วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

“โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย”

“โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย”ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนเยาวชนสู่สายสะเต็ม

มือเล็กๆ กำลังหยิบจิ๊กซอว์รูปทรงต่างๆ มาต่อทีละชิ้นๆ จนค่อยๆ เกิดรูปร่างของปีกแมลงชนิดหนึ่ง ก่อนที่จะถูกหยิบมาเรียงต่อจนครบทุกชิ้นเป็นภาพที่สมบูรณ์เผยให้เห็นผีเสื้อสายพันธุ์ต่างๆ ที่ไม่ค่อยปรากฏให้พบเห็นมากนักในชีวิตประจำวัน...ภาพที่กำลังเห็นอยู่นี้คือเยาวชนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นกำลังสวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยเพลิดเพลินไปกับการสืบหาวงศ์และชื่อสายพันธุ์ของผีเสื้อหลากชนิดผ่านการต่อจิ๊กซอว์ที่ช่วยให้เด็กๆ เกิดความสนใจ และอยากก้าวออกไปศึกษาธรรมชาติเพื่อสืบเสาะหาความรู้เพิ่มเติม ภาพอันน่าประทับใจนี้มาจากกิจกรรมพันธุ์ผีเสื้อ ซึ่งเป็นฐานกิจกรรมหนึ่งของ ‘โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย’ ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

‘โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย’ จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ภายหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมชมโครงการนี้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสนใจในการศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือ สะเต็ม (STEM) ในระดับเยาวชนผ่านกิจกรรมการทดลองแสนสนุกในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย  ได้ลงมือใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ โดยมีพี่ๆ นิสิต นักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของสถาบันคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบัน โครงการนี้มีพันธมิตรประกอบด้วยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (สสวท.) โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต และมหาวิทยาลัยเครือข่ายกว่า 18 แห่ง ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘สนุกวิทย์ คิดไปกับพ่อ’

กิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ปีที่ 2 ประกอบด้วยฐานกิจกรรมที่หลากหลายซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งเสริมให้เยาวชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก และเป็นเรื่องรอบตัวเรา โดยอาจารย์สุธาสินี  บุญเชียงมา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  วิทยากรประจำฐานกิจกรรม ‘สีม่วงพาเพลิน’ ซึ่งให้ความรู้พื้นฐานเคมีเบื้องต้นเรื่องความเป็นกรด-ด่าง กล่าวว่า “ส่วนใหญ่เด็กประถมปลายจะได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ในชั้นเรียนอยู่แล้ว แต่อาจไม่ได้ลงมือทดลอง เนื่องจากโรงเรียนบางแห่งหรือบางพื้นที่ไม่มีอุปกรณ์หรือสารเคมีสำหรับใช้ในการเรียนการสอน  เด็กๆ จึงได้เรียนรู้เพียงทฤษฎีจากในตำรา แต่เมื่อเด็กๆ ได้มาเห็นการทดลอง ได้เห็นของจริง ทำให้เด็กสนุกสนานไปกับการเรียน เข้าใจบทเรียนมากขึ้น และเด็กก็จะชื่นชอบและไม่คิดว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่น่าเบื่อหรือยากค่ะ”

ด.ญ. ชลวารี บัวลี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านกุดกว้างประชาสรรค์ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยเด็กในครั้งนี้ กล่าวว่า “ได้มาทำกิจกรรมเข้าฐานร่วมกับพี่ๆ ในวันนี้ หนูชอบฐานกิจกรรมกะหล่ำปลีม่วงมากค่ะ ได้ทดลองทำจริง และได้รู้เกี่ยวกับการเป็นกรด-ด่าง เป็นความรู้ที่ยังไม่เคยรู้ ซึ่งการทดลองแบบนี้ทำให้หนูรู้สึกว่าการเรียนวิทย์เป็นเรื่องน่าสนุกและน่าค้นหา อีกทั้งไม่ใช่เรื่องยากเลย ได้ทดลองวิธีต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่อ่านในตำรา ทำให้การเรียนสนุกมากขึ้นไปอีก”

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนได้ฝึกฝนกระบวนการเรียนรู้ได้ฝึกฝนกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมลงมือทดลอง (hands-on) ที่ท้าทายและน่าสนใจ ช่วยให้เยาวชนเห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยาก หรือไกลตัว แต่เป็นเรื่องสนุก ซึ่งการสนับสนุนกิจกรรมนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Chevron Enjoy Science สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต’

มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาการศึกษาในสาขา STEM ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเกิดความสนใจในสาขาสะเต็ม เกิดแรงบันดาลใจที่จะศึกษาต่อและประกอบอาชีพสาขานี้ต่อไปในอนาคต วางรากฐานการสร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ จนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยเด็กแล้วกว่า 20,000 คน”

โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ได้ให้การสนับสนุนโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย มาตั้งแต่ต้นปี 2559 โดยจนถึงตอนนี้ ได้ร่วมกับหน่วยงานและมหาวิทยาลัยเครือข่ายจัดกิจกรรมไปแล้วทั้งสิ้น 115 ครั้ง ในทั่วภูมิภาค โดยผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมและตรวจสอบตารางกิจกรรมได้ที่ www.childrensuniversity.in.th  

 

*หมายเหตุ – มหาวิทยาลัยเครือข่ายโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ประกอบด้วย

  1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  3. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  4. มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. มหาวิทยาลัยศิลปากร
  6. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  7. มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  8. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  9. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  10. มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
  11. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
  12. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  13. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  15. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  16. มหาวิทยาลัยพะเยา
  17. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  18. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

      # # # # #

เกี่ยวกับโครงการ ”Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต”

โครงการระยะยาว 5 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ริเริ่มขึ้นในปี 2558 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศไทย ผ่านการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM) รวมถึงการศึกษาสายอาชีพหรืออาชีวศึกษาครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ การศึกษา สังคม และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีสถาบันคีนันแห่งเอเซียเป็นผู้ดูแลโครงการ  

รายละเอียดเพิ่มเติม

ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร

ภัทร ตันดุลยเสรี/  อรภา ช่วยประสิทธิ์ / ดารินทร์ นพคุณ

โทร 0-2545-5243/ 0-2545-6930 / 0-2545-6698

อีเมล์: [email protected],  [email protected], [email protected]

 

ที่ปรึกษาฝ่ายประชาสัมพันธ์

เวเบอร์ แชนวิค

ปวริศา ธนวจีรัณ หรือ อัมพิกา จารุสมบัติ

โทร. 02-343-6000 ต่อ 067, 064

อีเมล [email protected], [email protected]