กรมประมง...ปลุก “ช่อนแม่ลา” ตำนานปลาเมืองสิงห์ ดันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ปั้นผลผลิตสู่โครงการแปลงใหญ่ ปี’62
“ปลาช่อนแม่ลา” เป็นปลาที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสิงห์บุรีมาช้านาน ด้วยรสชาติของเนื้อปลาที่มีความอร่อยพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของลำน้ำแม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำน้อยซึ่งเป็นแหล่งอาศัยที่มีดินโคลนและมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ โดยลักษณะของปลาช่อนแม่ลาจะแตกต่างกับปลาช่อนอื่นทั่วไป คือ ลำตัวจะมีลักษณะอ้วน หัวหลิม หางกลม และครีบ
เป็นสีชมพู แต่ปัจจุบันปลาช่อนแม่ลาในธรรมชาติมีปริมาณลดน้อยลงมากจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม รวมทั้งมีปลาช่อนจากแหล่งอื่นถูกนำมาปล่อยปะปนอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนทำให้พันธุ์ดั้งเดิมหายไป
นายวินัย จั่นทับทิม ประมงจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวว่า กรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสิงห์บุรี ได้มีแนวทางในการเพาะขยายพันธุ์ปลาช่อนแม่ลาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งเพื่อการอนุรักษ์ให้สายพันธุ์ดั้งเดิมยังคงหลงเหลืออยู่ในลำน้ำแม่ลา รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ได้มีการเพาะเลี้ยงกันมากขึ้นเพื่อดันเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจประจำถิ่น เนื่องจากปลาช่อนแม่ลาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ จีไอ (Geographical indication) ของจังหวัดสิงห์บุรีด้วย
สำหรับในการเพาะพันธุ์เพื่อให้ได้ปลาช่อนแม่ลาสายพันธุ์แท้นั้น จะต้องมีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์มาฉีดฮอร์โมน จากนั้นจึงนำปลาที่ฉีดฮอร์โมนแล้วไปใส่ในถังพลาสติกเพื่อให้
พ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์วางไข่ จนกระทั่งเมื่อลูกปลาฟักออกเป็นตัวจึงทำการอนุบาลลูกปลาซึ่งขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยจะต้องปรับลักษณะนิสัยเพื่อให้ลูกปลายอมกินอาหารสำเร็จรูปเพื่อให้สามารถเลี้ยงได้ง่ายขึ้น โตไว มีอัตราการรอดตายสูง สุขภาพแข็งแรงเหมาะสำหรับนำไปเลี้ยงในบ่อต่อไป ซึ่งปัจจุบันทางสำนักงานประมงจังหวัดสิงห์บุรีได้ทำการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่บริเวณรอบริมน้ำแม่ลาหันมาเลี้ยงกันเพิ่มขึ้น เพื่อให้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมที่มีความเหมาะสม รองรับและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป ซึ่งขณะนี้เกษตรกรสามารถเลี้ยงจนประสบความสำเร็จได้แล้วหลายราย และมีการต่อยอดสินค้าโดยการแปรรูปผลิตภัณฑ์ส่งออกจำหน่ายทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างสมดุลทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางกรมฯ จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ในปีงบประมาณ 2562 นี้ เพื่อช่วยในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่า และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรในอนาคต
นายศุภสัณห์ ช่วยบุญ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าของธุรกิจเพาะเลี้ยงปลาช่อนแม่ลา “ป.แดน เกษตรฟาร์ม” เล่าว่า ตนได้ใช้เวลาว่างจากงานราชการมาทำฟาร์มเลี้ยงปลาช่อนแม่ลาสายพันธุ์แท้เป็นอาชีพเสริม มานานกว่า 4 ปี โดยเล็งเห็นว่า ปลาช่อนแม่ลาเป็นปลาของดีประจำจังหวัดสิงห์บุรี แต่ในท้องตลาดมีการนำปลาช่อนจากถิ่นอื่นมากล่าวอ้าง จนทำให้ปลาช่อนแม่ลาสายพันธุ์ดั้งเดิมถูกกลืนหายไป ตนจึงได้ไปติดต่อขอรับลูกพันธุ์จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสิงห์บุรีมาเลี้ยง โดยเริ่มจากบ่อเล็กๆ ก่อน ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 5 เดือน จึงทำการจับขายแต่ปรากฏว่าผลผลิตไม่เพียงพอ จึงได้ขยายบ่อเลี้ยงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด จนปัจจุบันมีบ่อเลี้ยงรวม 12 บ่อ พื้นที่การเลี้ยงรวม 7 ไร่ นอกจากนี้ ยังได้มีการแปรรูปผลผลิตเป็นปลาช่อนแดดเดียวซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวแบบครบวงจรส่งขายในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีพื้นที่ใกล้เคียงและขายผ่านโซเซียลมีเดีย ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
ด้านนางมลิวรรณ ทองเสม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านพัฒนาบ้านแม่ลา ตำบลบางกระบือ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เล่าว่า หลังว่างเว้นจากการทำนากลุ่มแม่บ้านซึ่งมีสมาชิกจำนวน 19 ราย จะนำปลาช่อนแม่ลาจากสมาชิกภายในกลุ่มมาทำการแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว โดยการผลิตได้เน้นในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานเป็นสำคัญ เนื่องจากมีการส่งจำหน่ายไปทั่วประเทศและยังส่งออกไปตลาดต่างประเทศด้วย
“ในอนาคตหากภาครัฐเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาช่อนแม่ลาในพื้นที่ได้รวมกลุ่มกันเพื่อบริหารจัดการอย่างครบวงจรเป็นแปลงใหญ่ก็จะสามารถพัฒนาชื่อเสียงของปลาช่อนแม่ลาให้อยู่คู่กับจังหวัดสิงห์บุรีต่อไป” นางมลิวรรณ กล่าว






