วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลัดท่องเที่ยวฯ พบสังคมออนไลน์

ชวนดาวโหลดแอพพลิเคชั่นฯ ไทยแลนด์ ทัวริซึ่ม ไดเรคทอรี่ ใน “โครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสื่อโซเซียล”

วันที่ 2 มีนาคม 2561 ที่โรงแรมเดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก (เทเวศร์)  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการจัดงานเปิดตัวแนะนำเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นในมือถือ ไทยแลนด์ ทัวริซึ่ม ไดเรคทอรี่ (Thailand Tourism Directory) ใน “โครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสื่อโซเซียล” โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้แนวคิด “ครบถ้วนที่สุด ถูกต้องที่สุด และเป็นปัจจุบันที่สุด มาตรฐานใหม่ข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศไทย”

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงานพร้อมร่วมเสวนา “ท่องเที่ยวไทยสุดคึก เว็บและแอพพลิเคชั่นไทยแลนด์ ทัวริซึ่ม ไดเรคทอรี่ ร่วมบูมไทยโดดเด่นเหนือใครในเวทีโลก ช่วยแชร์เมืองไทยสนั่นโลกโซเซียล”กับ นายมงคล วิมลรัตน์ ผอ.สำนักฯกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะผู้ดูแลเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น น.ส.สาธิตา โสรัสสะ ประธานมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ  นายพชร เกรียงเกร็ด บล็อกเกอร์ดังแห่งยุค จากเพจ แบกกล้องเที่ยว และน.ส.สีรุ้ง พงษ์พานิช บล็อกเกอร์สาวสุดฮอตจากเพจ Unseen Tour Thailand

โดยนายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวปัจจุบันมีเป็นร้อยเป็นพันเว็บไซต์ ส่วนใหญ่เป็นเอกชน และการที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐได้เปิดเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านการท่องเที่ยวทั้งหมดไว้ เสมือนเป็นการรับรองเป็นนายทะเบียนการทำธุรกิจนั้นๆ มาเป็นแอดมินของจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดในประเทศไทย รวมถึงการรับรองมาตรฐานเรื่องการท่องเที่ยวที่มีการอัพเดทข้อมูล รายนามที่ปรากฏในเว็บนี้ทั้งหมดเชื่อถือได้ และยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าไปตามสถานที่ต่างๆจะไม่ถูกหลอก หรือโกงอย่างแน่นอน และถือเป็นครั้งแรกของการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆในประเทศไทย ที่สามารถอ้างอิงแหล่งที่มาได้ โดยมีหน่วยงานรัฐรับรองมาตรฐาน

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้ใช้ (concept)แนวคิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการทำบิ๊กดาต้า(Big Data)หรือคลังข้อมูลด้านการท่องเที่ยว โดยใช้หลักการของ (ALL User Generated Contents) หมายถึง การให้ทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้สร้างและปรับปรุงข้อมูลดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว การรีวิวประสบการณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆ พูดง่ายๆคือ ข้อมูลผู้ใช้เป็นผู้สร้างและเป็นข้อมูลแบบมีชีวิตที่เป็นปัจจุบัน นอกจากนี้ยังถือเป็นการรองรับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เหมือนเมืองหลักที่หลายคุ้นชิน การที่ข้อมูลข่าวสารนี้ได้ลงไปถึงระดับรากหญ้าจะทำให้นักท่องเที่ยวในปัจจุบันมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปที่ใช้มือถือหรือสมาร์ทโฟนเป็นหลักในการนำเที่ยว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวอีกว่า สำหรับอุปสรรคการท่องเที่ยวเมืองรองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือคุ้นชินกับนักท่องเที่ยว คือ การขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การที่เขามีข้อมูลการท่องเที่ยว “เมืองรอง”หรือข้อมูลแหล่งชุมชนที่น่าเชื่อถือจะทำให้ “การท่องเที่ยว”มีการกระจายตัวไปยังชุมชนหรือพื้นที่อย่างแท้จริง และตนเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก อีกทั้ง “เรื่องข้อมูล” ถือเป็น “อาวุธ”สำคัญที่จะทำให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปชุมชนพื้นที่ รวมทั้งเว็บไซต์ https://www.thailandtourismdirectory.go.th “ไทยแลนด์ ทัวริซึ่ม ไดเรคทอรี่”จะเชื่อมโยงไปถึงมาตรการของรัฐเรื่องของ “ภาษี”ที่กำลังร่างกฤษฎีกาเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเมืองรองสามารถ “ลดหย่อนภาษีมูลค่า 15,000 บาท” ซึ่งจะรองรับนโยบายของภาครัฐได้ถึง 100%

ด้านนายมงคลกล่าวว่า สำหรับกระแสการตอบรับจากการเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจากมือถือนี้ยังไม่ครบ 1 ปี ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 เป็นต้นมา และเมื่อช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน -29 ธันวาคม 2560 เราได้ให้เจ้าของข้อมูลในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ได้เข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันจัดทำข้อมูลที่มีคุณภาพเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว และเส้นทางการท่องเที่ยว เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อการบริการข้อมูลดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวของประเทศ (National Tourism Centralized Database for Services) รวมเป็นจำนวนข้อมูลที่มีมากกว่า 3,000 รายการ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน ภายในเว็บไซต์ได้มีการกำหนดตราสัญลักษณ์ต่างๆหรือ“Official”เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระบบมาเป็นตัวตั้ง

นายมงคลกล่าวต่อว่า สำหรับระบบตราสัญลักษณ์ “Official” หมายถึง ข้อมูลดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว ที่ได้รับการตรวจสอบทางทะเบียนจากฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงตามกฎหมาย ตราสัญลักษณ์ “Verified” หมายถึง ข้อมูลดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ ผู้ดูแลข้อมูลโดยตรงในพื้นที่ และตราสัญลักษณ์ “Standard” หมายถึง มาตรฐานการรับรองต่างๆ ในด้านการท่องเที่ยว ที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ออกให้ เพื่อยืนยันความมีมาตรฐานด้านต่างๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ณ ปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการนำข้อมูลเข้า และยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนมีที่ยืนหรือมีพื้นที่ในการแสดงตัวตน โดยเฉพาะผู้ประกอบการในเมืองรอง

นายมงคล กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสการตอบรับที่ผ่านมา ณ ปัจจุบัน เริ่มมีคนเข้ามาเพิ่มข้อมูลเรื่อยๆประมาณเกือบ 3,000 รายการ และในช่วงเดือนมกราคม 2561 ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่จ.เชียงใหม่ ก็มีผู้คนเข้ามาทำข้อมูลและเริ่มโหลดแอพพลิเคชั่น รวมทั้งนายกรัฐมนตรีได้ช่วยประชาสัมพันธ์ จนข้อมูลล่าสุด(2 มี.ค.60) มีข้อมูลประมาณ 6,000 กว่ารายการที่มีคนดาวโหลดแอพพลิเคชั่น ขอยืนยันว่าข้อมูลที่อยู่ในระบบมันเป็นข้อมูลที่ทุกคนร่วมทำและถือเป็นสมบัติของชาติ และหากใครอยากมีข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น ไทยแลนด์ทัวริซึ่ม ก็ขอให้ทำข้อมูลเข้ามา

นายมงคล กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากนี้อยากชี้แจงว่า ข้อมูลที่กระทรวงฯทำนั้นเป็น “เพียงข้อมูลให้บริการนักท่องเที่ยว”ได้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานน่าเชื่อถือในแหล่งท่องเที่ยวที่เขาอยากไป ไม่ใช่ข้อมูลในการลงทะเบียน ต่อไปข้อมูลที่ยังไม่ได้เข้าระบบของกระทรวงฯเชื่อว่าจะเริ่มทยอยเข้ามาในระบบและมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขั้นตอนต่อไปเรามีโครงการที่รู้ว่าข้อมูลที่มีอยู่จริงๆในโลกโซเซียลมีอยู่เท่าไร และข้อมูลเข้าระบบกระทรวงมีเท่าไร และข้อมูลใดที่ยังไม่ได้เข้ากระทรวงก็จะต้องเข้ามาอยู่ในระบบ นี่คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนด้านการท่องเที่ยวได้มีที่ยืน ในอนาคตหากเริ่มมีนักท่องเที่ยวคนไทยและคนต่างชาติเข้ามามาก เราก็สามารถตรวจสอบได้ว่าแหล่งท่องเที่ยวไหนมีนักท่องเที่ยวคนไทยและคนต่างชาติเท่าไหร่ และทางผู้ประกอบการก็สามารถเอาข้อมูลของกระทรวงทำให้ไปพัฒนาต่อยอดได้ เพื่อให้ตอบรับกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง”

ตอนนี้กระทรวงเข้ามาทำหน้าที่นี้ในการกลั่นกรอง ตรวจสอบ ยืนยัน และหากนักท่องเที่ยวอยากไปเที่ยวจากข้อมูลกว่า 3,000 รายการในเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นไทยแลนด์ทัวริซึ่ม

ด้านน.ส.สาธิตา ประธานมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ กล่าวถึงมุมมองการเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของกระทรวงการท่องเที่ยวฯว่า น่ายินดีและน่าชื่นชม คงต้องไปใช้ประโยชน์มากขึ้น เพราะปัจจุบันเท่าที่รู้มีเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก และตนเห็นว่าเว็บท่องเที่ยวที่เป็นที่น่าเชื่อถือ ข้อมูลถูกต้องและมีการอัพเดททันต่อเหตุการณ์ยังมีน้อย ดีใจที่กระทรวงฯได้ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำ และทำให้ข้อมูลมีความรวดเร็วและถูกต้องจากชุมชนจริงๆ ไม่ใช่เป็นข้อมูลที่กระทรวงเขียนเอง แต่เป็นข้อมูลที่เขียนจากล่างขึ้นบน

ด้านนายพชร บล็อกเกอร์ดังแห่งยุค จากเพจแบกกล้องเที่ยว ที่ดังจากการออกแบบโพสต์รูปแนวใหม่จนมีคนติดตามมากถึง 1.5 ล้านคน กล่าวว่า การที่กระทรวงฯเปิดเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นด้านการท่องเที่ยวในมุมมองของบล็อกเกอร์รุ่นใหม่นั้น ตนคิดเป็นประโยชน์แก่กลุ่มคนชอบเที่ยว ที่ต้องการอย่างมากในเรื่องการวางแผนการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ เราจะมีการหาข้อมูลก่อนไปเที่ยว เช่น ไปเที่ยวจ.เชียงใหม่และต้องการไปเที่ยวภูเขา เราจะต้องค้นหาข้อมูลเองในโลกโซเซียล และข้อมูลก็มีเยอะมากบางที่ข้อมูลก็ไม่ตรง บางครั้งก็ไปผิดที่ก็มี หากมีรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยทำตรงส่วนนี้ จะเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างมาก ข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากชุมชน หมู่บ้าน และคนในพื้นที่จากทั้ง 77 จังหวัดยิ่งช่วยสร้างความมั่นใจในการหาข้อมูลและส่งเสริมการเดินทางง่ายขึ้น ดียิ่งขึ้น และตรงจุดมากขึ้น ส่วนเทคนิคของการทำให้เพจดังขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่ลงไปว่าน่าสนใจแค่ไหน ภาพถ่ายสวยงามจะดึงดูดให้คนเข้าไปดู

ด้านน.ส.สีรุ้ง บล็อกเกอร์สาวสุดฮอตจากเพจ Unseen Tour Thailand มีผู้ติดตาม 3.7 ล้านคน กล่าวว่า  เพจที่ทำคือเพจชุมชนที่มีนักท่องเที่ยวมาแชร์รูปภาพ ประสบการณ์ท่องเที่ยว ตอนแรกทำก็ตั้งใจว่าอยากส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เราอยากเผยแพร่รูปภาพสวยๆให้คนได้เห็นเมืองไทยมีสถานที่สวยและมีการเขียนอธิบายเชิญชวนให้ไปเที่ยวกันตามสถานที่ต่างๆว่าดีอย่างไร ปัจจุบันมีแฟนเพจร่วมขอแจมรูปภาพที่โพสต์ด้วย โดยตนจะเป็นคนเขียนอธิบาย ซึ่งจะอัพเดทภาพขึ้นเพจทุกวัน จนปัจจุบันมีประมาณ 10,000 รูปภาพ และเน้นเขียนเนื้อหาให้น่าสนใจ การทำงานต้องมีการต่อเนื่องทำไม่หยุดและทำไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นเวทีให้กับตากล้องและคนไปเที่ยว เพจที่ตนทำจะคล้ายๆกับแอพพลิเคชั่นของกระทรวงที่กำลังทำอยู่ คือ ทุกคนร่วมกันทำ เหมือนเราเป็นเพจชุมชนนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ ส่วนตัวก็เขียนรีวิวในการเดินทางไปสถานที่ต่างๆด้วย

“หน้าที่ของรุ้งคือการเป็นแอดมินหรือดูแลแฟนเพจ 3 ล้านกว่าคน มีจดหมายก็เยอะรูปก็เยอะและรุ้งเขียนทุกวันๆละ 8 ชิ้น และรุ้งเคยอ่านว่าคนที่เล่นโซเชียลในไทยมีอยู่ 51 ล้านคน คนที่ใช้ประจำมีอยู่  46 ล้านคน ดังนั้นยังมีคนที่จะมาติดตามได้อีกมาก”น.ส.รุ้ง กล่าวและว่า สิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯทำอยู่ถือว่าเป็นสิ่งที่เยี่ยมมาก เพราะโดนใจตรงที่เน้นท่องเที่ยววิถีไทย โฮมสเตย์ เริ่มคล้ายๆฝรั่งสมัยก่อนที่ไปพักกับชาวบ้านและขอชื่นชมเป็นอย่างมาก