รองรับการแข่งขันทางการค้า ชี้แนวโน้มผู้บริโภคโหนกระแสสินค้าที่ผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ช่วยลดภาวะโลกร้อน
อ.ส.ค.จับมือ มก.-บ.เอสไอจีฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์ ผลิตภัณฑ์ นมไทย-เดนมาร์ค รองรับการแข่งขันทางการค้า ชี้แนวโน้มผู้บริโภคโหนกระแสสินค้าที่ผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ช่วยลดภาวะโลกร้อน
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และบริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อค จำกัด (SIG) เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์ (Carbon Footprint Label) ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ตามนโยบายของ อ.ส.ค.ปี 2561
ซึ่งสอดรับกับนโยบายพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบความตกลงรัฐภาคีว่าด้วยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC) โดยไทยได้ตั้งเป้าดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน (Economy Wide) ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573
การดำเนินการขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์ดังกล่าว เป็นการเพิ่มขีดความสามารถและเสริมจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าแบรนด์ไทย-เดนมาร์ค เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการแข่งขันทางการค้าในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น เพราะสถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น
ดร.ณรงค์ฤทธิ์กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 หน่วยงานมีแผนสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกัน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ การฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์ผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที. และการคำนวณคาร์บอน ฟุตพรินท์ พร้อมสนับสนุนด้านงานวิจัย การวิเคราะห์ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด แนวทางการประเมินฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ด้วย ซึ่งคาดว่าภายในปี 2561 นี้ อ.ส.ค.จะขึ้นทะเบียนและติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินท์บนผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที.ไทย-เดนมาร์ควางจำหน่ายในท้องตลาดได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มผู้รักษ์สิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ คาร์บอนฟุตพรินท์ คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์แต่ละหน่วยตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หรือของเสียหลังใช้งาน โดยคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่ง อ.ส.ค.ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน จึงร่วมมือกับ มก. และ SIG เร่งพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที.ไทย-เดนมาร์คด้วยการติดฉลาก คาร์บอนฟุตพรินท์บนกล่องนมปลอดเชื้อที่ผลิตโดย SIG ทั้งขนาดบรรจุ 125 มล. 200 มล. และ 250 มล. เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที.ไทย-เดนมาร์ค พร้อมสร้างจุดแข็งและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับแบรนด์ไทย-เดนมาร์คในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ
"นอกจากเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินท์ที่ติดบนผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที.ไทย-เดนมาร์ค จะเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคแล้ว ยังทำให้ อ.ส.ค.ทราบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นม ยู.เอช.ที. ซึ่งจะสามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ให้สอดรับเทรนด์การตลาด การค้า และเทรนด์การบริโภค ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศได้เริ่มนำฉลากคาร์บอนฟุตพรินท์มาใช้แล้ว อาทิ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น ขณะเดียวกันยังมีการเรียกร้องให้สินค้าที่นำเข้าจากไทยต้องติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินท์ด้วย" ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว





