วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกว.ผลักดันวิจัยใช้ประโยชน์ด้านชุมชนพื้นที่ส่ง

ผ่านเครื่องมือการสื่อสาร “ความรู้พร้อมใช้” พร้อมเปิดตัวหนังสือชุดความรู้ หวังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่อย่างยั่งยืน

 

 

สกว. สานพลัง มสธ. และศมส. เปิดเวทีวิจัยใช้ประโยชน์ด้านชุมชนพื้นที่จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือสื่อสาร ผ่านเครื่องมือการสื่อสาร “ความรู้พร้อมใช้” พร้อมเปิดตัวหนังสือชุดความรู้ หวังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาที่อย่างยั่งยืน และสร้างแพลทฟอร์มส่งผ่านความรู้จากงานวิจัยไปสู่ชุมชนได้ในระยะยาว

ดร.ภาคภูมิ ทิพคุณ รองผู้อำนวยการงานจัดการความรู้และสื่อสารสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นประธานเปิดการประชุม “วิจัยใช้ประโยชน์” ซึ่งจัดโดยชุดโครงการการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร สนับสนุนโดย สกว. ร่วมกับศูนย์สหวิทยาการชุมชนศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยจำนวน12 เรื่องจากที่สังเคราะห์ถอดบทเรียนจากงานวิจัยในชุมชนพื้นที่ของ สกว. และเปิดตัวหนังสือชุดความรู้รวม 4 เล่ม ประกอบด้วย แนวคิดและบทสังเคราะห์ การพัฒนากลุ่มคน การบริหารจัดการทรัพยากร และการพัฒนาการเกษตร

รองผู้อำนวยการงานจัดการความรู้ฯ สกว. ระบุว่า สกว.พยายามส่งเสริมให้มีการผลักดันผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์มากขึ้น สกว.มีภารกิจหลักในการสนับสนุนสร้างองค์ความรู้และนักวิจัย ซึ่งตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมามีจำนวนมหาศาล คำถามสำคัญคืองานวิจัยเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์มากเพียงใดเมื่อเทียบกับการลงทุนในการผลิตองค์ความรู้ ดังนั้นการผลักดันงานวิจัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจึงเป็นยุทธศาสตร์หลักของ สกว.ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “ชุดโครงการการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร”

ซึ่งมี รศ. ดร.กำจร หลุยยะพงศ์ สาขานิเทศศาสตร์ มสธ.เป็นหัวหน้าโครงการ ได้สร้างกลไกการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้านชุมชนและพื้นที่ ซึ่งเชื่อมโยงกับด้านอื่น ๆ ทั้งด้านวิชาการที่ได้ผลผลิตเป็นชุดความรู้ด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชนที่ขยายผลสู่การเรียนการสอน รวมถึงด้านพาณิชย์ จุดเด่นของชุดโครงการนี้ คือการใช้ศาสตร์และเครื่องมือสื่อสารในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของชุมชนที่นักวิจัย สกว. เคยดำเนินการโดยบูรณาการการสื่อสารเพื่อการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ สะท้อนผ่าน 12 โครงการย่อย

“จากประสบการณ์การสร้างกลไกเชื่อมต่องานวิจัยกับภาคนโยบาย พบว่าการสื่อสารความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่จะทำให้โครงการของภาครัฐประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่สร้างขึ้นให้ชุมชนหรือชาวบ้านใช้ประโยชน์มักได้รับเสียงตอบรับว่าใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นการสื่อสารกับผู้รับสารจึงรู้สึกได้ว่ามีความเกี่ยวข้องทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต จึงเป็นองค์ประกอบหรือหัวใจสำคัญในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งชุดโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้านชุมชนพื้นที่ต่อไปในอนาคต เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืนโดยปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ข้อท้าทายอย่างหนึ่งคือ ต้องสามารถแพลทฟอร์มในระยะยาวเพื่อส่งผ่านความรู้จากงานวิจัยไปสู่ชุมชนได้ในระยะยาว ซึ่ง สกว.ยินดีที่จะสร้างแพลทฟอร์มดังกล่าว โดยมีองค์ความรู้ที่ได้รับการถอดบทเรียนแล้วเป็นองค์ประกอบสำคัญ”

ด้าน รศ. ดร.กำจร กล่าวถึงบทสังเคราะห์ “การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโจทย์หลักคือการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในชุมชนพื้นที่ของ สกว. ภายใต้กรอบความคิดและวิธีการด้านการสื่อสารโดยมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) คน ประกอบด้วย คนพิการ คนพลัดถิ่น ชาติพันธุ์ และผู้สูงอายุ 2) การบริหารจัดการทรัพยากร ได้แก่ แผนน้ำ แผนป่า ฐานข้อมูล และนักประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมท้องถิ่น และ 3) การพัฒนาการเกษตร เน้นการเผยแพร่และการบริโภคเกษตรอินทรีย์

วัตถุประสงค์สำคัญของชุดโครงนี้เพื่อใช้ประโยชน์จากงานวิจัยโดยมีเงื่อนไขไม่ใช่ส่งต่อความรู้ แต่ต้อง “ส่งความรู้พร้อมใช้” ออกแบบสื่อและสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และต้องมีองค์ความรู้อย่างน้อย 3 ด้าน คือ ด้านการสื่อสาร (คืนข้อมูล การขยายกลุ่มเป้าหมายร่วมประเด็น การทำงานกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การใช้เนื้อหาเชิงประเด็นครบทุกมิติ การทำงานเชิงเครือข่าย การสื่อสารประเด็นใหม่สู่สาธารณะ และการฝึกชาวบ้านให้เป็น smart user และ smart opinion leader ที่คิดเป็น ผลิตสื่อเป็น และผลักดันงานสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง)

นอกจากนี้นักนิเทศศาสตร์ยังต้องมีความรู้ด้านการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งมักใช้กับงานวิจัยเชิงพื้นที่รวมถึงการใช้การสื่อสารเพื่อการพัฒนาบนกระบวนทัศน์ใหม่ นั่นคือ กระบวนทัศน์ทางเลือก ให้ชุมชนนำวิธีคิดแบบใหม่ไปพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้รากของงานวิจัยคือต้นฉบับของนักวิจัยที่ทำกับชุมชน การทำงานร่วมกับชุมชนต้องพยายามทำความรู้จักกับคนในชุมชนให้มีความสนใจและให้ความร่วมมือ สร้างผลกระทบ สร้าง“คน คู่มือ หาเจ้าภาพ” มาช่วยทำงานในชุมชนต่อให้เกิดความยั่งยืน ขณะที่นวัตกรรมด้านการสื่อสาร จะต้องดึงคนในชุมชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น อบต. ผู้นำชุมชน ให้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยพัฒนาเครือข่าย ปรับเปลี่ยนแนวคิดสู่การกระตุ้นและพัฒนาคนในชุมชนด้วยการเสริมสมรรถนะทางการสื่อสารสู่การพัฒนาชุมชน โดยออกแบบสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย จัดส่งความรู้แบบพร้อมใช้งาน และควบคุมเนื้อสารให้ถูกต้องตามแนวคิดสัมพันธบท

หลักการใช้สื่อ เน้นการใช้ “สื่อชุมชน” ซึ่งต้องวิเคราะห์ลักษณะสื่อทั้งเอกลักษณ์ จุดเด่น จุดด้อยนำไปสู่การบริหารจัดการสื่อ พัฒนาสื่อเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน โดยมีการผสมสื่อเพื่อลดทอนจุดด้อยและชูจุดเด่น รวมถึงใช้สื่อตัวเล็กที่หลากหลาย เช่น สื่อกิจกรรม เช่น ออกค่าย ดูงาน เยี่ยมชมให้กำลังใจ สาธิต ทดลอง สื่อเฉพาะกิจ เช่น คู่มือ แผนที่ สื่อสถานที่ และสื่อบุคคลและเครือข่ายการสื่อสาร

“การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสารในด้านพื้นที่และชุมชน ทำได้ และสามารถนำงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาตัวชุมชนต่อไปไปได้ รวมถึงขยายไปสู่มิติอื่น ๆ ได้แก่ นโยบาย เศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งชุดโครงการนี้เป็นการปูทางเบื้องต้นให้กับนักนิเทศศาสตร์ในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และอาจขยายไปสู่ประเด็นด้านอื่น ๆ นอกจากกลุ่มคน การเกษตร และการบริหารจัดการทรัพยากร โดยมีกรอบแนวคิด 3 ด้าน คือ การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้วยเครื่องมือการสื่อสาร การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยบนแนวทางการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมและการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการสื่อสารเพื่อการพัฒนาบนกระบวนทัศน์ทางเลือก”