เกษตรฯสร้างมาตรฐาน “ต้นพันธุ์มันสำปะหลัง”

เกษตรฯสร้างมาตรฐาน “ต้นพันธุ์มันสำปะหลัง”

เกษตรฯสร้างมาตรฐาน “ต้นพันธุ์มันสำปะหลัง”ป้องชาวไร่ถูกหลอกซื้อต้นพันธุ์ห่วย

 

มกอช.สร้างมาตรฐาน “ต้นพันธุ์มันสำปะหลัง” ป้องชาวไร่ถูกหลอกซื้อต้นพันธุ์ห่วย ช่วยให้ได้พันธุ์คุณภาพปลอดโรค-แมลง หวังเพิ่มผลผลิตเป็น 5-7 ตัน/ไร่ หนุนยุทธศาสตร์มันฯของประเทศ พร้อมยกระดับรายได้เกษตรกรสูงขึ้น

 

นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย แต่ละปีสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งในปีเพาะปลูก 2560/61 นี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า ไทยจะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังรวมกว่า 8.72  ล้านไร่ ได้ผลผลิต ประมาณ 30.63 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 3.5 ตัน/ไร่ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันชาวไร่มันสำปะหลังส่วนใหญ่ต้องเผชิญปัญหาต้นพันธุ์มันสำปะหลังไม่มีคุณภาพ เนื่องจากมีโรคและแมลงศัตรูพืชติดมากับท่อนพันธุ์และแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ ประกอบกับถูกหลอกให้ซื้อต้นพันธุ์ด้อยคุณภาพ อาทิ ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตโดยรวม ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตต่ำลง 

จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯได้มอบหมายให้ มกอช. และกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาพันธ์ชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย จัดทำร่างมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง ต้นพันธุ์มันสำปะหลังขึ้น เพื่อกำหนดคุณลักษณะคุณภาพของต้นพันธุ์มันสำปะหลังเพื่อใช้ในการรับรองสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ช่วยป้องกันไม่ให้ถูกหลอกขายท่อนพันธุ์คุณภาพต่ำ และมุ่งส่งเสริมให้ชาวไร่มันได้รับต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดจากโรคและแมลงศัตรูพืช และเหมาะสำหรับใช้ขยายพันธุ์และเพาะปลูกซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทั้งยังสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สินค้ามันสำปะหลังของไทย ที่มีเป้าหมายเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังเป็น 5 ตัน/ไร่ในปี 2562 และเพิ่มเป็น 7 ตัน/ไร่ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต

“ขณะเดียวกันยังสามารถใช้มาตรฐานฯต้นพันธุ์มันสำปะหลัง เป็นเครื่องมืออ้างอิงในการซื้อขายท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับสินค้ามันสำปะหลังไทยในฐานะผู้นำการผลิตมันสำปะหลังของอาเซียนด้วย” รองเลขาธิการ มกอช.กล่าว

นายพิศาลกล่าวอีกว่า ร่างมาตรฐานฯนี้ได้กำหนดคุณภาพขั้นต่ำครอบคลุมเฉพาะพันธุ์มันสำปะหลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชจากกรมวิชาการเกษตร หรือพันธุ์ที่รับรองโดยสถาบันการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งผ่านการจัดเตรียมเพื่อจำหน่ายเป็นส่วนขยายพันธุ์รวมกว่า 20 พันธุ์ โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญ อาทิ ต้องเป็นต้นพันธุ์มันสำปะหลังทั้งต้น ไม่มีกิ่งแขนง ความไม่ยาวไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร ทั้งยังต้องมีคุณลักษณะตรงตามพันธุ์ มีความสดและไม่มีรากงอก ไม่มีการงอกของตา  เส้นผ่านศูนย์กลาง ณ กึ่งกลางลำต้นมีขนาด 2-3 เซนติเมตร

ปราศจากศัตรูพืชหรือร่องรอยที่มองเห็นได้ และไม่มีความเสียหายจากการใช้สารกำจัดวัชพืช นอกจากนี้  ต้นพันธุ์ต้องได้มาจากแปลงพันธุ์ที่มีระบบการผลิตตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร และมีอายุการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมในช่วง 8-12 เดือนนับจากวันที่ปลูก ขณะเดียวกันยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับฉลากและเครื่องหมาย โดยอย่างน้อยต้องมีข้อความแสดงรายละเอียดของต้นพันธุ์มันสำปะหลังแต่ละมัด ที่เห็นได้ง่าย ชัดเจน ไม่หลุดลอก ไม่เป็นเท็จหรือหลอกลวง ได้แก่ ชื่อพันธุ์ จำนวนต้นพันธุ์ วันที่ปลูกและวันที่เก็บเกี่ยว หรืออายุต้นพันธุ์ ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผลิต เป็นต้น   

“ขณะนี้ มกอช.ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานฯต้นพันธุ์มันสำปะหลังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงร่างมาตรฐานฯให้มีความเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง ก่อนเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรพิจารณาให้การรับรองและประกาศใช้เป็นมาตรฐานของประเทศในปี 2561 ต่อไป” รองเลขาธิการ มกอช. กล่าว