วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เท่าทันยา กับ “RDUรู้เรื่องยา”

 

กินยาผิดๆ ถูกๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ควรมองข้าม

รู้หรือไม่ว่า แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากภาวะเชื้อดื้อยา เฉลี่ย 20,000-38,000 คน และส่งผลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 46,000 ล้านบาทซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการกินยาไม่ถูกโรค ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

ยิ่งปัจจุบันภัยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย กลายเป็นอีกภัยที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น

บ่อยครั้งที่ได้ยินข่าวประชาชนหลายรายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจอโฆษณาชวนเชื่อของผลิตภัณฑ์ ยา เครื่องสำอาง และสมุนไพรสรรพคุณเทวดาล้นเหลือ ก็หลงไว้ใจซื้อมาใช้โดยไม่ทันระวังเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตก็มีมาแล้ว

แต่ต่อไปคนไทยจะมีเครื่องมือตรวจสอบยาง่ายๆ ที่ช่วยให้ไม่ต้องกินยาแบบ”สุ่ม-เสี่ยง” อีกต่อไป

เพียงดาวน์โหลด "RDU รู้เรื่องยา" อีกหนึ่งโมบายล์ แอพลิเคชันด้านสุขภาพตัวใหม่ที่ทุกคนควรมีติดไว้บนหน้าจอมือถือ

“RDU รู้เรื่องยา” เกิดจากความร่วมมือของ 6 องค์กรชั้นนำด้านสาธารณสุข และนวัตกรรม ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) เครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

โดยที่ผ่านมาจากการศึกษาข้อมูลการใช้ยา โดย สสส. ร่วมกับศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.)ทำให้พบพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทยที่ไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะใน 3 โรคยอดฮิตอย่าง หวัด แผล ท้องเสีย การใช้ยาในกลุ่มเอ็นเสดเป็นเวลานาน เช่น ยาแก้ปวดคลายกล้ายเนื้อทำให้เสี่ยงต่อโรคไต หรือแม้แต่ยาพาราเซตามอล หากมีการใช้อย่างไม่ถูกต้องจะเกิดพิษต่อตับจึงเกิดแนวคิดพัฒนาเครื่องมือที่เสริมความรู้เรื่องยาที่ถูกต้องให้เข้าใกล้ประชาชนอีกนิด

"RDU รู้เรื่องยา" เป็นอีกหนึ่งโปรเจคท์นำร่องภายใต้แนวคิดHealth Tech ของเมืองไทย ที่ถูกออกแบบและพัฒนาสถาปัตยกรรม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรด้านสาธารณสุข จนสามารถสร้างเนื้อหาให้สามารถรองรับบริการผ่านสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์สื่อสารทุกรูปแบบ โดยเนื้อหาความรู้จะถูกรวบรวมและเรียบเรียงโดยคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งปัจจุบันแอปพลิเคชันมีข้อมูลยากว่า 700 รายการแล้ว

รศ. นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ประธานเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (UHosNet)หนึ่งในเครือข่ายที่ร่วมมือ กล่าวว่าโครงการนี้จะแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 คือการพัฒนาด้านข้อมูลยาที่กำลังได้รับหรือที่สนใจ รวมถึงสามารถเก็บข้อมูลยาของผู้ใช้ได้ในมือถือ ผ่านการสแกน QR code ที่จะมีติดอยู่บนฉลากยาเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องเขียนบันทึกหรือทำอะไรเพิ่ม แอพก็จะระบุรายละเอียดชื่อโรงพยาบาล ชื่อยาที่ได้รับวิธีการใช้ และข้อมูลฉลากเสริมพร้อมข้อมูลความปลอดภัยด้านยา รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ  เช่น ข้อมูลยา ข่าวสารเรื่องยา สาระยาน่ารู้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการค้นหาโรงพยาบาลและร้านยาคุณภาพ  ซึ่งในเฟสนี้ได้เปิดตัวไปแล้ว

ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นการพัฒนาระบบการเตือนเมื่อถึงเวลากินยา และระบบเตือนเมื่อได้รับยาที่เคยแพ้ หรือได้รับยาใหม่ที่อาจมีปัญหาฤทธิ์ต้านกับยาเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ยาสามารถแจ้งบุคลากรผู้สั่งและจ่ายยาได้ในทันที  และระยะที่ 3 ทีมงานวางเป้าหมายในระดับสามารถเชื่อมต่อข้อมูลยาของประชาชนกับสถานพยาบาลได้โดยเมื่อผู้ป่วยเข้ารักษาตัว ผู้ให้บริการก็จะคอยตรวจสอบและเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้ยาของผู้ป่วยได้จากแอพในมือถือ ผลดีคือทำให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างต่อเนื่องถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการได้ยาซ้ำซ้อน เกินขนาด หรือขัดขวางการรักษา เพิ่มความปลอดภัยด้านยาให้แก่ผู้ป่วยมากขึ้น

เมื่อระบบแอพลิเคชันดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์จะมีการเริ่มนำร่องใช้ที่โรงพยาบาลรัฐชั้นนำ ได้แก่ รพ.ศิริราช   รพ.รามาธิบดี  รพ. ราชวิถี รพ.วชิรพยาบาล รพ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  และรพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 10 แห่ง คือ รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จ.สุพรรณบุรี รพ.พระจอมเกล้า  จ.เพชรบุรี   รพ.พระพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา รพ.สระแก้ว รพ.ระนอง รพ.กระบี่  รพ.บุรีรัมย์ รพ.อุดรธานี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี และรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบความสมบูรณ์ โดยคาดว่าจะเปิดตัวใช้เป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2561นี้