สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2 อย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม 2560 โดยมีนายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และ กลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบี.กริม เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน)ตลอดจนคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่น เเละประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ร่วมเฝ้าฯรับเสด็จ
นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีเปิด “โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2” ในวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม 2560 เวลา 15.00 น. โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2 อย่างเป็นทางการ ณ สวนอุตสาหกรรมบางกะดี จังหวัดปทุมธานี
โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 และ 2 เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมระบบCo-generation ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงโดยแต่ละโรงมีกำลังการผลิตไฟฟ้า114.6 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำของแต่ละโรง40.0 ตันต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีลูกค้าอุตสาหกรรมจำนวนกว่า 50 ราย อยู่ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบี.กริมบีไอพี เพาเวอร์ 2 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559ซึ่งกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้แต่ละโรงนี้ จะทำการจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 90 เมกะวัตต์ต่อหนึ่งสัญญาต่อหนึ่งโรง ซึ่งมีการจัดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. และบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 25 ปีนอกจากนี้ กำลังผลิตไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการจำหน่ายให้กับ กฟผ. จะถูกนำไปจำหน่ายให้กับโรงงานต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในเขตสวนอุตสาหกรรมบางกะดี เพื่อเป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้มีโรงไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม
นางปรียนาถ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯยังคงเดินหน้าสานต่อการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าตามที่วางไว้ ซึ่งบริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 5 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ18,749.0 ล้านบาท และคาดว่าจะมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2560 จำนวน2 โครงการ ได้แก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซน้ำน้อย 2 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซกะตำ 1 ในสปป.ลาวนอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน10 โครงการ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวนทั้งสิ้น 43 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,356.9 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำรวมเพิ่มขึ้นเป็น 500.0 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2,111.1 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 114.2 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 102.6 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลม 16.0 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง 13.0เมกะวัตต์ภายในปลายปี 2564
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทในกลุ่มบี.กริม ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า139 ปี ภายใต้ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี (Doing Business with Compassion) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายแรกๆของประเทศไทย ปัจจุบันกลุ่มบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วจำนวนทั้งสิ้น 28 โครงการโดยมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 1,626 เมกะวัตต์ และมีกำลังผลิตไอน้ำ 350 ตันต่อชั่วโมง แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 12 โรง โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 15 โรง และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โรง ซึ่งโรงไฟฟ้าทั้งหมดตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง 1 โรง โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 13.0 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (เบียนหัว) เวียดนาม โดยในปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้าอุตสาหกรรมมากกว่า 300 ราย






