตำบลเล็กๆ ให้กลายเป็น ศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาสุขภาพวะชุมชน ให้กับพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่างกว่า 120 แห่งได้เป็นอย่างดี รูปธรรมที่เห็นชัดเจนที่สุดของชุมชนที่ สามารถนำหลักความเชื่อมาเชื่อมโยงกับ วีถีชีวิตก็คือ กระบวนการที่รู้จักกันในชื่อของ “มัสยิดครบวงจร” ที่มัสยิดดาหรนอาหมัน ศูนย์รวมจิตใจของเหล่ามุสลิมที่นี่ มัสยิดดาหรนอาหมันได้เข้าร่วม โครงการกับมูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทยใน ปี 2560 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนัก สนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต มุสลิมไทยกับแนวทางการบริหารจัดการของ มัสยิดที่มีอยู่ ที่นี่ เริ่มจากการสร้างสิ่งแวดล้อม ให้เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทาง สุขภาพและสังคม เช่น กำหนดให้มัสยิดเป็น พื้นที่ปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์สอดแทรก องค์ความรู้ทางสุขภาพ โดยเฉพาะโทษ ของบุหรี่ และยาสูบชนิดต่างๆ ผนวกกับ หลักคำสอนทางศาสนา หรือ “คุฎบะฮฺ” ต้านยาสูบเป็นเครื่องมือสื่อสารผ่านการ เทศนาประจำวันศุกร์ สร้างพลังจิตอาสาเพื่อขยายผลต่อ ชุมชนโดยใช้กระบวนการอาสาสมัครรักษา ความสะอาดมัสยิดเป็นกิจกรรมนำร่องจนนำ ไปสู่การต่อยอดผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น การรณรงค์ลด ละ เลิกบุหรี่ โดยใช้ มัสยิดเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ชาวบ้านเลิก สูบบุหรี่ ภายใต้คำขวัญ “กรุณาให้เกียรติ บ้านของอัลลอฮฺด้วยการไม่สูบบุหรี่และ ใบจาก” พร้อมให้ความรู้ด้านสุขภาพ และ โทษของบุหรี่ผนวกเข้ากับการเทศนา รวมถึง หลักคำสอนทางศาสนา เพื่อสร้างความ ตระหนักถึงพิษภัยจากการสูบบุหรี่ อันตราย จากควันบุหรี่มือสองและขอความร่วมมือ จากชาวชุมชนในการร่วมดำเนินกิจกรรม จนสามารถขับเคลื่อนให้มัสยิดเป็น เขตปลอดบุหรี่อย่างจริงจัง และต่อยอด ขยายผลไปยังมัสยิดใกล้เคียงเข้าร่วม โครงการด้วย การบริหารซะกาตชุมชนตามหลักการ ศาสนาอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือผู้มี สิทธิรับซะกาต 8 ประเภท รวมถึงการจัดตั้ง กองทุนอื่นๆ เพื่อให้เกิดการส่งเสริมอาชีพ ขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษา และ การมีสุขภาวะที่ดี โดยผ่านกระบวนการจัด กิจกรรมการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ ผ่านคุฎบะฮฺวันศุกร์ นำไปสู่การจัดการ จัดเก็บซะกาตในชุมชนอย่างเป็นระบบ ให้การช่วยเหลือพี่น้องในชุมชนอย่าง เท่าเทียม การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และความสะอาด ตาม แนวทางสุขาภิบาลที่เหมาะสมรวมถึงสร้าง ให้เป็นพื้นที่สำหรับคนทุกเพศทุกวัย เช่น การปรับปรุงห้องน้ำสำหรับผู้สูงอายุและ ผู้พิการตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน การจัดมุมให้ความรู้ด้านสุขภาวะที่เข้าถึง ได้ง่าย รองรับทุกกิจกรรมการดำเนินงาน ของมัสยิด รวมไปถึงการจัดทำ “โครงการ ขยะมีบุญ” โครงการที่ชวนชาวบ้านในชุมชน oeขยะมาบริจาคเพื่อให้มัสยิดนำไปขาย เกิดรายได้เข้ามัสยิดและนำรายได้นั้น มาพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆการส่งเสริมการศึกษาทุกช่วงวัย เช่น มีการเรียนการสอนศาสนาสำหรับเยาวชน ในวันเสาร์-อาทิตย์ซึ่งมีอิหม่าม คณะกรรม มัสยิด และผู้รู้ในชุมชนเป็นผู้สอน รวมทั้ง การส่งเสริมเด็กและเยาวชนร่วมทำกิจกรรม ในชุมชนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้นอก ห้องเรียนด้วยการปฏิบัติจริง นอกจากนั้น จัดให้มีการเรียนการสอนศาสนาสำหรับ ผู้ใหญ่ ทุกวันอังคารและวันพุธหลัง ละหมาดมัฆริบ โดยโต๊ะครูที่มีความรู้ ในชุมชนโดยไม่มีค่าตอบแทน ธรรมนญู เสาะแม หรือ อิหม่ามรอซลู บอกว่า ตัวมัสยิดนั้น ทุกวันจะมีคนมา ละหมาดรวมกันประมาณ 80-90 คนต่อวัน อยู่แล้วนี่จึงถือเป็นพลังที่แข็งแรง และ มีส่วนสำคัญในการที่จะช่วยขับเคลื่อนและ พัฒนาชุมชนหากมีการสื่อสารออกไปแล้ว เขานำไปบอกต่อคนในชุมชน เขายอมรับว่า ชาวมุสลิมสูบบุหรี่กัน จำนวนมากเพราะคิดว่าไม่ผิดกฎศาสนา เนื่องจากผู้รู้สมัยโบราณบอกว่าเป็นเพียง ใบไม้เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่เป็นอันตราย ดังนั้น การสื่อสารเรื่องภัยสุขภาพจากบุหรี่ ต้องเริ่มสื่อสารจากกลุ่มผู้นำก่อน ก็คือ อิหม่ามและกรรมการมัสยิดต่างๆนอกจาก นั้น ยังอาศัยการคุตบะห์ในการสื่อสารว่า บุหรี่เป็นพิษภัยต่อสุขภาพ และรณรงค์ ชวนให้ชาวมุสลิมเลิกสูบบุหรี่ “หลักของศาสนาอิสลามแต่โบราณ คือ อะไรที่เป็นโทษต่อร่างกายสิ่งเหล่านั้น คือสิ่งที่ต้องห้าม เราก็พยายามสื่อสารให้เขา เห็นว่า บุหรี่นั้นมีโทษต่อสุขภาพจริงๆและ ควรจะเลิกรายงานทาง ก็มีชัดเจนแต่ก็ไม่ได้เป็นการสื่อสารว่าต้องเลิกสูบแล้วจะทำผิดตกนรกก็อาศัย จิตวิทยาในการสื่อสารให้เขาเข้าใจมากกว่า จะไปบังคับ และทำให้เห็นเองด้วยจึงจะ ได้ผล”ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการกองทุน สสส.สัญจร ณ ห้องประชมุสำนักงานอธิการบดีมหาวทิยาลัย สงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาผลการดำเนินงานและ แผนยุทธศาสตร์ประชากรกลุ่มเฉพาะ ซื่ง จากการสำรวจพฤตกิรรมสขุภาพ การบรโภค ยาสูบในมุสลิมไทย พบว่าอัตราการบริโภค ยาสูบและค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคยาสูบ สูงถึงปีละ 1,272 บาทต่อครัวเรือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยประชากรทั่วไปร้อยละ 15 หรือปีละ 1,092 บาท ต่อครัวเรือน โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบใน พื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ปี 2558 พบว่า มีผู้บริโภคยาสูบร้อยละ 27.6 ถือเป็นอัตราสูง และมีผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้านร้อยละ 43.7 อีกทั้งยังพบว่าคุณภาพชีวิตของ มุสลิมไทยในหลายดัชนีชี้วัดยังด้อยกว่า ประชากรทั่วไป เช่น ความเสี่ยงต่อภาวะ เกิดโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 9.9 ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศที่ร้อยละ 9.1 ฐานะทางเศรษฐกิจระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ประมาณครึ่งหนึ่งของมุสลิมไทยอาศัยอยู่ ล้วนส่งผลต่อโอกาสในการศึกษาและ การมีสุขภาวะที่ดีการแพทย์ การดำเนินงานมัสยิดครบวงจร เป็น กลไกสำคัญในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การสนับสนุน ให้เกิดมัสยิดปลอดบุหรี่นอกจากจะช่วยลด จำนวนผู้สูบแล้ว ยังสร้างให้เกิดมาตรการ ทางชุมชนด้วย สุริยา ยีขุน นายเทศมนตรีตำบลปริก ระบุว่า กลไกมัสยิด ซึ่งเป็นศาสนสถานนั้น ถือเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชนที่ มีประสิทธิภาพเพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคน สามารถมาขอโทษซึ่งกันและกัน และใช้เป็น พื้นที่ในการสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจร่วมกัน อย่างเรื่องขยะก็ทำให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญว่าขยะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่ และสร้างรายได้ได้ เช่น ขยะอินทรีย์นำไป ทำปุ๋ย ขยะบางอย่างรีไซเคิลได้ และพัฒนา จนเป็นขยะมีบุญ โดยรวบรวมนำมาขาย ที่มัสยิดและเป็นเงินกองทุนนำมาพัฒนา มัสยิด หรือการสื่อสารเรื่องบุหรี่เป็นสิ่งที่ ควรละเว้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า หลักคิด ทางศาสนานั้นถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แต่สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการ เปลี่ยนแปลงชุมชนนั้น ก็ต้องมาจากผู้คนใน ชุมชนที่มองเห็นร่วมกันเองด้วย เพราะความเปลี่ยนแปลงในบ้านย่อม ต้องเริ่มจาก 2 มือของเรานั่นเอง





