วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซีพีเอฟผลักดันนวัตกรสร้างสรรค์นวัตกรรม คว้ารางวัลระดับโลก  

รางวัลจากเวทีการประกวดงานวิจัยนานาชาติ 45TH International Exhibition of Inventions of Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์


 
"Rapid Listeria Aptasensor"
เป็นหนึ่งในผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่นในนิทรรศการ "CPF CEO Awards 2017" ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 นวัตกรรมดังกล่าวนอกจากจะได้รับรางวัลประเภท i3-Innovation ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ จากงานดังกล่าวแล้ว ผลงานนี้ยังสร้างความภูมิใจให้ซีพีเอฟและวงการวิจัยไทย ที่สามารถคว้า 2 รางวัลจากเวทีการประกวดงานวิจัยนานาชาติ 45TH International Exhibition of Inventions of Geneva ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งรางวัลเหรียญทอง และรางวัล Special prize (China delegation)

ส่วนเบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ สุดารัตน์ เล็ดลอด นักวิทยาศาสตร์จุลชีววิทยา สำนักห้องปฏิบัติการ โรงงานอาหารสำเร็จรูปซีพีเอฟหนองจอก เจ้าของผลงานเล่าว่า ตนเองได้รับทุนการศึกษาจากซีพีเอฟเพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาอณูชีววิทยา (Molecular Biology) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าและวิจัยในงานด้านจุลชีววิทยาและอณูชีววิทยา เมื่อประกอบกับโอกาสที่ได้รับจากบริษัทให้คิดต่อยอดงานวิจัยของตนเองในฐานะนวัตกรของซีพีเอฟ ยิ่งทำให้เธอมุ่งมั่นสร้างสรรผลงาน Rapid Listeria Aptasensor เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก หรือ Listeria monocytogenes (LM) จนประสบความสำเร็จ โดยตลอดงานวิจัยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากคณาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

การวิจัยนี้สอดคล้องกับการทำงานที่เธอทำอยู่ คือ มุ่งมั่นในการตรวจสอบทั้งคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารโดยดำเนินการตรวจให้เป็นไปตามระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัยระดับสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารปลอดภัยไม่มีเชื้อจุลินทรีย์ที่อันตรายก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค นอกจากเชื้อ LM แล้วยังมีการตรวจเชื้ออื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น Salmonella spp. , Clostridium perfringens, E.coli, E.coli O157:H7 เป็นต้น

"ถือเป็นโชคดีที่ได้มีโอกาสอยู่ในองค์กรที่เปิดกว้างให้บุคลากรทุกคน สามารถแสดงออกได้ถึงความคิดสร้างสรรคเพื่อพัฒนางานของตนเอง ช่วยขับเคลื่อนซีพีเอฟสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมที่ได้มาตรฐานสากล เราได้อยู่ในบรรยากาศการทำงานที่มุ่งส่งเสริมบุคลากรให้คิดต่อยอดสิ่งใหม่ๆ และปรับปรุงผลงานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคและโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง" สุดารัตน์ บอก

สำหรับผลงาน Rapid Listeria Aptasensor มีความพิเศษตรงที่สามารถตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก หรือ LM ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลารอผลตรวจนาน ทำให้ไม่เสี่ยงต่อความเสียหายที่จะมีต่อผลิตภัณฑ์ ซึ่งเชื้อแกรมบวกนี้ก็คือสิ่งที่พบได้โดยทั่วไปตามสิ่งแวดล้อมต่างๆ หากแต่มีความสำคัญมากสำหรับอาหารแช่เย็น-แช่แข็ง เนื่องจากเชื้อนี้สามารถทนต่ออุณหภูมิที่ต่ำมากๆได้ โดยในการตรวจสอบเชื้อ LM แบบดั้งเดิม ต้องใช้เวลานานประมาณ 7-10 วัน จึงจะสามารถวินิจฉัยว่าเป็น LM และยังมีขั้นตอนการตรวจสอบที่ยุ่งยาก จึงเป็นการจุดประกายให้สุดารัตน์สนใจที่จะพัฒนาชุดทดสอบเชื้อ LM อย่างง่าย โดยใช้ระยะเวลาวิจัย 8 เดือน กระทั่งได้ชุดตรวจที่ใช้เวลาตรวจและทราบผลภายใน 5 นาที – 24 ชั่วโมง

"ทั้งหมดเริ่มต้นมาจากความต้องการที่จะพัฒนาชุดทดสอบอย่างง่าย ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงนำแนวคิดทางด้านอนุภาคนาโนและแนวคิดทางด้านอณูชีววิทยาระดับดีเอ็นเอเข้ามาประยุกต์ใช้ บนพื้นฐานแนวคิดด้าน Biosensor และอาศัยหลักการของ Nanoparticles ปัจจุบันผลงานนี้อยู่ระหว่างยื่นจดอนุสิทธิบัตร โดยซีพีเอฟและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ถือสิทธิร่วมกัน และยังสามารถต่อยอดเพื่อทำในเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต" สุดารัตน์ กล่าวอย่างภูมิใจ

ผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่นนี้เป็นเพียงหนึ่งใน 24,000 ผลงาน ตลอด 9 ปี บนเวที CPF CEO Awards ปัจจุบันซีพีเอฟมีนวัตกรรมที่ได้รับรองสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวม 150 ผลงานแล้วและสุดารัตน์เป็นหนึ่งในนวัตกรจำนวน 610 คน ที่ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ ทำให้ซีพีเอฟเป็นองค์กรที่มีนวัตกรจำนวนมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังคงเดินหน้ายกระดับให้บุคลากรของบริษัทได้มีโอกาสคิดค้นนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนานวัตกรเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 คน ภายในสิ้นปี 2561./