วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ดฯ จับมือพันธมิตร เพิ่มสิทธิประโยชน์

ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ดฯ จับมือพันธมิตร เพิ่มสิทธิประโยชน์

ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ดฯ จับมือพันธมิตร เพิ่มสิทธิประโยชน์ ชูแอดเวนเจอร์โปรแกรม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มครอบครัวไฮเอ็นด์

บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้ดำเนินงานโครงการบัตรเอกสิทธิ์พิเศษ “ไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด” เดินหน้าขยายฐานสมาชิกกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพระดับสูง และสมาชิกกลุ่มครอบครัว จับมือพันธมิตร ขยายสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกกลุ่มครอบครัวไฮเอ็นด์ สำหรับผู้ถือบัตร อีลิท อูทิเมท พริวิเลจ (Elite Ultimate Privilege)” และ “อีลิท แฟมิลี่ พรีเมี่ยม (Elite Family Premium)” ด้วยโปรแกรม Adventure Thailand ประเดิมกับกิจกรรมเดย์ไลฟ์ ขี่ม้า พัฒนาบุคลิกภาพ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมาชิกคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ร่วมกันในครอบครัวนอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ทางด้านวีซ่าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าออก และการอยู่อาศัยในประเทศไทย และพริวิเลจทางด้านสิทธิประโยชน์ภาคธุรกิจและบริการต่างๆจากเครือพันธมิตรเดิม ทั้ง บริการรถรับส่งสนามบิน สิทธิประโยชน์ด้านสันทนาการ (Relaxation) ด้านกีฬา และด้านสุขภาพ เป็นต้น

นางสาวรัชดาวรรณ  เลิศศิลาทอง รองผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารและกิจการองค์กร และรักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ผู้บริหารจัดการโครงการบัตรเอกสิทธิ์พิเศษ “ไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด” เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯได้เพิ่มประเภทบัตรไทยแลนด์ อีลิทคาร์ด ให้มีความหลากหลายทั้งด้านราคาและสิทธิประโยชน์ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2017 ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีบัตรทั้งหมด 7 ประเภท มีราคาตั้งแต่ 5 แสนบาท – 2 ล้านบาท ช่วยให้บริษัทฯสามารถขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่รักเมืองไทย ต้องการอยู่อาศัยและลงทุนในประเทศไทย  รวมถึงลูกค้ากลุ่มที่มาเป็นครอบครัว ซึ่งพบว่า ลูกค้ากลุ่มครอบครัวมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นมากในระยะหลัง  ดังนั้น บริษัทฯจึงได้เพิ่มพริวิเลจด้านสิทธิประโยชน์ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น โดยพบว่าเป็นกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่มีความชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งและกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์

ล่าสุดบริษัทฯจึงได้ร่วมกับพันธมิตรในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางด้านโปรแกรม Adventure สำหรับผู้ถือบัตรประเภท“อีลิท อูทิเมท พริวิเลจ (Elite Ultimate Privilege)” และ “อีลิท แฟมิลี่ พรีเมี่ยม (Elite Family Premium)” ซึ่งเป็นแพคเกจที่พ่วงกันสำหรับบุคคลในครอบครัว โดยจะได้รับทางเลือกด้านสิทธิประโยชน์มากขึ้นด้วยโปรแกรม Adventure Thailand กับคอร์สเรียนขี่ม้าจากโรงเรียนสอนขี่ม้ามาตรฐานสากลในเครือพันธมิตร  นอกเหนือจากพริวิเลจต่างๆ ทางด้านอาหาร สันทนาการ (Relaxation)  และด้านสุขภาพ เช่น การสอนทำอาหารไทย การสอนกอล์ฟ  และบริการตรวจสุขภาพ เป็นต้น

     ทั้งนี้ สมาชิกผู้ถือบัตรทั้งสองประเภทสามารถติดต่อขอรับสิทธิประโยชน์ด้าน Adventure โปรแกรมนี้ได้จากเครือพันธมิตร ได้แก่  Golden Horse Riding Club และ Horseshoes Point เป็นต้น โดยคุณอัญนา ผู้จัดการ Golden Horse Riding Club หนึ่งในเครือพันธมิตร เปิดเผยว่า Golden Horse Riding Club ตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเทพกรีฑา เป็นโรงเรียนสอนขี่ม้ามาตรฐานสากล ให้บริการทั้งการสอนขี่ม้า และคาเฟ่ม้า สำหรับเด็กตั้งแต่อายุ  3 ขวบ ไปจนถึงผู้ใหญ่ที่สนใจในเรื่องม้า  ที่สอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ไปจนถึงนักกีฬาระดับทีมชาติ  ซึ่งการเรียนขี่ม้ามีให้เลือกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเพื่อไปแข่งขัน เรียนแบบคาวบอย หรือเรียนเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ ผู้ที่จะมาเรียนขี่ม้าที่นี่จะได้รับบทเรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล โดยมีครูสอนที่ผ่านการฝึกอบรม มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จากการแข่งและการสอนสูง

     “นอกจากเรียนขี่ม้า จะ ฝึกวิธีการสื่อสารกับม้าแล้ว ยังได้ ฝึกสมาธิ และออกกำลังกายไปในตัวด้วย ซึ่งผลพลอยได้จากการเรียนขี่ม้าก็คือได้พัฒนาบุคลิกภาพ ที่มาพร้อมกับสรีระที่สวยงาม นอกจากนี้ทางโรงเรียนเรายังจัดกิจกรรมนอกสถานที่ตามป่าหรือสถานที่ต่างๆ ที่ทางโรงเรียนได้ทำการสำรวจเส้นทางเพื่อความปลอดภัยไว้ด้วย เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและความสนุกสนานให้กับผู้เรียน จึงอยากเชิญชวนให้สมาชิกบัตรไทยแลนด์ อีลิท คาร์ด มาเรียนขี่ม้ากับ Golden Horse Riding Club กันเยอะๆนะคะ โดยผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ทางwww.goldenhorseridingclub.com” คุณอัญนา กล่าว

     ปัจจุบันยอดสมาชิกของไทยแลนด์ อีลิทคาร์ดฯ นับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2546 จนถึง 12 ตุลาคม 2561 มียอดสมาชิกรวมทั้งสิ้น 6,592 คน มีบัตรทั้งสิ้น 7  ประเภท มีความหลากหลายทั้งด้านราคาและสิทธิประโยชน์ โดยมีราคาตั้งแต่ 5 แสน – 2 ล้านบาท ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่

1.) บัตร “อีลิท อูทิเมท พริวิเลจ (Elite Ultimate privilege)” หรือแพคเกจหลัก ราคา 2 ล้านบาท อายุบัตร 20 ปี มาพร้อมสิทธิประโยชน์แบบเต็มรูปแบบ เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยในระยะยาว 2.) บัตร “อีลิท แฟมิลี่ พรีเมี่ยม (Elite Family Premium)” จะเป็นแพคเกจที่พ่วงกับ “อีลิท อูทิเมท พริวิเลจ” สำหรับบุคคลในครอบครัว ในราคา 1 ล้านบาท โดยอายุบัตรขึ้นอยู่กับบัตรหลัก 3.) บัตร “อีลิท อีซี่ แอสเซส ( Elite Easy Access)” ราคา 5 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี สำหรับการเข้าออกในประเทศไทยระยะสั้น สำหรับท่านที่เดินทางคนเดียว และสามารถอัพเกรดเป็นแพคเกจหลักได้ 4.) บัตร“อีลิท แฟมิลี เอ็กซ์เคอร์ชั่น (Elite Family Excursion)” ราคา 8 แสนบาท อายุบัตร 5 ปี เพื่อการเข้าออกในประเทศไทยระยะสั้น เหมาะกับกลุ่มครอบครัวโดยเฉพาะ ด้วยราคาพิเศษสำหรับ 2 ท่านเป็นต้นไป 5.) บัตร “อีลิท แฟมิลี่ อัลเทอร์เนทีฟ (Elite Family Alternative)” ราคา 8 แสนบาท อายุ 10 ปี เป็นบัตรที่เหมาะทั้งมาเดี่ยวและมาเป็นครอบครัว ในการพำนักระยะยาว เหมาะกับผู้อยู่อาศัยระยะยาว ไม่ว่าจะทำงาน หรือพักผ่อน 6.) บัตร “อีลิท พริวิเลจแอคเซส (Elite Privilege Access)” ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 10 ปี อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการอาศัยในประเทศไทยในระยะยาว ไม่ว่าจะมาเดี่ยวหรือมาเป็นครอบครัว และมีการเดินทางเข้าออกบ่อยครั้ง และ 7.) บัตร “อีลิทซูพีเรียริตี้เอ็กซ์เทนชั่น (Elite Superiority Extension)” ราคา 1 ล้านบาท อายุบัตร 20 ปี สำหรับผู้ต้องการอาศัยในประเทศไทยระยะยาวโดยไม่ต้องกังวลใจ เหมาะกับกลุ่มเกษียณอายุ หรือผู้ที่ต้องการพำนักในประเทศไทยในระยะยาว