สู่ความมั่นคงด้านน้ำ ในงานประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2
อีสท์ วอเตอร์ แสดงศักยภาพการเป็นผู้นำการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร สู่การสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับทุกภูมิภาค ในงานประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ที่ จ. เชียงใหม่ ชูแนวทาง Water complexตัวช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างรู้คุณค่า การวางระบบน้ำแบบครบวงจรให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรมและสามารถนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นแนวทางสู่การสร้างความมั่นคงด้านน้ำในภูมิภาคภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมโชว์ความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกของอีสท์วอเตอร์
บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมคู่ขนานภายใต้หัวข้อ“การบริหารจัดการน้ำในโลกที่เปลี่ยนไป : บทบาทของการชลประทานเพื่อการผลิตอาหารที่ยั่งยืน”ในงานประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่จัดขึ้นทุก 3 ปี โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการชลประทานและการระบายน้ำ (ICID ) ที่มีจำนวนสมาชิกกว่า 110 ประเทศด้วยความพร้อมและศักยภาพด้านการชลประทานมากที่สุดในภูมิภาคซึ่งกรมชลประทานได้รับมอบหมายเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงานณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ7 รอบพระชนมพรรษาระหว่างวันที่ 6-12 พฤศจิกายน2559
นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ กล่าวว่า “ในการประชุมชลประทานโลก ครั้งที่ 2 เป็นการจัดประชุมวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนหาแนวทางร่วมกันในการพัฒนางานด้านการชลประทานและการระบายน้ำ โดยมีหัวข้อหลัก “การบริหารจัดการน้ำในโลกที่เปลี่ยนไป : บทบาทของการชลประทานเพื่อการผลิตอาหารที่ยั่งยืน”ซึ่งทางอีสท์ วอเตอร์ได้รับเชิญให้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมคู่ขนานร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินงานของ อีสท์ วอเตอร์ ช่วยตอบสนองการแก้ปัญหาน้ำในภาคอุตสาหกรรมของประเทศซึ่งอุตสาหกรรมถือเป็นฟันเฟืองหนื่งที่สำคัญอันเป็นต้นทางในกระบวนการผลิตต่างๆ เพื่อความยั่งยืน การบริหารจัดการน้ำในโลกที่เปลี่ยนไปขณะนี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
ในฐานะที่อีสท์ วอเตอร์ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกมากว่า 24 ปี มีภารกิจสำคัญในการดูแลภาคอุตสาหกรรมไม่ให้เกิดความขาดแคลนน้ำ ในงานนี้เราได้นำเสนอทางออกการแก้ปัญหาระบบน้ำของประเทศด้วยโมเดลที่เรียกว่า “Water Complex” ซึ่งเป็นอีกก้าวของอีสท์ วอเตอร์ ที่จะเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านน้ำแบบครบวงจรให้เหมาะกับแต่ละประเภทของอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นน้ำดิบระบบน้ำประปาระบบน้ำRO ระบบReuse และRecycle เน้นการใช้น้ำทุกหยดอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดลดการสูญเสียน้ำในระบบให้น้อยที่สุดและช่วยเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนซึ่งแนวคิดนี้สอดรับกับหัวข้อในการประชุมครั้งนี้ เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การผลิตอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก การชลประทานที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ สร้างความมั่นคงเรื่องน้ำให้กับภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก จะช่วยให้การผลิตอาหารเพื่อสนองตอบความต้องการของประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นมีความเพียงพอและยั่งยืน”
แนวคิด Water Complexเป็นแนวคิดใหม่ที่อีสท์ วอเตอร์จะสร้างความยั่งยืนและสร้างเสถียรภาพของระบบสาธารณูปโภคด้านน้ำของประเทศ หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากWater Grid หรือโครงข่ายท่อส่งน้ำที่สมบูรณ์ที่สุดที่แรกในอาเซียนอยู่ที่ภาคตะวันออกเชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญๆใน 3 จังหวัดภาคตะวันออกได้แก่ระยองฉะเชิงเทราและชลบุรีสามารถควบคุมคุณภาพน้ำได้ตั้งแต่ต้นทางจนปลายทางและมีปริมาณน้ำสูญเสียไม่ถึง 3% จากเดิมมากกว่า 20%การขยายWater Gridไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เชื่อมโยงแหล่งน้ำทั้งประเทศด้วยท่อส่งน้ำขนาดใหญ่สามารถผันน้ำจากที่มีน้ำมากไปช่วยพื้นที่ที่มีน้ำน้อยสามารถช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในที่สุด
นอกจากนี้อีสท์ วอเตอร์ ยังได้ร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคจัดนิทรรศการในงานชลประทานโลก เพื่อนำเสนอแนวคิด Water Management for Thailand 4.0 ประกอบไปด้วยเทคโนโลยี SCADA ที่เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งน้ำผ่านระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำ รวมทั้งยังได้เสนอทางออกการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ด้วยการใช้แนวคิด 3 W แนวคิดใหม่สร้างระบบน้ำของประเทศสู่ความยั่งยืนอีกด้วย






