วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ไทยซิน’ ปูพรมอีเว้นท์สินค้าดังเกาหลี-ญี่ปุ่น

วันที่  9-12 สิงหาคมนี้ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั่วประเทศ ประเดิมงาน  Jakotha  Festival 2018 ก่อนบุกกัมพูชา-ลาว และเวียดนาม   

นายสุรไกร ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการ ไทยซิน กรุ๊ป ผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มคอสเมติกส์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีกล่าวว่า บริษัทฯจะขยายฐานตลาดสินค้านำเข้าจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น ด้วยการจัดงานกิจกรรมส่งเสริมการขายและแนะนำสินค้าในกลุ่มบริษัทฯให้ลูกค้าได้รับรู้มากยิ่งขึ้น  ซึ่งงานแรกเริ่มจัดวันที่  9-12 สิงหาคมนี้ ภายใต้ชื่องาน  Jakotha  Festival 2018  ณ ลานกิจกรรม ไทยซิน  สแควร์

สำหรับการจัดงานดังกล่าวจะมีกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าในหลาย ๆ รูปแบบ   ทั้งโปรโมชั่น  ลด แลก แจกแถมให้กับลูกค้าที่มาช็อปปิ้งเลือกซื้อได้อย่างเต็มที่ โดยมอบส่วนลดสูงถึง 80% พร้อมมีสินค้าในเครือกลุ่มพันธมิตร และคู่ค้าอีกหลายผลิตภัณฑ์เข้าร่วมสร้างความหลากหลายของสินค้าภายในงานอีกด้วย

“ปัจจุบันไทยซินกรุ๊ปมีบริษัทในเครือหลายธุรกิจด้วยกัน ทั้งอสังหาริมทรัพย์  ร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ในช่วงนี้เราจะมุ่งเน้นจัดกิจกรรมในส่วนของสินค้านำเข้าจากเกาหลีและญี่ปุ่น และหาพันธมิตรคู่ค้าทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท ไทยซิน อินดัสเทรียล มีโปรดักส์เกี่ยวกับเครื่องใช้ในครัวเรือน อาทิเช่น tiger  nikko  fliwnotev ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์ล้างจานเมจิกไบรท์  ส่วนบริษัท เอทีคอสเมติกส์  มีสินค้าที่จำหน่าย อาทิ  bellstar  บีเง็น  บิวตี้ลาโบ้  ครีมอีมูน บิวตี้สแควร์ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ สระผม ครีมนวดผม เครือLG ของเกาหลี เป็นต้น”

นายสุรไกร กล่าวอีกว่า หลังการจัดกิจกรรมในครั้งนี้  ยังวางแผนจัดงานต่อเนื่องอีกเดือนละครั้งไปจนถึงสิ้นปี  โดยใช้พื้นที่ของเครือไทยซินกรุ๊ป ซึ่งอยู่ในทำเลต่างๆ อาทิ หัวลำโพง,ถ.ปู่เจ้าฯ และบางปู เป็นสถานที่จัดงานครั้งต่อไป ส่วนในปี 2562 บริษัทมีแผนขยายการจัดงานไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ โคราช ฯลฯ

ในส่วนของแผนการขยายธุรกิจในต่างประเทศนายสุรไกรกล่าว่า จะขยายตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยการเข้าไปร่วมลงทุนเปิดสาขาในแต่ละประเทศ จากเดิมเป็นเพียงส่งสินค้าไปจำหน่ายเท่านั้น  โดยเร็ว ๆ นี้ บริษัทฯจะเข้าไปร่วมลงทุนเปิดสาขาที่เมืองย่างกุ้งและมันดาเลย์  เพื่อขยายสินค้าเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า  และเข้าไปวางแผนการทำตลาดเพื่อหาช่องทางจำหน่ายอื่น ๆ ทั่วประเทศพม่า จากนั้นจะขยายการลงทุนไปยังประเทศกัมพูชา ,ลาวและเวียดนามต่อไป