สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ภายใต้พ.ร.บ.นมผง

ยืนยันดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและพร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด หลังจากที่พ.ร.บ. นมผงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 ก.ย.60
กรุงเทพฯ - สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก ยืนยันดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและพร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด หลังจากที่พ.ร.บ. นมผง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 8 กันยายน 2560
แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในนามของสมาชิกทั้งหมด 6 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอ็บบอต ลาบอแรตอรีส จำกัด, บริษัท ดูเม็กซ์ จำกัด, บริษัท มี้ด จอห์นสัน นิวทริชัน (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด,บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด แผนกธุรกิจไวเอท นิวทริชั่น และบริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กรณีผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ๒๕๖๐
สำหรับผลกระทบจากกฎหมายใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในด้านต่างๆ สำหรับการดำเนินธุรกิจของสมาชิกในปัจจุบัน จะต้องรอการประกาศกฎหมายรองที่มีความชัดเจน เช่น การระบุผลิตภัณฑ์ใดๆ เพิ่มเติมที่จะถูกควบคุมโดยกฎหมายฉบับนี้ นอกเหนือจาก อาหารทารก อันได้แก่ นมผงสูตร 1 และสูตร 2 อาหารเสริมสำหรับทารก รวมถึง อาหารเด็กเล็ก ซึ่งยังไม่มีประกาศออกมา
“นมผงสำหรับทารกสูตร 1 และสูตร 2 เป็นอาหารทารกที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายอาหาร พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งผู้ผลิตไม่สามารถทำสื่อสารการตลาดได้ และเราก็มีการกำกับดูแลกันเองในหมู่สมาชิกเพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดระเบียบปฏิบัติ” แพทย์หญิงกิติมา กล่าว ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้จัดทำ PNMA Code of Marketing of Breast-milk Substitutes เริ่มต้นใช้ในปี 2549 ซึ่งเป็นระเบียบปฏิบัติด้านการตลาดอาหารทดแทนนมแม่สำหรับแม่และเด็กที่มีความจำเป็นต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ (แรกเกิดถึงหนึ่งปี) มีการปรับปรุงให้ระเบียบปฏิบัติมีความทันสมัยในปี 2556 และปรับปรุงครั้งล่าสุดในปี 2559 โดยได้จัดอบรมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายของบริษัทผู้ผลิตทุกแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อทำความเข้าใจตรงกันในการปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมการตลาดอย่างถูกต้องและมีบทลงโทษกรณีสมาชิกละเมิดระเบียบปฏิบัติ
ดังนั้น การที่กระทรวงสาธารณสุขออกกฎหมายใหม่ฉบับนี้เพื่อควบคุมเรื่องการโฆษณาและการส่งเสริมการตลาดของนมผงและอาหารเสริมสำหรับทารก (นมสูตร 1 –2) จึงสอดคล้องกับ PNMA CODE ซึ่งทำกันมานานแล้ว
สมาคมฯ ได้ประสานกับสมาชิกและมีข้อตกลงในเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางร่วมกันสำหรับการปฏิบัติที่สอดคล้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และเพื่อแสวงหาความร่วมมือกับภาครัฐเพื่อให้การบังคับใช้กฏหมายมีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ของภาคอุตสาหกรรม แนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้แก่
- การส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็ก 1 ปีขึ้นไปหรือนมผงสูตร 3 จะกระทำต่อไปในลักษณะที่ไม่ทำให้เข้าใจว่าเป็นอาหารทารก และไม่ได้ถูกประกาศควบคุมภายใต้นิยามของกฎหมายใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม สมาคมฯทราบถึงข้อกังวลจากภาครัฐที่ไม่ต้องการให้มีการทำการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เชื่อมโยง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นนมสำหรับทารก ซึ่งหลังจากที่ได้มีการทำเข้าใจร่วมกันกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ออกมา สมาคมก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม
- การวางแผนจัดการเรื่องฉลาก กฎหมายระบุให้ ผู้ผลิตต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารอื่นให้แตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งต้องประสานงานกับหลายฝ่ายรวมทั้งภาครัฐ จึงจำเป็นต้องได้รับความชัดเจนในกฎเกณฑ์รายละเอียดของฉลากใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งนี้ ตามมาตรฐานสากลในการเปลี่ยนฉลากใหม่จะใช้เวลาโดยประมาณ 17 เดือน
- ขอการมีส่วนร่วม สมาคมฯ เสนอให้มีตัวแทนภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดและจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการในการควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก อาหารสำหรับเด็กเล็ก และอาหารเสริมสำหรับทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย และภาคประชาสังคม เป็นต้น
แพทย์หญิงกิติมา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า การใช้กฎหมายใหม่ฉบับนี้ถือเป็นการผลักดันให้สังคมหันมาให้ความสำคัญการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดได้มากขึ้น สมาชิกของสมาคมฯ ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างหลักประกันว่า ทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย จะได้รับโภชนาการที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในช่วงแรกของชีวิต ที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดคุณภาพชีวิตในวันข้างหน้า และการทำธุรกิจของสมาชิกทุกบริษัทเป็นการทำกิจการค้าภายใต้กฎหมายและพร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด
รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ : สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก
คุณอมรรัตน์ แก้วทา เบอร์ติดต่อ 097-152-1818







