วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนป้องกันการขาดแคลนน้ำภาคตะวันออก

เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ปี 2560

ตุลาคม2559 –ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เน้นสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้น้ำทั้งภาคอุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภค กระทรวงมหาดไทย ตั้งโต๊ะประชุมร่วม กรมชลประทาน อีสท์ วอเตอร์  ศูนย์ปฎิบัติการน้ำภาคตะวันออก และจังหวัดระยอง ผนึกกำลังเตรียมพร้อมรับมือมั่นใจโครงการท่อส่งน้ำดิบเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์ – หนองปลาไหล เส้นที่ 2 จะเพิ่มเสถียรภาพให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ดี

พลเอกอนุพงษ์เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประชุมร่วมกับนายเกิดชัย  ธัญวัฒนกุลผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์  นายธีระศักดิ์ผดุงตันตระกูลรองประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืนสภาอุตสาหกรรมเเห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายสุรศักดิ์เจริญศิริโชติผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อหารือแผนการบริหารจัดการน้ำในปี 2560 เตรียมพร้อมป้องกันการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างบูรณาการ เพื่อสร้างมั่นใจให้กับผู้ใช้น้ำทั้งภาคอุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภค

นายเกิดชัยธัญวัฒนกุลผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สภาพปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางวันที่ 30กันยายน  2559ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 9 มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 6 แห่ง รวมความจุทั้งสิ้น 1,515ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบันรวม 773ล้านลบ.ม. คิดเป็น  51 %  อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 51แห่งรวมความจุทั้งสิ้น 703ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปัจจุบันรวม393ล้านลบ.ม. คิดเป็น56 % โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากที่สุดในปัจจุบัน คือ อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ปัจจุบันมีประมาณน้ำอยู่ที่  176.10 ล้านลบ.ม.คิดเป็น  71 .01 % จากปริมาณเก็บกักน้ำทั้งหมด

ที่ผ่านมาแหล่งน้ำในภาคตะวันออกจะมีปริมาณน้ำเกิน 50% ในทุกอ่างเก็บน้ำ แต่ในปีนี้เนื่องจากปริมาณฝนตกน้อยในช่วงที่ผ่านมาทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อย เช่น อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง ที่ปัจจุบันเก็บกักน้ำได้  53.35ล้านลบ.ม.คิดเป็น 34.41 % จากปริมาณเก็บกักทั้งหมดที่ 163.75 ล้านลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำบางพระ ปัจจุบันเก็บกักน้ำได้47.12ล้านลบ.ม. คิดเป็น40.27 % จากปริมาณเก็บกักทั้งหมดที่ 117ล้านลบ.ม.ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในเดือนตุลาคมคาดว่าจะมีปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนายจิรายุทธรุ่งศรีทองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออกจำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์กล่าวว่า“จังหวัดในภาคตะวันออกมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำค่อนข้างสูงจำเป็นต้องวางแผนในการบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคตอย่างเป็นระบบ ซึ่งอีสท์ วอเตอร์ได้บริหารจัดการน้ำผ่านโครงข่ายท่อส่งน้ำเชื่อมโยงแหล่งน้ำหลักเข้าด้วยกัน ทำให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถผันน้ำไปช่วยพื้นที่ที่อ่างเก็บน้ำมีน้ำเหลือน้อยได้ ล่าสุดโครงการท่อส่งน้ำดิบเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลเส้นที่ 2 แล้วเสร็จพร้อมส่งน้ำได้ภายใน 7 ตุลาคมนี้  ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการสูบจ่ายน้ำประมาณ 0.26 ล้านลบ.ม. หรือประมาณ 70 ล้านลบ.ม.ต่อปี ทั้งนี้ต้องขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ช่วยเร่งดำเนินการส่งจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบส่งน้ำของโครงการฯ ทำให้โครงการฯ สามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วเตรียมความพร้อมกรณีหากเกิดภัยแล้งขึ้น”

สำหรับโครงการท่อส่งน้ำดิบเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลเส้นที่ 2 เป็นโครงการที่อีสท์ วอเตอร์ เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ช่วยลดปัญหาอุทกภัยที่บริเวณท้ายน้ำ สร้างเสถียรภาพให้แหล่งน้ำภาคตะวันออกมากขึ้น  และเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามแนวท่อน้ำได้ รวมทั้งสามารถส่งจ่ายน้ำให้ชุมชนเพื่อการอุปโภคบริโภคตามแนวท่อได้อีกกว่า 2,200 ครัวเรือน และยังช่วยส่งเสริมภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมให้มีศักยภาพไปพร้อมๆกัน

นายธีระศักดิ์ผดุงตันตระกูลรองประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืนสภาอุตสาหกรรมเเห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะคณะทำงานศูนย์ปฎิบัติการน้ำ (War Room)ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า  “คณะทำงานศูนย์ปฎิบัติการน้ำ (War Room) ภาคตะวันออก  ซึ่งจะมีผู้แทนจากกรมชลประทาน อีสท์ วอเตอร์ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม เข้าร่วมประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกเดือน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและวางมาตรการป้องกันการขาดแคลนน้ำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นถึงแม้ว่าสถานการณ์น้ำในภาพรวมจะดูน่าเป็นห่วงกว่าทุกปีที่ผ่านมา  แต่เชื่อได้ว่าการประสานงานร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบ  และที่สำคัญโครงการท่อส่งน้ำดิบเชื่อมโยงอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองปลาไหล เส้นที่ 2 ของอีสท์ วอเตอร์  พร้อมสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ได้แล้วจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคตะวันออกได้เป็นอย่างมากทำให้เรามั่นใจได้ว่าในปี 2560 ภาคตะวันออกจะสามารถบริหารจัดการน้ำให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้เป็นอย่างดีเช่นทุกปีที่ผ่านมา 

ทางด้าน นายสุรศักดิ์เจริญศิริโชติผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า “จังหวัดระยองถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในจังหวัด โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่มีผู้ประกอบการจำนวนมากอีกทั้งยังมีพื้นที่เกษตรกรรมอีกจำนวนมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เกษตรกร และประชาชน ว่าจะไม่ขาดแคลนน้ำ ทางจังหวัดยังประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน อีสท์ วอเตอร์ ศูนย์ปฎิบัติการน้ำ (War Room) ภาคตะวันออก กันอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ทางจังหวัดยังมีการจัดทำแผนเพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับทุกภาคส่วน เพื่อรับมือกับปัญหาได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย”