วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

โครงการ “April Series 2018”

“April Series 2018”บูรณาการไอซีทีเพื่อการศึกษาและการแพทย์

ตลอดชีวิตของทุกคนล้วนต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี โครงการ “April Series 2018” เป็นการรวมงานประชุมสัมมนาทางด้านเทคโนโลยี ด้านการศึกษา และการแพทย์สาธารณสุขเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นเวทีแสดงนวัตกรรม ระดมสมอง ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาและการแพทย์สาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าสู่ยุค 4.0 จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDE) ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI)  ประกอบด้วย งาน Education ICT Forum 2018, งาน Healthcare Technology Summit 2018 และงาน Innovative School 2018 ณ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ  

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือแบบประชารัฐ คือมีทั้งฝ่ายเอกชนและรัฐบาล ที่เล็งเห็นร่วมกันว่า ดิจิทัล มีประโยชน์ในการประยุกต์ใช้ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และการดำเนินธุรกิจ ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความเข้าใจมากขึ้น ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเห็นชัดว่าได้มีการใช้ดิจิทัลทำให้สุขภาพของประชาชนดีขึ้นได้หลายวิธี ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยความคืบหน้าของดิจิทัลไทยแลนด์ในปีที่ผ่านมา มีทั้งเรื่อง Blockchain, Big Data และ Fintech ทางกระทรวงฯพยายามผลักดันด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมีการเข้าถึงหมู่บ้านแล้ว 75 % การพัฒนาความรู้ความเข้าใจของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด ควรต้องให้เด็กนักเรียนมี digital literacy ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา เพราะหากรอให้ถึงระดับมัธยมศึกษาอาจช้าเกินไป ส่วนในวัยทำงานก็ควรมีการเพิ่มพูนทักษะหรือทบทวนองค์ความรู้ที่มีเดิมและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาในอนาคต จะมีการจัดตั้ง Data Center, Cloud Service ภาครัฐให้ครอบคลุม จัดตั้ง Smart Security Agency เพื่อดูแลข้อมูลทั้งภาคการเงิน เทเลคอม การศึกษา สาธารณสุข คมนาคม”     

    

นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) กล่าวว่า หากจะปฏิรูปประเทศ ถึงเวลาที่จะต้องใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า ใช้งบประมาณน้อย ได้ประโยชน์สูงสุด ภายในงานปีนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้ฟังสัมมนาในหัวข้อที่เป็นเทรนด์ในปัจจุบัน อาทิ Design Thinking : The Most Needed for The 21st Century Education and Skills, Transforming Higher Education To Support Digital Thailand, Driving Innovation in Teaching and Learning มีนิทรรศการ กิจกรรมคู่ขนาน focus group ในหัวข้อ การผลิตบัณฑิตสายพันธุ์ใหม่, networking reception เป็นต้น ที่ผ่านมาการแลกเปลี่ยน นำเสนอนวัตกรรม วิวัฒนาการไอซีทีใหม่ๆ ระหว่างผู้ประกอบการ และผู้ใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย การจัดงานครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ ผู้ซื้อ ผู้ขายได้มาเจอกัน มีเรียนรู้นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ ร่วมกัน” 

 

คุณวริศรา หมัดป้องตัว Marketing Communications Manager Marketing & Business Solutions องค์กรผู้สนับสนุนจากบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ปีนี้เรามองว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ริโก้สามารถนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อย่างดี สำหรับในส่วนของการศึกษา ริโก้จะมีเรื่องเกี่ยวกับสมาร์ทคลาสรูม เหมาะสำหรับสถาบันการศึกษาที่มีวิทยาเขตต่างๆ อยู่มากมาย โดยสามารถทำการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบ หรือทำการประชุมผ่านจอได้สูงสุดถึง 20 สถานที่ โดยสามารถขึ้นจอพร้อมกันทีเดียวได้ถึง 9 จอ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเดินทางหรือค่าที่พัก เป็นต้น นอกจากนี้จะเป็นเรื่องสมาร์ทโฮม โดยริโก้จะมีอุปกรณ์ที่ไปคอนโทรลระบบการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า และการโอเปอเรททั้งหมดของระบบอื่นๆภายในอาคาร โรงเรียน หรือสำนักงาน ทำให้การดูแลและจัดการเป็นไปอย่างง่ายดาย ส่วนเฮลท์แคร์ จะมีโซลูชั่นสำหรับซอฟต์แวร์การดูแลและจัดการเอกสารที่มีจำนวนมากให้เป็นระบบระเบียบ สามารถทำรายการเพื่อสืบค้นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะแผนกเวชระเบียน เป็นต้น หรือซอฟต์แวร์ที่มาบริหารจัดการรถบริการรับส่งผู้ป่วยเริ่มตั้งแต่จองคิวรถ และยืนยันสถานะการส่งได้ตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง อีกทั้งยังสามารถติดตามตำแหน่งของยานพาหนะได้แบบ Real Time นอกจากนี้ยังมีบริการออกแบบติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด บริการออกแบบติดตั้งระบบเครือข่ายโซลูชั่นตั้งแต่องค์กรขนาดเล็กจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ มีเรื่องของดีไวซ์แมเนจเม้นท์ เซอร์วิส และระบบคอลเซ็นเตอร์ ฯลฯ อีกมากมาย ที่สามารถนำไป Apply กับสถาบันการศึกษาหรือโรงพยาบาลได้อย่างดี”

คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการองค์กรผู้สนับสนุนจาก บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทาง Cisco มีเทคโนโลยีด้าน Collaboration นำมาโชว์ภายในงานนี้ อาทิ สมาร์ทบอร์ด วีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์ และระบบการสื่อสารแบบดิจิทัล โดยนำเสนอโดยใช้ในรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับห้องเรียนในอนาคต ที่ทำให้ผู้สอนสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกับตัวสื่อการเรียนการสอนอื่นๆ ไปพร้อมๆ กันได้ สามารถทำงานผ่านเทคโนโลยีของคลาวด์ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทุกมิติ ทุกที่ ทุกเวลา สำหรับในภาคการศึกษาเราหวังว่าจะเข้าสู่ยุคของการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ผู้สอนกับนักเรียนจะมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานด้านเฮลท์แคร์ โดยใช้รูปแบบของที่ทางแพทย์สามารถประชุมทางไกลในการให้คำปรึกษาเพื่อรักษาผู้ป่วย ในรูปของวีดิโอและการแชร์ภาพเอ็กซเรย์ระหว่างแพทย์ที่อยู่ห่างไกลออกไปในเคสที่ต้องการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ฯลฯ ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในห้องผู้ป่วย เช่น สามารถใช้แอปพลิเคชันเมื่อผู้ป่วยมีปัญหาต้องการความช่วยเหลือโดยด่วน ไปสู่พยาบาลหรือแพทย์ได้ทันท่วงที  ผ่านเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ในภาคสาธารณสุขนี้ จะช่วยทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน การให้บริการผู้ป่วยก็จะได้รับการดูแลที่รวดเร็วมากขึ้น”

คุณกิตติณัทช์ วริทธิ์สุวรรณ Enterprise Account Manager ผู้สนับสนุน จาก บริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “ โซลูชั่นของ HP ที่จัดแสดงในงานนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก  กลุ่มแรกคือ กลุ่ม Security Solution  คือ  โซลูชั่นที่สร้างความปลอดภัยของข้อมูลในองค์กรผ่านการใช้งานเทคโนโลยีจากเอชพีทั้งในส่วนของ Notebook ,Desktop และ Printer   ซึ่งเน้นในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูล ที่ HP ผลิตและพัฒนาขึ้นเพื่อให้การใช้งานมีความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้น   อีกกลุ่มคือกลุ่ม Immersive Experience Solution ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ในเรื่องการออกแบบต่าง ๆ รวมทั้งเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการจำลองภาพเสมือนจริงโดยผ่าน Hardware และ Software  ในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีส่วนนี้มาประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา รวมถึงโรงพยาบาลต่าง ๆ นอกจากนี้ในส่วนของ Healthcare HP มีนวัตกรรม เช่น จอภาพ ที่แพทย์สามารถแปลฟิล์มเอ็กซเรย์ แยกโซนสีขาว ดำ เทาได้อย่างชัดเจนมากกว่า รวมถึงจอ 3D ที่แสดงผลออกมาในรูปแบบของภาพสามมิติ ที่สามารถรองรับการทำงานให้มีความง่ายและชัดเจนขึ้น  ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีความหลากหลายที่สามารถปรับใช้ ทั้งในภาคการศึกษาและการแพทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้ามาชมเพื่อมองเห็นไอเดียนำไปปรับใช้ในการทำงานได้”