การเลือกตั้ง Blockchain สามารถนำมาพัฒนาระบบเลือกตั้งที่มีความโปร่งใส มั่นคงปลอดภัย สะดวก และประหยัดงบประมาณของประเทศได้เช่นกัน
หลายๆ คน กำลังนับวันรอการเลือกตั้งที่น่าจะมาถึงในปีหน้า เพื่อจะได้ใช้สิทธิตามระบบอประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ แต่ด้วยรูปแบบการจัดการเลือกตั้งที่ใช้กันในปัจจุบัน มีค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก โดยการเลือกตั้งทั่วไปของไทยครั้งล่าสุดมีค่าใช้จ่าย 2,800 ล้านบาท และมีการประเมินกันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5,800 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่สามารถรับรองได้ว่าจะไม่มีปัญหาการสวมสิทธิหรือการทุจริตที่เกิดจาก “คน” ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งได้
รูปแบบของระบบเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หนึ่ง แบบรวมศูนย์ (Centralized) โดยข้อมูลการเลือกตั้งจะเก็บที่คอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลักของระบบ เช่น ในระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา การเลือกตั้งรูปแบบนี้ยังคงมีหน่วยเลือกตั้งอยู่ แต่ใช้ระบบไอทีในการลงคะแนนและรวบรวมคะแนน จึงไม่ได้ช่วยลดงบประมาณมากนัก และอาจเกิดปัญหาการโจมตีระบบจากภายนอกได้ ซึ่งจะส่งผลต่อความโปร่งใสและถูกต้องของผลการเลือกตั้ง
แบบที่สอง เรียกว่า ระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งเป็นระบบการเลือกตั้งที่อาศัยเทคโนโลยี Blockchain กล่าวคือ มีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากเข้ามาเก็บและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล Blockchain มีกลไกในการตรวจสอบเพื่อสร้างชุดข้อมูลใหม่ ทำให้เป็นไปได้ยากในการสร้างข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะ Blockchain สาธารณะเช่น Ethereum มีเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าร่วมเก็บข้อมูลเกือบ 1 ล้านเครื่อง จึงทำให้ข้อมูลมีความมั่นคงอย่างสูง
ศาสตราจารย์ ดร.อาณัติ ลีมัคเดช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พัฒนาระบบเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์บน Blockchain สำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการส่งเสริมมาตรฐานผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬาของกรมพลศึกษา ซึ่งส่วนหนึ่งต้องมาจากการเลือกผู้แทนจาก สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนกว่า 100 สมาคม สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด และผู้แทนผู้ฝึกสอนกีฬาและผู้ตัดสินกีฬาจากทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้มาขึ้นทะเบียนขอใบอนุญาตกว่าสองแสนคน
เนื่องจากมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมากและกระจายในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หากมีการจัดหน่วยเลือกตั้งแบบเดิมจะต้องใช้ทรัพยากร บุคลากร งบประมาณในการเลือกตั้งแต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก และยังมีความเสี่ยงที่จะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย เนื่องจากความไม่สะดวกในการเดินทาง ดังนั้น ระบบเลือกตั้งบน Blockchain จะช่วยเพิ่มความความสะดวก ถูกต้อง โปร่งใส และรวดเร็ว และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
นอกจากความสะดวกในการลงคะแนนเสียงที่ผู้ลงคะแนนสามารถโหวตได้จากโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว ผู้ลงคะแนนยังสามารถตรวจสอบผลคะแนนของตนเองจาก Ethereum Blockchain โดยผู้ลงคะแนนเท่านั้นที่จะสามารถตรวจสอบผลคะแนนของตนเองได้จาก Public Address และ PIN ของตนเอง จึงเชื่อมั่นได้ว่าระบบเลือกตั้ง Blockchain ยังคงรักษาความลับในการลงคะแนนไว้เช่นเดิม
ตัวอย่างการตรวจสอบคะแนนของระบบเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย MyEtherWallet.com https://youtu.be/XfyMs9Zwa6M






