วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ETDA เชื่อ Blockchainเพิ่มบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล

จับตาเทคโนโลยี Blockchain เพิ่มบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยยุคดิจิทัล


 

สุรางคณา วายุภาพผู้อำนวยการ ETDAกล่าวว่า “เศรษฐกิจยุคใหม่มีการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลจึงเป็นเรื่องสำคัญ เทคโนโลยีที่น่าจับตามมองและเชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงต่อวงการฟินเทค (FinTech) แต่กับความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ก็คือ Blockchainหรือระบบการจัดการฐานข้อมูลที่ทำให้ข้อมูลการทำธุรกรรมดิจิทัลของผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถแชร์ไปยังคนอื่นๆ ได้ในระบบหรือ Decentralized โดยที่ยังสามารถยืนยันตัวตนของเจ้าของและสิทธิ์ในข้อมูลนั้นหรือสินทรัพย์ของตัวเองที่ลงทะเบียนในระบบได้”

 

“เทคโนโลยี Blockchainนำมาสู่การปฏิวัติในหลายวงการ ที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือ การเกิดสกุลเงินดิจิทัล หรือ Cryptocurrency ที่สามารถใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าเหมือนกับเป็นเงินจริงๆ อย่าง Bitcoin ซึ่งด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีที่ Decentralized จึงไม่มีคนกลางหรือหน่วยงานที่คอยอนุมัติธุรกรรมที่เกิดขึ้น การทำธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายจึงเกิดขึ้นโดยตรง รวดเร็ว ไม่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ทั้งยังโปร่งใส เพราะข้อมูลถูกแชร์ออกไป ทุกคนจึงสามารถตรวจสอบได้ Blockchain ยังเป็นระบบที่ปลอดภัยที่สุดในโลกปัจจุบัน แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีวันถูกแฮกอีกด้วย”

 

“ที่สำคัญ Blockchainยังทำให้เกิดแอปพลิเคชันที่ทรงพลังเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย เช่นSmart Contract ที่เป็นการนำเงินหรือสินทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน รถยนต์ หรืออะไรก็ตามที่มีค่าเข้าไปในลงทะเบียนในระบบและโปรแกรมนี้จะทำงานแบบอัตโนมัติในการเช็กเงื่อนไขว่าสินทรัพย์หรือเงินนั้นควรจะได้รับการส่งต่อไปที่ใคร หรือควรจะได้รับการโอนคืนกลับไปให้เจ้าของการใช้งาน Blockchainเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีขอบเขต เช่นการทำระบบ Contract Management ในบริษัทเอกชนเพื่อจัดเก็บสัญญาต้นฉบับที่ห้ามมีการปรับแก้ข้อมูลสำคัญ การทำระบบ KYC หรือ Know Your Customer ในธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ไปจนถึงใช้ทำการสำรวจ ประชาพิจารณ์หรือการเก็บข้อมูลและแชร์ข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาล เช่น ข้อมูลโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน ทะเบียนการค้าของผู้ประกอบการของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น” สุรางคณา กล่าว

 

ปัจจุบันหน่วยงานรัฐบาลเริ่มมีการนำเทคโนโลยี Blockchainมาใช้งาน เช่นโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)(สรอ.) ที่กำลังพัฒนาระบบเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของกระบวนการเบิกจ่ายประกันสุขภาพจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ และช่วยทำให้โรงพยาบาลได้รับเงินคืนจาก สปสช. ได้เร็วยิ่งขึ้น

 

“Blockchainจะมีศักยภาพเพิ่มขึ้นหากมีการนำมาใช้ทำเป็นเครือข่ายข้ามองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระหว่างภาครัฐหรือระหว่างองค์กรเอกชน เช่น กลุ่มธนาคาร หรือแม้แต่ระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ซึ่ง Blockchainจะผลักดันให้รัฐบาลเร่งศึกษาและออกข้อบังคับที่ชัดเจน เพื่อกำกับและสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดนักพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ๆ เกิดบริการใหม่ๆ ขึ้นในสังคม และในที่สุดจะเปลี่ยนวิถีใช้ชีวิตและการทำงานของคนไทยอีกด้วย”สุรางคณา กล่าวทิ้งท้าย

หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

ส่วนงานสื่อสารองค์กรฯ ETDA                                            

บริษัท คอร์น ครีเอทีฟ เอเจนซี่ จำกัด

โทร. 0-2123-1203                                                  

ชัยวัฒน์ สิมะวัฒนา / ปาณิศา ใจรักษาธรรม

อีเมล : [email protected]                                                

โทร. 089-811-7937 / 061-535-1644