วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชวนวิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

Dong Phayayen-Khao Yai X 6 Series Run"(ดงพญาเย็นครอสซิก ซีรียส์ รัน)6 เส้นทาง 6 จังหวัดแบบรักษ์ธรรมชาติเริ่มเดือนส.ค. 2561 ถึงก.พ.2562

      

เรียกได้ว่าเปิดประสบการณ์การวิ่งแบบรักษ์สุขภาพ ที่เหล่าสายสุขภาพและสายสิ่งแวดล้อม คงพลาดไม่ได้กับงาน "วิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ หรือ Dong Phayayen-Khao Yai X 6 Series Run"จัดโดยสมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด บริษัท โคอะ-ฉะ มีเดีย (ประเทศไทย)จำกัด และบริษัทสื่อดลใจ จำกัด หรือทีมงาน Inspire Runners  ที่จะทำให้นักวิ่งได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดใน 6เส้นทาง 6 จังหวัด

       

นายมาโนช วีระกุล นายกสมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่   กล่าวว่า สมาคมอนุรักษ์ป่ามรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่เป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นมาจากการรวมตัวของ ภาคประชาชนและภาคเอกชนที่มีประสบการณ์และมีความทุ่มเทกับการรักษาผืนป่าและสัตว์ป่าของไทยรวมถึงแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ด้วยความเป็นผืนป่าธรรมชาติเนื้อที่ประมาณ 3,845,000 ไร่ หรือ 6,152 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในปี 2561 นี้

ทางสมาคมฯได้มีการจัดกิจกรรมการวิ่งไปแล้วหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกคนรับรู้และร่วมแสดงพลังที่จะอนุรักษ์ให้ธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าคงอยู่เป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป ดังนั้น กิจกรรมวิ่งแสดงพลังรักษ์ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ หรือ Dong Phayayen-Khao Yai X 6 Series Run วิ่งการกุศลอย่างต่อเนื่องรวม 6 เส้นใน 6 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ นครราชสีมา และสระบุรี โดยรายได้ จากงานวิ่งครอสซิกซีรี่ย์ครั้งนี้ จะนำเข้าเป็นรายได้เพื่อเป็นทุนของสมาคมและเพื่อทำกิจกรรมสร้างความรู้และพัฒนาอาชีพแก่เยาวชน ชุมชนรอบผืนป่า

สำหรับโปรแกรมการวิ่ง ออกเป็น 6 เส้นทาง 6 จังหวัด โดยเริ่มตั้งแต่เดือนส.ค. 2561 ไปจนถึงก.พ.2562  โดยสนามแรก “เรือดำน้ำแห่งมรดกโลก” วันที่ 19 ส.ค.2561 ที่ปางสีดา จ.สระแก้ว สัญลักษณ์ของสนาม คือ จระเข้น้ำจืด ซึ่งพบตามธรรมชาติได้ในป่าเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น  สนามที่ 2 “เครื่องร่อนแห่งมรดกโลก” วันที่ 30 ก.ย.2561 ที่ ชะอม จ.สระบุรี สัญลักษณ์ของสนาม คือ นกแก๊ก

บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่า เพราะต้องใช้โพรงต้นไม้ขนาดสูงใหญ่ในการทำรัง สนามที่ 3 “เครื่องตัดหญ้าแห่งมรดกโลก” วันที่ 28 ต.ค.2561 ที่ดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ สัญลักษณ์ของสนาม คือ วัวแดก พบเห็นได้ยากยิ่งในป่าธรรมชาติ สนามที่ 4 “ทาร์ซานแห่งมรดกโลก” วันที่ 9 ธ.ค.2561 ที่คลองปลากั้ง จ.นครราชสีมา สัญลักษณ์ของสนาม คือ ชะนีมงกุฎ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่บนเรือนยอดไม้เท่านั้น  สนามที่ 5

“แทรกเตอร์แห่งมรดกโลก” วันที่ 13 ม.ค.2562 ที่นางรอง จ.นครนายก สัญลักษณ์ของสนาม คือ ช้างป่า ผู้ทำหน้าที่กรุยเส้นทางเดินหากินให้แก่สัตว์ป่าขนาดเล็กกว่า และสนามที่ 6 “นักล่าแห่งมรดกโลก” วันที่ 17 ก.พ.2562 ที่ทับลาน จ.ปราจีนบุรี สัญลักษณ์ของสนาม คือเสือโคร่งสัตว์ผู้ล่าที่ทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์อื่นๆ ในป่าให้คงความสมดุลกับขนาดของพื้นที่

หมอเมย์ พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู กล่าวว่า ขอบคุณแทนเพื่อนๆ นักวิ่งทุกคนที่ทางสมาคมฯ และหน่วยงานต่างๆ ได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีที่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และรู้จักรักผืนป่า รู้ว่าต้องอนุรักษ์ที่ไหนบ้าง  ทุกเส้นทางนักวิ่งจะได้ร่วมอนุรักษ์ และซึมซับธรรมชาติของไทย โดยจากการศึกษาเส้นทางวิ่ง เป็นลักษณะทั้งแบบ trail Run หรือการวิ่งแบบลัดเลาะป่า

และการวิ่งแบบ Cross Country Run หรือการวิ่งข้ามทุ่ง แต่ทุกพื้นที่มีทางชันค่อนข้างน้อยมาก เส้นทางไม่ได้เรียบแต่ก็ไม่ได้ขรุขระมาก  ไม่ยากสำหรับนักวิ่งทั้งหน้าใหม่  และนักวิ่งประจำอยู่แล้ว แถมแถมระยะทางก็มีให้เลือกทั้งระยะสั้นๆ 5-10 กิโลเมตร หรือระยะทางยาว 20-30 กิโลเมตร

“การวิ่งครั้งนี้เป็นการเปิดประสบการณ์สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสการวิ่งแบบ trail และวิ่งแบบ Cross Country  รวมถึงการวิ่งแบบเรียนรู้ธรรมชาติ ซึ่งทั้ง 6 สนาม มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ทุกสนามมีเหรียญต่างกัน ที่สำคัญได้ร่วมอนุรักษ์ เรียนรู้ธรรมชาติในบางเส้นทางที่อาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน 

อยากให้ทุกคนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เตรียมฟิตร่างกาย รองเท้าให้พร้อมเพื่อร่วมการวิ่ง เพราะการวิ่งดังกล่าว เป็นการวิ่งการกุศลที่ทุกคนจะได้ร่วมสมทบทุนในการดูแลผืนป่า อัตราค่าสมัคร 100 บาทต่อนักวิ่ง 1 คนนั้นไม่แพงเมื่อเทียบกับได้ร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ ผืนป่าของประเทศไทย”  หมอเมย์ กล่าว

ทั้ง 6 เส้นทางการวิ่ง เป็นเส้นทางที่ไม่ใช่คนทั่วไปจะได้เข้าไปสัมผัส เพราะเป็นเส้นทางสำหรับเจ้าหน้าที่แต่ละอุทยานเท่านั้น แต่ นักวิ่งที่ จะร่วม กิจกรรมในครั้งนี้ ประมาณ 2000-3000  คน จะได้ เรียนรู้ และ เห็นคุณค่าของป่า และได้รับทราบ ว่าป่า ดงพญาเย็น มรดกโลกมีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างไร   ถ้าไม่รู้จักดูแลรักษาจะเป็นอย่างไร 

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมการวิ่งจะไม่มีการทิ้งขยะไว้ในอุทยานแห่งชาติเป็นเพียงการฝากรอยเท้าจากการวิ่งเท่านั้น ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่เฟสบุ๊ค:DoK-WHA (@DokWHA) หรือสอบถามโทร.098-945-6568 และLine ID :@dongphayayenrun